ไทยเยอรมนีร่วมมือจัดการภัยพิบัติ

  • วันที่ 20 ก.ย. 2555 เวลา 21:10 น.

ไทยเยอรมนีร่วมมือจัดการภัยพิบัติ

ไทย จับมือ เยอรมนี ลงนามความร่วมมือแบ่งปันข้อมูลบริหารจัดการภัยพิบัติ  โต้ง ชี้หวังเป็นโอกาสเรียนรู้ที่ดีของไทย    

นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ได้กล่าวสรุปผลการประชุมของคณะกรรมธิการความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่าง ไทย กับเยอรมนี (เจอีซี) ครั้งที่ 3  ร่วมกับ ดร.ฟิลิปป์ เริสเลอร์ รองนายกรัฐมตรี และ รมว.เศรษฐกิจและเทคโนโลยี ของเยอรมนี ที่กระทรวงการต่างประเทศ เมื่อวันที่ 20 ก.ย. ว่าทั้งสองฝ่ายได้มีความตกลงในบันทึกความเข้าใจด้านความร่วมมือ (เอ็มโอยู) ในด้านการแบ่งปันข้อมูลการบริหารจัดการนํ้าร่วมกัน 

นายกิตติรัตน์ ได้กล่าวว่า ไทยมุ่งหวังจะได้รับประโยชน์จากเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าในการบริหารจัดการภัยพิบัติ และประสบการณ์ จากเยอรมนีซึ่งมีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีชั้นสูงมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์กับประเทศไทย  และหวังว่าความร่วมมือดังกล่าวจะนำไปสู่การพัฒนาความร่วมมือการเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ในด้านการบริหารจัดการภัยพิบัติร่วมกัน

นอกจากนี้ นายกิตติรัตน์ ยังกล่าวอีกว่า ที่ประชุม เจอีซี ยังได้เห็นคงวามสำคัญในการสร้างความร่วมมือกับไทย ในอีก 2 ด้าน ประการแรกคือ การสร้างความร่วมมือในด้านการพัฒนาพลังงานทางเลือกใหม่ๆ เนื่องจากปัจจุบันพลังงานนิวเคลียร์ เริ่มถูกตั้งคำถามถึงความปลอดภัยมากขึ้น  อีกทั้งการพัฒนาพลังงานทางเลือกยังเป็นตัวจักรสำคัญในการพัฒนาทางเศรษฐกิจอีกด้วย  ส่วนความร่วมมือประการที่ 2 คือความสร้างและยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของอาหารให้มากขึ้น ซึ่งไทยหวังที่จะเรียนรู้เทคโนโลยีชั้นสูงจากเยอรมนีเพื่อนำมายกระดับมาตรฐานความปลอดภัยสินค้าอาหารของไทย

ขณะที่ความร่วมมือที่มีการหารือกันยังครอบคลุมไปในด้านของ  การสร้างความร่วมมือทางด้าน การศึกษา โดยเฉพาะในด้านอาชีวะศึกษา ที่เยอรมนีประสบความสำเร็จและเป็นแบบอย่างที่ดีในการเป็นต้นแบบให้ไทยได้ศึกษา และในเดือนหน้าจะมีผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาของเยอรมนีเดินทางมาเยือนไทยอีกด้วย

ดร.เริสเลอร์ กล่าวว่า ประทับใจกับการเติบโตทางเศรษฐกิจและที่ตั้งของไทยที่เป็นศูนย์กลางของภูมิภาค และรัฐบาลเยอรมนียินดีจะสนับสนุนการจัดทำข้อตกลงการค้าเสรีไทยกับสหภาพยุโรป (อียู) ให้เกิดขึ้น และหวังจะขยายไปให้ครอบคลุมทั้งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ในอนาคต

ทั้งนี้ การประชุมเจอีซี  ดังกล่าวที่ถูกจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 นี้มีเป้าหมายเพื่อ สร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการแลกเปลี่ยนเทคนิคระหว่างกัน โดยมีทั้งภาครัฐ และเอกชน เข้าร่วมหารือ  นอกจากนี้ การประชุมดังกล่าวยังเกิดขึ้นในวาระที่ ไทยและเยอรมนี ครบรอบ 150ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอีกด้วย

ข่าวอื่นๆ