สบอช.ยันน้ำไม่ท่วมเหมือนปี 54

วันที่ 19 ก.ย. 2555 เวลา 14:34 น.
สบอช.เตือนกทม.-ปริมณฑลเจอฝนถล่มหนักอีกเย็นนี้ ผอ.ศูนย์เตือนภัยฯ เผย กทม. น้ำท่วมขังเพราะมีขยะอุดท่อระบายน้ำ วอนประชาชนอย่าทิ้งขยะลงท่อ ระบุ ฝนตกต่อเนื่องถึง 22 ก.ย. 

นายพิพัฒน์ เรืองงาม ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการบริหารจัดการน้ำ สำนักงานนโยบายและบริหารจัดการน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ หรือสบอช. แถลงถึงสถานการณ์น้ำท่วมล่าสุด ว่า ปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว และจ.ปราจีนบุรี เกิดจากบริเวณต้นน้ำที่เขาฉกรรจ์ จ.สระแก้ว มีฝนตกหนัก และน้ำก้อนนี้ไหลผ่านทาง อ.เมือง จ.สระแก้ว ทำให้มีน้ำล้นตลิ่งที่อ.เมือง จ.สระแก้ว ซึ่งตอนนี้อยู่ที่ 7.70 เซนติเมตร (ซม.) แต่มีแนวโน้มที่จุดนี้จะลดลงเรื่อยๆ จากนั้นน้ำในส่วนนี้จะไหลไปยัง อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ซึ่งระดับน้ำจะลดลง ก่อนจะไหลผ่าน อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี แล้วไหลสู่แม่น้ำบางปะกงและลงทะเลในที่สุด สำหรับปริมาณน้ำที่ไหลในครั้งนี้ที่ทำให้เกิดน้ำท่วมนั้นมีประมาณ 500 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ต่อวินาที ซึ่งไม่น่าเป็นห่วง รวมถึงแม่น้ำบางปะกงสามารถรับน้ำและระบายลงทะเลได้โดยไม่มีผลกระทบต่อประชาชนที่อยู่ริมสองฝั่งของแม่น้ำบางปะกง

ส่วนน้ำในแม่น้ำนครชัยศรี อ.บางเลน จ.นครปฐม มีระดับสูงขึ้น ประกอบกับบริเวณนี้เป็นพื้นที่ต่ำมาก จึงเกิดจนทำให้เกิดน้ำท่วม โดยปัจจุบันน้ำสูงจากตลิ่งประมาณ 5 ซม.และมีแนวโน้มที่จะลดลงเรื่อยๆ อีกไม่นานจะกลับสู่ภาวะปกติ ขณะที่หน่วยงานราชการได้เข้าไปให้ความช่วยเหลือประชาชนแล้ว นอกจากนี้ กรณีที่กรุงเทพฯและปริมณฑล มีฝนตกหนักจนเกิดน้ำขัง เมื่อเย็นวันที่ 18 ก.ย.ที่ผ่านมา เป็นเพราะฝนตกอย่างต่อเนื่อง ซึ่งวันนี้ (19ก.ย.)จะมีฝนตกหนักขึ้นในเวลา 15.00 น. จึงขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารการพยากรณ์สภาพอากาศอย่างใกล้ชิด แต่อย่าตื่นตระหนก

ด้าน น.อ.สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ ผู้อำนวยการศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วมในจ.สุโขทัย ดีขึ้น น้ำลดลงเป็นลำดับ โดยจะคลี่คลายได้ใน 2 วัน แต่ยังมีน้ำหลากที่ไหลมาถึงอ.บางระกำ จ.พิษณุโลก แต่ไม่ได้ส่งผลกระทบใดๆ แล้วจะไหลต่อไปที่จ.พิจิตร ซึ่งคงมีปริมาณน้ำที่ไม่มีผลกระทบต่อพื้นที่ใดๆ ส่วนภาคตะวันออก ได้แก่ จ.สระแก้ว ปราจีนบุรี ตราด และจันทบุรี ซึ่งมีฝนตกหนักเพราะร่องความกดอากาศพาดผ่านนั้น ต้องมีการเฝ้าระวังเป็นพิเศษเรื่องน้ำท่วมฉับพลัน น้ำล้นตลิ่ง และน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งบางพื้นที่ของจ.ตราด และจันทบุรีที่อาจเกิดดินโคลนถล่ม ซึ่งปริมาณน้ำฝนสูงสุดในภาคตะวันออกอยู่ที่ จ.ตราด ประมาณ 84 มิลลิเมตร (มม.)

น.อ.สมศักดิ์ กล่าวอีกว่า ปัญหาน้ำท่วมขังในกทม.และปริมณฑล ไม่ได้เป็นเพราะความผิดพลาดในการบริหารจัดการน้ำของฝ่ายใด แต่เกิดจากปริมาณน้ำฝนที่ตกสะสมต่อเนื่อง 3ชั่วโมง ประกอบกับมีขยะมูลฝอย สิ่งปฏิกูล และถุงทรายที่ถูกทิ้งตกค้างอยู่ในท่อระบายน้ำที่เป็นรอยต่อหรือคาบเกี่ยวระหว่างชุมชนกับนิติบุคคล ซึ่งยังไม่ได้ถูกจัดเก็บ หรืออยู่ในจุดที่เจ้าหน้าที่ยังเข้าไปเก็บไม่ได้ ส่งผลให้เกิดปัญหาระบายน้ำไม่ทัน จึงขอให้ประชาชนช่วยสำรวจและสังเกต ซึ่งถ้าพบเห็น ต้องรีบแจ้งให้เจ้าหน้าที่ในท้องถิ่นดำเนินการจัดเก็บต่อไป อย่างไรก็ตาม ฝนยังคงตกหนักต่อเนื่องในช่วงบ่ายและค่ำ ในวันนี้จนถึงวันที่ 22 ก.ย. ขณะที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษในอ.บางเลน และนครชัยศรี จ.นครปฐม รวมถึงเขตสายไหม ดอนเมือง และมีนบุรี ของกรุงเทพฯ ตลอดจนบางพื้นที่ของจ.พระนครศรีอยุธยา และอ่างทอง แต่ตนยังยืนยันว่าปีนี้จะไม่เกิดน้ำท่วมเหมือนปี 2554 โดยเฉพาะพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมและพื้นที่เศรษฐกิจ ขอให้ประชาชนคลายความกังวล