ปปง.เตือนตรวจก่อนซื้อ ระวังตกเป็นเหยื่อขบวนการฟอกเงิน

วันที่ 06 ก.ย. 2555 เวลา 07:27 น.
โดย...กันติพิชญ์ ใจบุญ

“ตลอดระยะเวลา 13 ปีที่ผ่านมา เรายึดทรัพย์สินตามฐานความผิดต่างๆ ที่เข้าสู่การฟอกเงินไปแล้วกว่า 2,400 ล้านบาท และในปี 2555 มีเรื่องที่ต้องสอบสวนเพื่ออายัดทรัพย์สินอีก 213 เรื่อง และออกคำสั่งยึดทรัพย์สินไปแล้ว 52 เรื่อง รวมถึงที่ดินอีกกว่า 70 แปลง ที่อยู่ในขั้นตอนประเมินราคา แสดงให้เห็นว่า ที่ผ่านมากลุ่มความผิดได้ใช้รูปแบบต่างๆ ฟอกเงินจากการทำผิดกฎหมายจำนวนมาก และต่อไปนี้ข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับบุคคลและทรัพย์สินที่ถูกอายัด ประชาชนทั่วไปต้องได้รับทราบ”

พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เปิดประเด็นการทำหน้าที่ของ ปปง.เพื่อให้สังคมได้รับทราบ และป้องกันการถูกหลอกลวงของประชาชน รวมถึงประชาสัมพันธ์ทรัพย์สินต่างๆ ที่ถูกทาง ปปง.ได้อายัดและยึดทรัพย์สินไว้ ซึ่งห้ามให้มีการจำนองหรือซื้อขายอย่างเด็ดขาด โดย พ.ต.อ.สีหนาท ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้คนต้องรับทราบ ผ่านช่องทางของเว็บไซต์องค์กรที่ www.amlo.go.th ที่จะบรรจุข้อมูลทรัพย์สินต่างๆ รวมถึงบุคคลที่กระทำความผิดฐานฟอกเงินไว้แสดงให้รับทราบ ก่อนที่หลายคนจะถูกหลอกลวงให้ไปซื้อทรัพย์สินอายัด

เลขาธิการ ปปง. เล่าถึงเป้าหมายพร้อมที่มาในการจัดทำการเผยแพร่ทรัพย์สินอายัดผ่านทางเว็บไซต์ของ ปปง.ว่า ที่ผ่านมาการทำงานของ ปปง.ที่ได้มีการแจ้งคำสั่งยึดหรืออายัดไปยังบุคคลที่ถูกดำเนินการ ไม่มีการเผยแพร่รายชื่อบุคคล หรือแม้แต่ทรัพย์สินที่ถูกยึดและอายัดไว้ไปยังประชาชนทั่วไป รวมถึงหน่วยงานต่างๆ ทั้งสำนักงานที่ดิน สถาบันการเงิน หรือหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

ทำให้บุคคลที่ถูกดำเนินคดียึดทรัพย์ตามกฎหมายได้โอนหรือจำหน่ายทรัพย์สินให้กับบุคคลทั่วไป เหมือนกับเป็นการมาหลอกให้ซื้อโดยที่คนซื้อไม่รู้เลยว่าทรัพย์สินนั้นถูกตกเป็นของแผ่นดิน ถูกอายัดไว้แล้วตามคำสั่งของคณะกรรมการ ปปง. จะมารู้ภายหลังก็ต่อเมื่อศาลได้มีคำสั่งให้ทรัพย์สินดังกล่าวตกเป็นของแผ่นดินแล้ว ส่งผลให้มีผู้ถูกหลอกในลักษณะนี้หลายราย สร้างความเสียหายอย่างมาก เพราะเงินก็สูญไป ทรัพย์สินก็ไม่ได้มา “ปัญหาแบบนี้มีเยอะ คณะกรรมการจึงมีมติให้เปิดเผยรายชื่อบุคคลซึ่งถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับทรัพย์สิน รวมถึงทรัพย์สินต่างๆ เพื่อให้ประชาชนสามารถมาตรวจสอบได้ รวมถึงสถาบันการเงินก็เช่นกัน เพื่อป้องกันการถูกหลอกลวงจากผู้ไม่หวังดี นำทรัพย์สินที่ตกเป็นของแผ่นดินแล้วมาขายทอดต่ออย่างไม่ถูกต้อง อีกทั้งตาม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสาร ก็จำเป็นที่ต้องเผยแพร่ข้อมูลให้ประชาชนรับทราบ” เลขาธิการ ปปง.ย้ำ

ด้วยที่ผ่านมาเกิดเหตุที่ประชาชนไม่ได้รู้เรื่องว่าในที่ดินดังกล่าวถูกยึดอายัดไว้แล้ว เมื่อเห็นมีการขายราคาถูกก็อยากได้และรีบตะครุบไว้ จัดแจงจ่ายเงินให้กับเจ้าของที่ดินที่เอามาขายทันที แต่เมื่อไปโอนกลับพบคำสั่งศาลว่าที่ดินผืนดังกล่าวถูกสั่งอายัดไว้ให้ตกเป็นของแผ่นดิน หนำซ้ำยังพฤติกรรมสูญเงินโดยใช่เหตุของผู้ที่ไม่รู้ที่มาที่ไป ถือว่ามีจำนวนมากทีเดียว จึงเป็นที่มาให้ ปปง.ต้องออกมาดำเนินการเตือนประชาชน

โดยรูปแบบการเผยแพร่และขั้นตอนการตรวจสอบข้อมูลของการเปิดเผยข้อมูลบุคคลซึ่งถูกยึดหรืออายัดทรัพย์สินนั้น ประชาชนทั่วไปสามารถทำได้ทันที ตามขั้นตอนต่อไปนี้

เข้าไปที่เว็บไซต์ www.amlo.go.th

เลือกที่เมนูหลัก (แถบซ้ายมือ) และ Click ที่เมนู “ตรวจสอบข้อมูลการยึด/อายัด”

Click ที่เมนูย่อย “ข้อมูลคำสั่งยึด/อายัด”

ต่อจากนั้น Click ที่ “ข้อมูลคำสั่งยึด/อายัด ประจำปี 2555” ซึ่งจะปรากฏข้อมูลรายละเอียดคดี ความผิดมูลฐาน สถานะคดี และข้อมูลเพิ่มเติม

โดยท่านสามารถเข้าไปดูรายละเอียดข้อมูลคดีคำสั่งยึด/อายัดตามที่ต้องการได้ ทั้งนี้ในส่วนของข้อมูลปีย้อนหลังลงไปนั้น ปปง.กำลังเร่งจัดทำข้อมูลเพื่อป้อนเข้าสู่ระบบให้กับประชาชนเข้ามาตรวจสอบได้

อย่างไรก็ตาม พ.ต.อ.สีหนาท ระบุว่า รูปแบบการฟอกเงินที่ถือว่าอันตรายเป็นอย่างมาก และทำให้เจ้าหน้าที่ทำงานตรวจสอบได้ยากเย็น คือ การไม่นำเงินเข้าสู่ระบบใดๆ เลย แต่จะเป็นการนำเงินไปซุกซ่อนไว้ตามจุดต่างๆ เช่น นำไปฝังดินไว้ หรือไปซุกซ่อนไว้กับบ้านญาติของตนเอง จุดนี้ทำให้การตรวจสอบจะยิ่งเพิ่มความลำบาก เพราะจะตรวจสอบเส้นทางการเงินของกลุ่มคนที่ทำผิดไม่ได้เลย

“ทั้งหมดในรูปแบบการฟอกเงินปัญหาที่พบและมีการอายัดทรัพย์สินไว้จำนวนมาก จะเป็นเรื่องของยาเสพติด รวมถึงระยะหลังจะมีการก่อการร้ายเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย นอกจากนี้ยังมีขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์เข้ามาอีก แต่รายละเอียดคงจะบอกกันมากไม่ได้นัก ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการดำเนินการของ ปปง.ในการตรวจสอบเพื่อติดตามอายัดทรัพย์สินต่อไป

อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่สำคัญคือ ปปง.ต้องการไม่ให้ประชาชนต้องตกเป็นเหยื่อของขบวนการฟอกเงินอีกต่อไป ต้องมีการตรวจสอบในทรัพย์สินนั้นๆ ก่อนที่จะมีการซื้อขาย ซึ่งต่อไปนี้ก็สามารถกระทำได้เองผ่านทางช่องทางการตรวจสอบดังกล่าว นอกจากนี้ยังเป็นการแสดงให้สังคมเห็นถึงการทำงานของ ปปง.ที่ต้องมีความโปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้” เลขาธิการ ปปง. ทิ้งท้าย