เจริญแจงกมธ.กรณีฉลองข่มขู่เอาที่ดินอุทยาน 70 ไร่

วันที่ 30 ส.ค. 2555 เวลา 13:57 น.
กมธ.พิจารณากรณีคลิปเสียงข่มขู่-บุกรุกที่ดินอุทยานเขาแหลม ฉลองปัดกลั่นแกล้งโยกย้ายเจริญ ลั่นต้องการไกล่เกลี่ยปัญหาให้เพื่อน

เมื่อเวลา 10.00 น. คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร ได้มีการพิจาณากรณีคลิปเสียงของนายฉลอง เรี่ยวแรง สส.นนทบุรี พรคเพื่อไทย ข่มขู่เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาแหลม โดยทางกมธ.ได้เชิญนายเจริญ ใจชน อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาแหลม นายดำรงค์ พิเดช อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช และนายฉลอง เข้าชี้แจง แต่นายดำรงค์ติดภาระกิจเดินทางไปต่างประเทศจึงไม่สามารถเข้ารวมชี้แจงได้

ทั้งนี้ นายเจริญ ชี้แจงว่า เรื่องดังกล่าวมีชาวบ้านและผู้ใหญ่บ้านร้องเรียนพร้อมทำหนังสือมาที่ตนว่า มีนายทุนบุกรุกป่าเพื่อปลูกยางพารา ตั้งแต่ ปี 2547 ทางอุทยานจึงได้เข้าตรวจสอบพบว่านายไพบูลย์ เย็นใจ นายทุนและเป็นเพื่อนกับนายฉลอง ได้บุกรุกพื้นที่ป่าดังกล่าวจริง จึงได้เข้าเข้าตรวจสอบและดำเนินคดีตั้งแต่เดือนส.ค.เรี่อยมาจนถึงเดือนธ.ค.2547 

โดยผลการตรวสอบพบว่ามีการบุกรุกพื้นที่ป่าจริงใน 3 คดี คือ คดีแรกเป็นการบุกรุกพื้นที่ 62 ไร่เพื่อปลุกยางพารา แต่อัยการสั่งไม่ฟ้อง เนื่องจากขาดเจตนาแต่ทางอุทยทานได้ยื่นฟ้องต่อศาลแพ่งเพื่อเรียกค่าเสีย โดยศาลมีคำพิพากษาว่าให้นายไพบูลย์ชดเชยค่าเสียหายเป็นจำนวนเงิน 3.5 ล้านบาท พร้อมทั้งขนย้ายอุปกรณ์ต่างๆออกจากที่พื้นพิพาท ซึ่งต่อมานายไพบูลย์ได้ยื่นคำร้องต่อศาลอุธรณ์ภาค 7 จึงมีคำสั่งให้นายไพบูลย์ชดเชยค่าเสียหายจำนวน 1.5 ล้านบาท  

ส่วนคดีที่ 2  กรณีบุกรุกพื้นที่ป่า 40 ไร่ ศาลมีคำสั่งว่าขาดเจตนาและมีคำสั่งให้นายไพบูลย์ชดใช้เงินจำนวน 2.2 ล้านบาท ซึ่งนายไพบูลย์ได้ยื่นอุธรณ์จนศาลมีคำสั่งให้จ่ายเพียง 1.1 ล้านบาท  ส่วนคดีที่ 3 มีการบุกรุกป่าจำนวน 1 ไร่ ศาลพิพากษาว่านายไพบูลย์มีความผิด โดยมีโทษจำคุก  6 เดือน ปรับ 1 หมื่นบาท แต่ให้รอลงอาญา 2 ปี ในส่วนคดีขัดขว้างการทำงานของเจ้าหน้าที่นั้น ศาลสั่งจำคุก 2 เดือน ปรับ 2,000 บาท แต่ให้รอลงอาญา  2 ปี

นายเจริญ ชี้แจงต่อว่า หลังจากที่ดำเนินคดีฟ้องร้องไปแล้วนั้น ตนได้เดินทางไปงานศพในพื้นจึงได้พบกับนายไพบุลย์ ซึ่งนายไพบูลย์ได้เดินมากะทบไหล่ตน แต่ตนก็ไม่ได้ตอบโต้อะไร ทั้งนี้ เย็นวันนั้น 8 ก.ย. 2554  มีโทรศัพท์หมายเลข  06125888  โทรมาหาตน 2 ครั้ง และอ้างว่าเป็นนายฉลอง โดยกำชับให้ตนอย่าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องของนายไพบูลย์ ตนจึงได้ไปแจ้งความกับตำรวจเพื่อลงบันทึกประจำวันไว้ 

ซึ่งต่อมา 21 ก.ย. 2554 มีการโทรมาข่มขู่อีกครั้ง อ้างว่าเป็นนายฉลอง เรี่ยวแรง ความยาว 25.27 นาทีโดยระบุว่าพื้นที่พิพาทดังกล่าวไม่ใช่พื้นที่ของอุทยาน แต่เป็นพื้นที่ของนิคมไม่ใช่หรือ จากนั้นวันที่ 22 ก.ย.2554 นายไพบูลย์ได้เข้าพบกับผู้บังคับบัญชาของตนพร้อมสร้างเรื่องอันเป็นเท็จ และในวันที่ 23 ก.ย. 2554 ผู้บังคับบัญชาได้มีคำสั่งที่1172/ 2554 โยกย้ายให้ตนไปช่วยราชการที่สำนักงาน กรมอุทยานแห่งชาติส่วนกลาง และได้แต่งตั้งบุคคลมาดำรงตำแหน่งแทน ซึ่งคำสั่งได้สั่งให้ตนเข้ารับการปฎิบัติหน้าที่ใหม่ในวันที่ 23 ต.ค. 2554

หลังจากนั้นวันที่ 31 ส.ค. 2549 ได้โทรศัพท์ และอ้างว่าเป็นนายฉลอง ตนจึงได้ไปแจ้งความกับตำรวจเพื่อลงบันทึกประจำวันไว้ โดยเนื้อหาเป็นการกำชับให้ตนอย่าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องของนายไพบูลย์

ลั่นไพบูลย์กุเรื่องเป็นต้นเหตุถูกโยกย้ายช่วยราชการ

นายเจริญ ชี้แจงด้วยว่า ภายหลังจากที่ตนถูกสั่งย้าย นายไพบูลย์ก็ได้โทรศัพท์มาเยาะเย้ยถากถาง พร้อมทั้งระบุว่าเป็นฝีมือของนายไพบูลย์ที่สร้างเรื่องขึ้นมาเพื่อใส่ร้ายจนทำให้ตนถูกโยกย้าย จากนั้นเมื่อตนเข้ามาช่วยราชการที่กทม. และในวันที่ 8 ธ.ค. 2554 ตนได้นำหลักฐานทั้งหมดเข้ายื่นต่ออธิบดี จากนั้นวันทื่ 14 ธ.ค. ได้มีการตั้งคณะกรนรมการสอบสวนขึ้นมาจนมีผลสรุปว่าตนไม่มีความผิด

ขณะที่นายฉลอง กล่าวว่า ยอมรับว่าคลิปเสียงที่ปรากฏเป็นคลิปเสียงของตนจริง และยืนยันว่าไม่เคยข่มขู่นายเจริญ และไม่เคยสั่งย้ายนายเจริญให้ไปช่วยราชการที่อื่น และสาเหตุที่เข้ามาเกี่ยวข้องในเรื่องดังกล่าว เพื่อต้องการไกล่เกลี่ยปัญหาระหว่างนายเจริญกับนายไพบูลย์ซึ่งเป็นเพื่อนกับตน เนื่องจากนายไพบุลย์บอกกับตนว่า ถูกนายเจริญกลั่นแกล้งมาโดยตลอด ซึ่งจับกุมหัวปีท้ายปี

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้มีการเปิดโอกาสให้กรรมาธิการได้ซักถาม โดยนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร สส.มหาสารคาม ถามว่า ทำไมเรื่องดังกล่าวผ่านมา 1 ปีแล้วจึงไม่เปิดเผยหากไม่ได้รับคาวมเป็นธรรมควรจะมีการเปิดเผยมาตั้งนานแล้ว ซึ่งนายเจริญ ชี้แจงว่า คลิปเสียงดังกล่าวตนไม่ได้เปิดเผย แต่ได้มีการมอบคลิปและข้อมูลต่างๆให้กับผู้บังคับบัญชา เพราะตนกลัวเรื่องความไม่ปลอดภัย

ฉลองชี้อดีตหน.อุทยานเรียกรับสินบน 2 แสนบาท

ด้านนายฉลอง ชี้แจงพร้อมกับระบุว่า นายเจริญมีการเรียกรับเงินสินบนจำนวน  2 แสนบาท ซึ่งตนก็ไม่เชื่อว่ามีข้าราชการจะเรียกรับเงิน จึงทำให้นายนริศ ขำนุรักษ์ สส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานกมธ. แย้งนายฉลองว่าเรื่องดังกล่าว นายฉลองไม่ได้แนบเอกสารที่จะพิจารณาในเรื่องการเรียกรับเงินสินบน 2 แสนบาทมาก่อน ทำให้ นายเจริญ ชี้แจงว่า ตลอดชีวิตข้าราชการที่ผ่านมาไม่เคยเรียกรับเงินสินบนดังกล่าว ดังนั้น จึงไม่มีประวัติเสียหายด้านนี้

จากนั้นนายฉลองและนายเจริญจึงชี้แจงในประเด็นดังกล่าวกว้างขว้าง โดยนายฉลอง ได้กล่าวขอโทษนายเจริญที่ใช้ถ้อยคำที่รุนแรง และรู้สึกเสียใจเมื่อทราบว่านายเจริญถูกสั่งย้าย พร้อมทั้งยืนยันว่าไม่ได้เข้าไปดำเนินการในเรื่องการสั่งย้าย เพราะเป็นหน้าที่ของอธิบดี

นอกจากนี้ ระหว่างการพิจารณาประธานได้สอบถามฝ่ายกฎหมายของกมธ.ว่า จะสามารถให้นายเจริญกลับไปช่วยราชการในพื้นที่ได้หรือไม่ตามการร้องขอ แต่ทางฝ่าสยกฎหมายของกมธ.แจ้งว่าขัดข้อกฎหมาย ไม่สามารถดำเนินการตามที่ร้องขอได้ ขณะที่นายเจริญก็ไม่ได้ติดใจ แต่ให้เหคุผลเรื่องความไม่ปลอดภัย  ทั้งนี้ นายนริศ กล่าวว่า ในสัปดาห์หน้าจะเรียกผู้เกี่ยวข้องเข้ามาชี้แจงในกมธ.อีกครั้ง เพื่อตรวจสอบเรื่องดังกล่าวอย่างรอบด้าน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจบการชี้แจงต่อกมธ. นายฉลองได้เดินมาจับมือนายเจริญ จากนั้นได้เดินออกมาด้านนอกห้องประชุม และสนทนาเป็นการส่วนตัวนานกว่า 20 นาที โดยนายฉลอง กล่าวยืนยันอีกครั้งกับนายเจริญว่า “พี่ไม่ได้กลั่นแกล้งหรือสั่งย้ายน้อง”

 

บทความแนะนำ