เกย์นทีร้องผลักดันกม.ชายรักกันจดทะเบียนได้

วันที่ 14 ส.ค. 2555 เวลา 15:38 น.
เกย์นทีร้องผลักดันกม.ชายรักกันจดทะเบียนได้
"เกย์นที"ร้องกก.สิทธิฯผลักดันมีกม.ชายรักกันจดทะเบียนสมรสได้ หมอแท้จริงขอศึกษาก่อนส่งศาลรธน.ตีความ 

นที ธีระโรจนพงษ์
นที ธีระโรจนพงษ์

เมื่อเวลา 14.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ นายนที ธีระโรจนพงษ์ หรือ เกย์นที ประธานกลุ่มเกย์การเมืองไทย ข้าร่องเรียนต่อ นพ.แท้จริง ศิริพานิช กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เพื่อขอให้ตรวจสอบการเลือกปฏิบัติที่เนื่องมาจากความแตกต่างทางเพศนายนที กล่าวว่า เมื่อวันที่ 9 ส.ค. ได้พานายอรรถพล จันทวี คู่ชีวิต ที่ใช้ชีวิตร่วมกันมา 19 ปี ไปขอจดทะเบียนสมรสที่ว่าการอำเภอเมือง จ.เชียงใหม่ แต่เจ้าหน้าที่ปฏิเสธโดยระบุว่าผู้ร้องเป็นชายทั้งคู่จึงไม่สามารถดำเนินการจดเบียนสมรสให้ได้ เนื่องจากไม่เป็นไปตามเงื่อนไขแห่งการสมรส ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 10 ) พ.ศ.2533 มาตรา 1448 และ 1458 จึงมาขอให้กรรมการสิทธิฯช่วยเพราะเห็นว่าเป็นเรื่องที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 30

นายนที กล่าวว่า ตนมีความรู้สึกแรงกล้าในการที่เกิดเป็นคนไทย มีหลายคนบอกว่าถ้าอยากจดทะเบียนทำไมไม่ไปต่างประเทศ ซึ่งขณะนี้มีกว่า 30 ประเทศทั่วโลกที่มีกฎหมายให้คนเพศเดียวกันสามารถสมรสกันได้ แต่ตนก็เห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และเมื่อเรามีรัฐธรรมนูญมาตรา 30 ที่ห้ามมิให้มีการเลือกปฏิบัติอันเนื่องมาจากความแตกต่างทางเพศก็ควรมีการแก้ไขกฎหมายที่มีการลิดรอนสิทธิ ให้สอดคล้องกัน

“ตอนที่มีการยกร่างรัฐธรรมนูญ 50 ผมก็เป็นคนหนึ่งที่เรียกร้องการห้ามเลือกปฏิบัติจากความแตกต่างทางเพศจนได้รัฐธรรมนูญมาตรา 30 ซึ่งก็เหมือนกับดวงตาแต่สิ่งที่เป็นดวงใจก็คือกฎหมายการสมรสของคนเพศเดียวกัน หากบ้านเรามีกฎหมายฉบับนี้ เราก็จะได้เป็นอารยะ เป็นประเทศที่เจริญแล้ว นอกจากศักดิ์ศรีที่เราจะได้รับแล้ว ปัญหาเรื่องปลาผิดน้ำก็จะน้อยลงด้วย คือคนที่เป็นเกย์แล้วไปหลอกผู้หญิงมาแต่งงานด้วยก็จะน้อยลง โรคเอดส์ก็จะน้อยลง เพราะเมื่อมีทะเบียนสมรสก็จะทำให้เกย์ออกนอกกรอบน้อยลง“นายนที กล่าว

ประธานกลุ่มเกย์การเมือง กล่าวว่า ซึ่งการมาร้องกรรมการสิทธิก็เชื่อว่ากรรมการสิทธิจะสามารถช่วยได้ เพราะก่อนหน้านี้ ตนก็เคยร้องกรรมการสิทธิในเรื่องของสด.43 เรื่องการเกณฑ์ทหาร จนกรรมการสิทธิฯผลักดันให้มีการเปลี่ยนแปลงคำที่ระบุลงในใบสด.43 สำหรับกระเทยที่ไปเข้ารับการตรวจเลือกว่าเพศสภาพไม่ตรงกับการเกิดมาแล้ว อีกทั้ง ในปี 2558 ประเทศไทยก็จะเข้าสู่ประชาคมอาเซียน โลกเปลี่ยนแปลงไปแล้ว ถ้าเราไม่เปลี่ยนแปลงตามไปด้วย เราก็จะวนอยู่กับที่เดิม ฉะนั้นเรื่องนี้จึงคิดว่าเป็นเรื่องที่มีความจำเป็นอย่างมาก

ด้านนพ.แท้จริง กล่าวว่า จากการรับเรื่องครั้งนี้ ตนก็จะให้ทางสำนักงานฯตรวจสอบ ว่าจะสามารถดำเนินการเรื่องนี้อย่างใดบ้าง หากศึกษาดูแล้วเป็นเรื่องที่มีประโยชน์ต่อคนส่วนมาก กรรมการสิทธิฯก็สามารถส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญ ตีความว่าประมวลกฎหมายแพ่งฯดังกล่าวขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 30 หรือไม่

บทความแนะนำ