ชาวบ้านรามคำแหงร้องชายฉกรรจ์รื้อบ้าน

วันที่ 14 ส.ค. 2555 เวลา 13:17 น.
เจ้าของบ้านย่านรามคำแหงร้องกองปราบนักธุรกิจจ้างชายฉกรรจ์รื้อบ้านบนที่ดินพิพาท

ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) นางกมลทิพย์ ปิยวุฒิเศรษฐ์ อายุ 50 ปี พร้อมด้วย น.ส.รัศมี ยังกิเร อายุ 39 ปี และนายสุทัศน์ พูลเกษม อายุ 56 ปี เจ้าของบ้านเลขที่ 40/226, 40/228 และ40/264 หมู่บ้านเข็มเพชร ซอยรามคำแหง 58/3 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ เข้าร้องทุกข์ต่อ พ.ต.ท.ศราวุธ โชติสุวรรณ พงส. (สบ3) กก.1 บก.ป. กรณีถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ชุดดำหลายสิบคนพร้อมค้อน ชะแลง และมีดบุกเข้ารื้อรั้วสังกะสี และทำลายทรัพย์สินที่วางอยู่หลังบ้านของบุคคลทั้งสาม ถึง 2 ครั้ง ทั้งที่พื้นที่ดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการไต่สวนผู้ครอบครองในชั้นศาลแพ่งและจะมีคำตัดสินช่วงต้นเดือน พ.ย.นี้

นางกมลทิพย์ กล่าวว่า ครอบครัว รวมทั้งเพื่อนบ้านอีก 2 รายที่เข้าแจ้งความในครั้งนี้อยู่ที่หมู่บ้านแห่งนี้มาไม่ต่ำกว่า 25 ปี โดยหลังบ้านของแต่ละคนซึ่งมีพื้นที่ประมาณ 37 ตารางวาก็มีการต่อเติมเป็นห้องครัว โรงรถ ที่เก็บของมานานแล้ว

“ส่วนพื้นที่ฝั่งตรงข้ามเป็นสนามหญ้า สนามเด็กเล่นที่หมู่บ้านทำไว้ แต่ต่อมาบริษัท เข็มเพชร เจ้าของหมู่บ้าน ไม่เสียภาษีที่ดินที่ทำสนามเด็กเล่น และประสบภาวะล้มละลาย ทำให้ที่ดินผืนที่ทำสนามเด็กเล่นถูกสำนักงานสรรพากรกรุงเทพฯยึดขายทอดตลาดโดยมีนักธุรกิจรายหนึ่งซื้อมาสร้างอาคารพาณิชย์ 3 ชั้น 9 คูหา ซึ่งหน้าอาคารของเขากับหลังบ้านพวกเราและบ้านหลังอื่นๆรวม 14 หลัง เนื้อที่กว้างประมาณ 8 เมตร ยาวประมาณ 300 เมตรกั้นกลางอยู่ แต่เป็นพื้นที่ซึ่งพวกเราต่อเติมมานานแล้ว เนื่องจากนักธุรกิจคนนี้ต้องการนำมาทำถนนผ่านหน้าอาคารทั้งที่ไม่ได้เป็นเจ้าของพื้นที่ดังกล่าว” นางกมลทิพย์ กล่าว

นายกมลทิพย์ กล่าวอีกว่า บ้านหลังอื่นๆนั้นไม่ค่อยมีปัญหาเพราะเจ้าของบ้านไม่อยู่บ้านและบางหลังก็กลายเป็นบ้านเช่าไปแล้ว

“แต่บ้านของดิฉันกับเพื่อนบ้านอีก 2 หลังนซึ่งอยู่ประจำและมีการต่อเติมอาคารออกมาได้เกิดปัญหา โดยนักธุรกิจรายนี้ทำเรื่องร้องเรียนสำนักงานเขตบางกะปิว่าพวกเราต่อเติมโดยไม่ได้รับอนุญาตซึ่งพวกเราก็ยอมรับและได้ทำการรื้อถอนโครงสร้างไปแล้วเหลือเพียงของใช้อื่นๆที่ยังวางทิ้งไว้ แต่ก็ติดปัญหาเพราะที่ดินผืนนี้ดิฉันได้ฟ้องศาลแพ่งขอให้ไต่สวนว่ามีกรรมสิทธิ์ในที่ดินดังกล่าวหรือไม่เนื่องจากครอบครองมานานกว่า 10 ปีแต่กองล้มละลาย 2 กรมบังคับคดีซึ่งยึดที่ดินผืนนี้มาจากบริษัท เข็มเพชรหลังจากล้มละลาย ได้ยื่นคำร้องคัดค้าน ศาลจึงนัดไต่สวนวันที่ 6-8 พ.ย.นี้”

นางกมลทิพย์ ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ในขณะที่ยังไม่ถึงวันไต่สวนว่าใครจะมีสิทธิครอบครองที่ดินผืนนี้ก็มีกลุ่มชายฉกรรจ์หลายสิบคนบุกเข้มารื้อรั้วสังกะสี และทำลายทรัพย์สินของชาวบ้านถึง 2 ครั้ง

“ครั้งแรก เมื่อวันที่ 7 ส.ค. เวลา 06.00 น. กลุ่มชายฉกรรจ์ในชุดดำ สวมผ้าคลุมศีรษะและใบหน้า 70 คนถือค้อน ชะแลง มีด บุกเข้ามารื้อรั้ว ทำลายทรัพย์สินที่วางอยู่หลังบ้านพวกเราทั้ง 3 หลังจนเสียหาย พวกเราก็ล้อมรั้วสังกะสีขึ้นมาใหม่ปรากฏว่าเมื่อเวลา 04.00 น. 14 ส.ค. ชายฉกรรจ์กว่า 40 คนก็บุกเข้ามารื้อทำลายอีก”

นางกมลทิพย์ กล่าวว่า ตั้งแต่เกิดเรื่องครั้งแรกได้ไปแจ้งความที่ สน.หัวหมากแต่ตำรวจบอกว่าขอเวลาไปเจรจากับนักธุรกิจคู่กรณีรายนี้ก่อน ซึ่งนักธุรกิจคนดังกล่าวก็ยอมรับว่าเป็นคนสั่งให้กลุ่มชายฉกรรจ์มาก่อเหตุดังกล่าว พวกชาวบ้านจึงแจ้งความดำเนินคดีข้อหาบุกรุกและทำให้เสียทรัพย์แต่คดีก็ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ กระทั่งมาเกิดเหตุซ้ำสองซึ่งชาวบ้านเห็นว่าเป็นการกระทำที่ใช้อิทธิพลข่มขู่ทั้งที่เขาเองก็ไม่ได้มีส่วนได้เสียกับที่ดินดังกล่าว และกระบวนการพิสูจน์การครอบครองที่ดินในชั้นศาลยังไม่เสร็จสิ้น ชาวบ้านจึงนำหลักฐานภาพถ่ายที่บันทึกไว้ รวมทั้งเอกสารที่เกี่ยวข้องมาร้องทุกข์ขอความเป็นธรรม

เบื้องต้น พ.ต.ท.ศราวุธ ได้รับเรื่องไว้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวอีกครั้ง