สาวผูกคอตายปริศนาในบ้านร้าง

วันที่ 03 ส.ค. 2555 เวลา 18:39 น.
พบสาววัย 20 ผูกคอตายปริศนาในบ้านร้าง ย่านสุขุมวิท93 พบจดหมายตัดพ้อระบุเป็นคนดีไม่ได้

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 3 ส.ค. ร.ต.ต.รพิชา กองประดิษฐ พนักงานสอบสวน (สบ 1) สน.พระโขนง รับแจ้งเหตุพบศพหญิงผูกคอตายภายในบ้านร้าง ในซอยสุขุมวิท93  ซอยย่อยพึ่งมี50แยก22  แขวงบางจาก เขตพระโขนง กทม. จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์นิติเวชจากโรงพยาบาลจุฬาฯ เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู 

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านร้างริมคูน้ำ  เจ้าหน้าที่พบศพ น.ส.ส้มโอ พรหมหมอก อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 268 ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านร้างที่เกิดเหตุไปประมาณ 50 เมตร สภาพศพสวมเสื้อแขนยาวสีดำ นุ่งกางเกงยีนส์ขาวยาว ใช้เชือกไนล่อนสีขาวผูกคอตัวเองกับขื่อของห้องแรกสุดของบ้าน ตรวจสอบภายในตัวพบเชือกในล่อนอีก 1 มัด อยู่ในกระเป๋ากางเกงข้างซ้าย เบื้องต้นแพทย์สันนิษฐานว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 3 วัน

จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้เข้าไปตรวจสอบภายในห้องนอนของผู้ตายก็พบจดหมายลาตายเขียนด้วยลายมือ จำนวน 1 ฉบับ มีข้อความระบุว่า "ขอโทษที่เป็นคนดีไม่ได้ รักพี่ชัยมาก ฝากลูกด้วย" เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวนนางรุ่งอรุณ สีลาพัฒน์ อายุ 56 ปี แม่สามีของผู้ตาย ให้การว่า ผู้ตายเป็นลูกสะใภ้ของตน ที่อยู่กินกับนายฉัตรชัย พุ่มเปี่ยม ลูกชายตนมาได้ 3 ปี จนมีลูกสาวด้วยกัน 1 คน อายุ 2 ขวบ ก่อนหน้านี้ลูกสะใภ้ทำงานอยู่โต๊ะสนุ๊กเกอร์ ย่านวงศ์สว่าง แต่ปัจจุบันลูกสะใภ้ไม่ได้ทำงานที่ไหนเป็นแม่บ้านช่วยตนทำงานบ้านและเลี้ยงลูก  ส่วนลูกชายตนทำงานเป็นช่างอยู่บนเรือน้ำมันที่อ่าวอุดม จังหวัดระยอง จะกลับบ้านเดือนละ 1 ครั้ง

ก่อนเกิดเหตุเมื่อวันที่ 1 ส.ค.ที่ผ่านมา ตนเห็นผู้ตายช่วยทำงานบ้านตามปกติ ก่อนจะหายตัวไปในช่วงบ่าย จนกระทั่งช่วงเช้าวันนี้มีเด็กไปตกปลาริมคูน้ำที่ติดกับบ้านร้างก็เห็นผู้ตายผูกคอตายอยู่ในห้องชั้นล่าง จึงรีบมาบอกตนก่อนจะแจ้งตำรวจทันที ส่วนสาเหตุก็ไม่ทราบว่าเกิดจากเรื่องอะไร เพราะปกติเจ้าตัวเป็นคนร่าเริงอารมณ์ดี ไม่เคยมีเรื่องเครียดหรือทุกข์ใจอะไรให้เห็นเลย ช่วยตนทำงานบ้านทุกอย่าง ลูกชายก็บอกว่าไม่ได้ทะเลาะกันแต่อย่างใด ปัญหาการเงินก็ไม่มีเพราะลูกชายส่งเงินมาให้ใช้ทุกเดือน

ร.ต.ต.รพิชา กล่าวว่า เบื้องต้นคาดว่าผู้ตายน่าจะผูกคอตายเอง แต่อย่างไรก็ตามได้ส่งศพผู้ตายให้นิติเวชโรงพยาบาลจุฬาฯ ผ่าชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงอีกครั้ง พร้อมทั้งส่งเชือกที่ผูกคอผู้ตาย กับเชือกที่พบในกระเป๋ากางเกงอีก 1 มัดไปตรวจสอบว่าเป็นเส้นเดียวกันหรือไม่เนื่องจากมีรอยตัดอยู่ ก่อนเรียกญาติผู้ตายมาสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง