ชี้วัยรุ่นสูบบุหรี่เพิ่มขึ้นเหตุโชว์โลโก้เลื่อน

วันที่ 31 ก.ค. 2555 เวลา 15:01 น.
ชี้วัยรุ่นสูบบุหรี่เพิ่มขึ้นเหตุโชว์โลโก้เลื่อน
เผยวัยรุ่นสูบบุหรี่เพิ่ม เหตุสินค้าส่งเสริมการขายล้นตลาด พบตราสัญลักษณ์บุหรี่นอกเกลื่อนกรุง จี้ภาครัฐบังคับใช้กฎหมายจริงจัง

 

นพ.หทัย ชิตานนท์ ประธานสถาบันส่งเสริมสุขภาพไทย และประธานรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาควบคุมยาสูบขององค์การอนามัยโลก 2550- 2551 กล่าวว่า จากการติดตามสถานการณ์การบริโภคยาสูบของคนไทยในช่วง 20 ปีที่ผ่านมาตั้งแต่เริ่มมีการออกกฎหมายและทำงานรณรงค์อย่างเต็มที่ ทำให้อัตราการสูบบุหรี่มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่พบว่า หลังจากปี 2550 สถานการณ์การบริโภคยาสูบเริ่มทรงตัว และพบอัตราการสูบบุหรี่เพิ่มขึ้นในกลุ่มเยาวชนอายุ 15-18 ปี พบว่า กลุ่มอายุ 15-18 ปี จากปี 2544 อยู่ที่ 6.44% เพิ่มเป็น 7.62% ในปี 2552 และกลุ่มอายุ 19- 24 ปี จากปี 2547 อยู่ที่ 20.9% เพิ่มขึ้นเป็น 22.1% ในปี 2552

ทั้งนี้ พบว่าปัจจัยที่เป็นสาเหตุทำให้อัตราการสูบบุหรี่ในเยาวชนเพิ่มขึ้น ส่วนหนึ่งเกิดจากการจำหน่ายจ่ายแจกสิ่งของต่างๆ ที่มีสัญลักษณ์ของตราสินค้าบุหรี่ (cigarette promoting items : CPI) เช่น ไฟแช็ค เสื้อ หมวก ฯลฯ ซึ่งมีทั้งแบบบริษัทผู้ผลิตบุหรี่ทำแจกให้ร้านค้าปลีกและ ผู้ขายสินค้าอื่นๆ นำตราสินค้าบุหรี่ไปใส่ในผลิตภัณฑ์อย่างไม่รู้เท่าทัน

รศ.ดร. วันเพ็ญ  แก้วปาน นักวิจัยศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.) มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวถึงผลการวิจัย เรื่อง สิ่งของที่ส่งเสริมการขายบุหรี่ ว่า คณะวิจัยได้ทำการวิจัยเชิงสำรวจสิ่งของที่มีตราผลิตภัณฑ์ยาสูบ ที่วางจำหน่ายในเขตกรุงเทพมหานคร ระหว่างเดือนม.ค. – ก.พ. 2554  บริเวณร้านค้า หาบเร่แผงลอย ห้างสรรพสินค้า และร้านค้าทั่วไป รวม 15 จุดได้แก่ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ประตูน้ำ สยาม-มาบุญครอง สีลม สุขุมวิท จตุจักร ถนนข้าวสาร คิงพาวเวอร์ เซ็นทรัล สำเพ็ง คลองถม เยาวราช เขตบางแค เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย และสะพานพุทธ พบสินค้าที่มีตราผลิตภัณฑ์ยาสูบมี 9 ชนิด คือ  เสื้อยืด ที่จุดบุหรี่ กล่องใส่บุหรี่ หมวกสติ๊กเกอร์ เสื้อแจ๊คเก็ต พวงกุญแจ แผ่นแม่เหล็ก แม็กเนท และ 3D puzzle โดยเป็นสินค้าประเภทที่ไม่ได้ทำโดยบริษัทผู้ผลิตยาสูบโดยสินค้าที่พบมากที่สุดคือที่จุดบุหรี่ และกล่องใส่บุหรี่ และตราสัญลักษณ์ที่พบเป็นบุหรี่นำเข้าจากต่างประเทศโดยพวงกุญแจ และแม็กเนทเป็นสินค้าที่นำเข้าจากประเทศมาเลเซีย

ด้านรศ.ดร. เนาวรัตน์  เจริญค้า คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า มาตรการควบคุมสิ่งของเพื่อการส่งเสริมการขายบุหรี่ สามารถทำได้ คือ 1 ให้ความรู้แก่ผู้ขาย และปราบปรามด้วยการใช้กฎหมายเนื่องจากผู้ขายไม่ทราบว่าสินค้าของตนผิดกฎหมาย 2 การบังคับใช้กฎหมายโดยตรวจตราและตักเตือนเป็นลายลักษณ์อักษร และ3 การจับกุมและปรับ ตามความผิด พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2535 มาตรา 8  มีโทษสูงสุดคือ ปรับไม่เกินสองแสนบาท