อุตฯสั่งระงับสร้างโรงงานถ่านโค้กระยอง

วันที่ 24 ก.ค. 2555 เวลา 15:42 น.
กระทรวงอุตฯเพิ่งตื่นสั่งระงับ ก่อสร้างโรงงานถ่านโค้ก หลังปล่อยมานาน  หลังชาวระยองบุกร้องถึงกระทรวง

นายสุทธิ อัชฌาศัย ผู้ประสานงานเครือข่าวประชาชนภาคตะวันออก ได้นำตัวแทนประชาชนจากชุมชนมาบข่า จังหวัดระยอง ประมาณ 100 คน เดินทางมากระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อขอให้กระทรวงอุตสาหกรรมสั่งระงับการก่อสร้างโรงงานถ่านโค้ก ของบริษัทไทยเจนเนอรัลไนซ์โคลแอนด์โค้ก ตั้งอยู่ที่ตำบลห้วยโป่ง อำเภอเมือง จังหวัดระยอง

นายสุทธิ กล่าวว่า โรงงานดังกล่าวเป็นโรงงานที่แยกออกมาจากโรงถลุงเหล็ก โดยนำถ่านหินมาทำเป็นถ่านโค้กอัดแท่ง ส่งให้โรงถลุงเหล็กเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิง ซึ่งโรงงานประเภทดังกล่าวไม่เข้าข่ายกิจการรุนแรง ที่ต้องทำรายงานผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) และรายงานผลกระทบต่อสุขภาพ (เอชไอเอ) ชาวบ้านจึงไม่เห็นด้วย เพราะโรงงานถ่านหินควรจะเข้าข่ายกิจการรุนแรง ซึ่งทางตัวแทนชาวบ้านได้ส่งเรื่องไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมพิจารณาแล้ว แต่ถูกพิจารณาว่าเป็นโครงการปกติ

ด้านนายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า กระทรวงอุตสาหกรรมได้ออกคำสั่งตามมาตรา 37 ให้ระงับการกระทำที่ฝ่าฝืนต่อพ.ร.บ.โรงงานพ.ศ.2535 ตั้งแต่บัดนี้จนกว่าจะดำเนินการให้ถูกต้อง  เนื่องจากโรงงานดำเนินการตั้งโรงงานก่อนได้รับใบอนุญาตตามมาตรา 12 วรรค 2

ขณะที่นายบัณฑิต ธงศรีเจริญ อุตสาหกรรมจังหวัดระยอง กล่าวว่า โรงงานดังกล่าวได้รับใบอนุญาตจากเทศบาลมาบตาพุดในการก่อสร้างอาคารแล้ว แต่ยังไม่ได้รับอนุญาตจากกรมโรงงาน ซึ่งที่ผ่านมาก็ดำเนินคดีเปรียบเทียบค่าปรับไปแล้ว แต่ก็ยังคงก่อสร้างอยู่ โดยโรงงานนี้ได้ยื่นเรื่องขออนุญาตประกอบกิจการมาตั้งแต่ 4 ปี ที่แล้ว แต่ก็ยังไม่ได้รับอนุญาต เพราะยังติดปัญหาชุมชน

 อย่างไรก็ตามชาวบ้านได้ไปยื่นเรื่องต่อศาลปกครองให้มีคำสั่งยกเลิกการก่อสร้างแล้ว เพราะโรงงานยังคงเดินหน้าก่อสร้างอย่างต่อเนื่อง

“โรงงานนี้เป็นการลงทุนจากประเทศจีน มูลค่าการลงทุน 3,000 ล้านบาท เฉพาะในเฟส 1 โดยจะมีทั้งหมด 3 เฟส  เข้ามาในสมัยนายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง เป็นรมว.อุตสาหกรรม ซึ่งเป็นการชักจูงการลงทุนมาจากนายพินิจ จารุสมบัติ แต่ตอนนี้ยังไม่ได้รับอนุรับอนุญาตจากกรมโรงงาน แต่กลับดำเนินการก่อสร้างเกือบเสร็จแล้ว โดยตามแผนจะเสร็จภายในเดือนมิ.ย. – ธ.ค.นี้ และคาดว่าจะเริ่มส่งสินค้าไปยังโรงเหล็กต่างๆ ได้” นายสุทธิ กล่าว

ดังนั้น ชาวบ้านจึงต้องการให้กระทรวงอุตสาหกรรมออกคำสั่งระงับการก่อสร้างทันที และต้องการให้โรงงานดำเนินการตามรัฐธรรมนูญมาตรา 67 วรรค 2 จัดทำรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนในพื้นที่ ก่อนที่กรมโรงงานจะพิจารณาอนุญาตประกอบกิจการ เพราะการลงทุนในกิจการถ่านหินจะสร้างมลพิษต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม

 

บทความแนะนำ