ธาริตยันเผาเซ็นทรัลเวิลด์ไม่เกี่ยวชายชุดดำ

วันที่ 10 ก.ค. 2555 เวลา 12:46 น.
ธาริตยันเผาเซ็นทรัลเวิลด์ไม่เกี่ยวชายชุดดำ
ดีเอสไอ ยันคดีเผาเซ็นทรัลเวิลด์ ไม่เกี่ยวกับชายชุดดำ ปัดทำสำนวนอ่อนลง

นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) แถลงความคืบหน้าคดีวางเพลิง เผาทรัพย์และลักทรัพย์เซ็นทรัลเวิลด์ในเดือนเมษายน –พฤษภาคม 2553ว่า ไม่มีชายชุดดำเข้าไปเกี่ยวข้อง แต่มีผู้ต้องหา 9 คนที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีในข้อหาลักทรัพย์ ประกอบด้วยนายพินิจ จันทร์ณรงค์   นายวิศิษฏ์ แกล้วกล้า  นายภาสกร ไชยสีทา  นายคมสันต์  สุดจันทร์ฮาม  นายอัตพล วรรณโต   นายอาทิตย์ เบ้าสุวรรณ  นายพรชัย โลหิตดี    นายยุทธชัย สีน้อย และนางเจียม ทองมา ซึ่งดีเอสไอได้สั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้งหมดและส่งสำนวนให้พนักงานอัยการไปแล้วตั้งแต่วันที่ 4 ส.ค.53 ต่อมาพนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้อง ต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ และศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง

โดยศาลอาญากรุงเทพใต้ มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2555 ลงโทษจำเลยทั้ง 7 คน ในความผิดฐานฝ่าฝืน พ.ร.ก. คนละ 6 เดือน และลงโทษจำเลย นายคมสันต์ สุดจันทร์ฮาม ในความผิดฐานลักทรัพย์เป็นเวลา 3ปี รวมเป็น 3ปี 6 เดือน ฐานความผิดอื่น ยกฟ้อง พนักงานอัยการไม่อุทธรณ์ คดีถึงที่สุดแล้ว  ส่วนผลคดีของนายภาสกร ไชยสีทาและนายอัตพล วรรณโต ขณะนี้ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง สืบพยานฝ่ายโจทก์เสร็จสิ้นแล้ว ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล

ส่วนคดีวางเพลิงพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวันรับคดีและทำการสืบสวนสอบสวน ออกหมายจับผู้ต้องหารวม 7 คน คือ

ชายไทยไม่ทราบชื่อ ปรากฏตามภาพถ่ายหมายจับผู้ต้องหาที่ 1 ชายไทยไม่ทราบชื่อ ปรากฏตามภาพถ่ายหมายจับ ผู้ต้องหาที่  2 นายสายชล  แพบัว ชายไทยไม่ทราบชื่อ ปรากฏตามภาพถ่ายหมายจับผู้ต้องหาที่ 4 นายพินิจ  จันทร์ณรงค์ ผู้ต้องหาที่ 5 นายอัตพล  วรรณโต ผู้ต้องหาที่ 6 และนายภาสกร  ไชยสี  อย่างไรก็ตาม ต่อมาพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้ขอศาลออกหมายจับเพิ่มเติม อีก 2 คน ตามภาพถ่าย รวมเป็น 9 คน

ทั้งนี้ผู้ต้องหาที่ 3 เดิมออกหมายจับตามภาพถ่าย ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวได้ที่บริเวณสนามหลวง ทราบชื่อภายหลังว่า นายสายชล แพบัว ส่วนผู้ต้องหาที่ 5-7 นั้น เป็นผู้ต้องหาในคดีปล้นทรัพย์ ซึ่งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ได้ชี้ยืนยันตัวว่าเป็นผู้กระทำความผิดในการวางเพลิงด้วย สน. ปทุมวัน เห็นว่าเป็นคดีที่ต่อเนื่องเกี่ยวพันกับคดีพิเศษ จึงส่งมาเป็นคดีพิเศษ

นายธาริต กล่าวว่า คดีวางเพลิงได้สั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้งหมด และผลของเหตุการณ์ทำให้ห้างเซ็นทรัลเวิลด์ได้รับความเสียหายมูลค่ากว่า 8 พันล้านบาท  และในที่เกิดเหตุพบนายกิตติพงษ์ สมสุข วัย 19 ปี ชาวจังหวัดศรีสะเกษเสียชีวิตเพราะขาดอากาศหายใจ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้พนักงานอัยการได้ส่งฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 9 คน และได้ฟ้องนายสายชน แพบัว และนายพินิจ จันทร์ณรงค์ ต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ คดีอยู่ระหว่างการสืบพยานโจทก์ นัดสืบพยานพนักงานสอบสวนในวันที่ 21, 23ส.ค.  รวมทั้งทั้งได้ส่งฟ้องนายอัตพล วรรณโต และนายภาสกร ไชยสีทา ต่อศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง โดยศาลนัดสืบพยานโจทก์วันที่ 3ส.ค.นี้เช่นกัน

“เรื่องนี้คนละเรื่องกับก่อการร้าย คดีก่อการร้าย เป็นมิติภาพรวม  คดีนี้เป็นส่วนแยกต่างหาก ส่วนคดีนี้ผู้ต้องหาจะได้ประกันตัวตามนโยบายปรองดองหรือไม่ ผมไม่ตอบ เนื่องจากคดีวางเพลิงเผาทรัพย์ เซ็นทรัลมีการตัดสินลงโทษบางส่วนเหมือนคดีสิ้นสุดแล้ว มีผลออกมาแล้ว เราแยกคดีออกมาชัดเจน เรื่องวางเพลิงไม่มีมูลเหตุชัดเจนว่าการเผาเพื่อจะปล้นทรัพย์”นายธาริต กล่าว

เมื่อถามว่า เหตุการณ์อื่นๆมีชายชุดดำหรือไม่  นายธาริต กล่าวว่า จำไม่ได้ แต่การเอ่ยถึงชายชุดดำจะมีเฉพาะสำนวนการก่อการร้าย แต่สำนวนที่แยกย่อยออกมาเช่น วางเพลิงเผาทรัพย์ หลายแห่ง เช่น ศาลากลางจังหวัด เผาตู้เอทีเอ็ม ร้านค้าย่อยหลายแห่ง เราไม่ได้ทำสำนวนที่ไปเกี่ยวกับชายชุดดำ

เมื่อถามว่า คดีดังกล่าวจะทำให้เซ็นทรัลด์เวิลด์ฟ้องเอาประกันได้หรือไม่ นายธาริต กล่าวว่า ยังไม่ชัดเจนว่าผลสรุป แต่เท่าที่ทราบบริษัทประกันอ้างเหตุยังไม่จ่ายเพราะคดีก่อการร้ายยังไม่ได้ข้อยุติ แต่ถ้าคดีก่อการร้ายได้ข้อยุติว่าคดีก่อการร้ายไม่เกี่ยวกับกรณีเซ็นทรัลเวิลด์ก็เข้าว่าบริษัทประกันก็ต้องจ่าย แต่ถ้าศาลฟังหรือพิพากษาว่า กรณีเซ็นทรัลเวิลด์เกี่ยวข้องกับก่อการร้าย บริษัทประกันก็อาจไม่จ่าย ที่เราสอบสวนพบและจับกุมดำเนินคดีมีเท่านี้ ไม่มีชายชุดดำ เรื่องก่อการร้ายที่ฟ้องไปไม่ได้ฟ้องชายชุดดำ ฟ้องแกนนำนปช.ที่ทำผิด มีผลออกมาแล้ว เราแยกคดีออกมาชัดเจน เรื่องวางเพลิงไม่มีมูลเหตุชัดเจนว่าการเผาเพื่อจะปล้นทรัพย์