รวบแก๊งฟิลิปปินส์ลักสร้อยเพชรห้างดัง

วันที่ 08 มี.ค. 2555 เวลา 10:58 น.
รวบแก๊งฟิลิปปินส์ลักสร้อยเพชรห้างดัง
ตำรวจ รวบแก๊ง ฟิลิปปินส์ ลักทรัพย์สร้อยคอเพชรมูลค่ากว่า6ล้านกลางห้างดังกลางกรุง เผยเคยก่อเหตุได้ทรัพย์ไปแล้วกว่า 6 ล้านบาท 

พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.น. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.ปทุมวัน แถลงจับกุมแก็งคนร้ายชาวฟิลิปปินส์ก่อเหตุลักทรัพย์ร้านทองย่านเยาวราช และร้านเพชรชื่อดังภายในห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน ผู้ต้องหา 6 คน คือ  1.นายเพอร์ซี่ กัมบัน คอแนล อายุ 39 ปี 2.น.ส.เอเวอลีน เมนโดซ่า ควินโต้ อายุ 32 ปี 3.น.ส.เจสิก้า บาโรกา เดลลาครูซ อายุ 29 ปี 4.นายเอดัวร์โด้ เมดินา ลาโซ่ อายุ 58 ปี 5.นางเออลินดา เฟอนาเดซ โฟกาต้าร์ อายุ 57 ปี และ6.นางเซซิเลีย โค เซวิลลา อายุ 59 ปี ทั้งหมดถือสัญชาติฟิลิปปินส์ พร้อมด้วยของกลางสร้อยคอเพชร จำนวน 1 เส้น ราคาประมาณ 2ล้านบาท แหวนทองคำหนัก 1 สลึง 150 วง ราคา 940,000 บาท สร้อยเพชรมรกต  1 เส้น ราคาประมาณ 2.5 ล้านบาท เสื้อผ้าที่ใช้ใส่ก่อเหตุ 1 ชุด และกระเป๋าเดินทางสีดำที่ใช้ซ่อนของกลาง 1 ใบ โดยจับกุมตัวได้ขณะที่กำลังเข้าไปก่อเหตุลักทรัพย์ภายในร้านเจมส์ พาวิลเลียน บริเวณชั้น  ห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน

พล.ต.ท.วินัย เปิดเผยว่า แก๊งคนร้ายก่อเหตุล่าสุดเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา ก่อเหตุลักทรัพย์ โดยเฉพาะเครื่องประดับเพชรพลอย ทองคำ ภายในร้านเพชรตามห้างสรรพสินค้า และในโรงแรมชื่อดังหลายแห่ง พฤติกรรมจะแบ่งหน้าที่กันเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกอุบายเลือกซื้อ อีกกลุ่มพยายามล่อหลอกพนักงานเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ กระทั่งสบโอกาสคนร้ายชายในกลุ่มจะเอื้อมมือผ่านเคาน์เตอร์โชว์สินค้า ไปหยิบถุงใส่แหวนทอง และเครื่องเพชร ส่งให้หญิงเพื่อนร่วมแก๊ง ก่อนที่ทั้งหมดจะทยอยเดินหนีออกไปจากร้าน ซึ่งเหตุการณ์ทั้งหมดกล้องวงจรปิดของทางร้านทองสามารถบันทึกภาพไว้ได้ตลอด แต่กลุ่มคนร้ายก็ยังย่ามใจออกตระเวนก่อเหตุอีกหลายแห่ง กระทั่งล่าสุดคนร้ายเข้าไปก่อเหตุภายในร้านเจมส์ พาวิลเลียน ชั้น 1 ห้างสยามพารากอน แต่รปภ.ของทางห้างได้สังเกตเห็นถึงความผิดปกติ จึงรีบแจ้งพนักงานในร้านและเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจสอบ ก่อนรวบตัวได้เกือบยกแก็งพร้อมกับของกลาง

"นอกจากนี้ยังมีผู้ต้องหาชาวฟิลิปปินส์อีก 1 คนที่หลบหนีอยู่ ทราบชื่อคือนายครูซ เจอร์วาซิโอ จารามี่ อายุ 33 ปี จึงประสานตม.ไปตามด่านต่างๆ หากพบเห็นให้จับกุมอายัดตัวทันที ทั้งนี้ ผู้ต้องหาทั้งหมดเข้ามาประเทศไทยเมื่อวันที่ 3 มี.ค. กำหนดกลับวันที่ 8 มี.ค.จากการตรวจค้นห้องพักก็ยังพบของกลางอีกจำนวนมาก รวมทรัพย์สินที่ผู้ต้องหาก่อเหตุมากถึง 6,390,000 บาทจากการสอบสวนพบว่า เมื่อก่อเหตุแล้ว จะนำทรัพย์สินทั้งหมดกลับประเทศฟิลิปปินส์ ไม่เอามาขายทอดตลาดในเมืองไทย” ผบช.น. กล่าว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จะควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวนสน.ปทุมวัน ดำเนินคดีต่อไป พร้อมทั้งมอบของกลางคืนให้กับเจ้าของที่เดินทางมาตรวจสอบของกลางด้วย