กำหนดนโยบาย 4 กรอบปราบอาชญากรรมนครบาล

  • วันที่ 03 ก.พ. 2555 เวลา 13:33 น.

โฆษก บช.น. แถลงเผย4มาตรการ ในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม เพื่อเร่งแก้ไขปัญหายาเสพติด บ่อนการพนัน ในพื้นที่กทม.

เวลา 10.30 น. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) พ.ต.อ.ปรีดา สถาวร โฆษกกองบัญชาการตำรวจนครบาล แถลงมาตรการเชิงรุกในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดและการจัดระเบียบสังคม โดยสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมา พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.น. ได้เรียกรองผบช.น. ที่ดูแลงานด้านสืบสวนและฝ่ายป้องกันปราบปราม รองผู้บังคับการ รองผกก.ฝ่ายป้องกันปราบปราม ฝ่ายสืบสวนทุกสถานีตำรวจ และหน่วยสนับสนุนอย่างกองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ(บก.สปพ.) เข้าประชุมที่ห้องประชุมใหญ่กองบัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.วินัย ได้กำหนดกรอบการทำงาน เนื่องมาจากปัญหายาเสพติดซึ่งเป็นวาระแห่งขาติที่สำคัญของรัฐบาล รวมทั้งปัญหาอบายมุขและอาชญากรรมที่เกิดขึ้นทั้งหมด โดยกำหนดกรอบการทำงานออกเป็น 4 ด้าน ด้านแรกเป็นการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมพื้นฐาน รวมทั้งงานสืบสวน จะเน้นงานอาชญากรรมที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ด้านที่2เป็นนโยบายที่เน้นการปราบปรามยาเสพติด ด้านที่3 คือเรื่องการจัดระเบียบสังคมและ ด้านที่4 คืองานตำรวจชุมชนและมวลชนสัมพันธ์

พ.ต.อ.ปรีดา กล่าวอีกว่า สาเหตุที่ต้องแบ่งออกเป็น 4 ด้านดังกล่าว เนื่องจากที่ผ่านมาจากผลการจับกุมและขยายผลผู้ต้องหาได้หลายราย ปรากฏว่าคดีอาชญากรรมมีความเกี่ยวเนื่องกันกับยาเสพติด รวมทั้งเรื่องการจัดระเบียบสังคมโดยเน้นสถานบริการ และบ่อนการพนันต่างๆ จึงมีการกำหนดนโยบายเพื่อให้ดำเนินการควบคู่ไปพร้อมๆกัน ส่วนเรื่องชุมชนและมวลชนสัมพันธ์เป็นการแสวงหาความร่วมมือกับภาคประชาชน โดยเฉพาะเรื่องยาเสพติดหากได้รับการแจ้งเบาะแสก็จะทำให้การปราบปรามมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ด้านแรกเรื่องการปราบปรามอาชญากรรมพื้นฐาน มีพล.ต.ต.สาโรจน์ พรหมเจริญ รองผบช.น.ดูแลงานด้านปราบปรามและพล.ต.ต.พิสิฏฐ์ พิสุทธิ์ศักดิ์ รรท.รองผบช.น.ดูแลงานด้านสืบสวนสอบสวนก็ ได้มอบนโยบาย เป็นการด้านเนินการต่อเนื่อง เรื่องการควบคุมระบบสายตรวจได้มอบหมายให้รองผกก.ป.ลงไปควบคุมดูแลการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่สายตรวจ ทุกสถานีต้องมีการระดมกำลังสายตรวจในโรงพัก ระดับกองบังคับการ ผบก.จะต้องพิจารณาว่ามีเหตุอาชญากรรมเกิดขึ้นน้อย แต่มีกำลังพลมากจะต้องจัดกำลังไปดูแลโรงพักที่มีอาชญากรรมมาก แต่มีกำลังพลน้อย นอกจากนี้พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง รองผบช.น. ยังได้เน้นย้ำให้ทุกโรงพักไปฝึกกำลังพลทบทวนด้านยุทธวิถีและการก้าวสกัดจับ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความผิดพลาดขณะปฏิบัติหน้าที่ การแสวงหาความร่วมมือจากพนักงานรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ต่างๆ โดยเฉพาะหมู่บ้านจัดสรร อย่างกรณีที่เกิดขึ้นที่ย่านสายไหม ก็ได้เข้าไปประชุมชี้แจงกับรปภ.ให้เข้มงวดในการรักษาความปลอดภัย

ส่วนด้านสืบสวนพล.ต.ต.พิสิฏฐ์ ได้เน้นย้ำ ทุกพื้นที่ที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนรับผิดชอบจะต้องทำให้เกิดความร่มเย็นเป็นสุข ให้เกิดความปลอดภัยจากคดีต่างๆ ฝ่ายสืบสวนได้เน้นให้ทุกสถานีตำรวจเก็บรวมรวมข้อมูล CCTV ให้เป็นข้อมูลท้องถิ่นของสถานีตำรวจ เพราะผลการจับกุมคดีสำคัญส่วนใหญ่ได้มากล้องวงจรปิด และเน้นย้ำให้แต่ละสถานีเก็บรวบรวมข้อมูลว่าแต่ละจุดมีการติดกล้อง CCTV ของสถานที่ราชการ กรุงเทพมหานคร หรือภาคเอกชน กี่กล้อง ตรวจสอบว่าใช้ได้หรือไม่ เมื่อเกิดคดีจะสามารถนำมาตรวจสอบได้ทันที รวมทั้งเร่งรัดการจับกุมหมายจับคดีค้างเก่า ด้านที่ 2 ด้านการปราบปรามยาเสพติด จุดที่เน้นคือการจับกุมผู้ค้ารายย่อย โดยสืบสวนขยายผลจากผู้เสพ ถึงแม้จะมีผู้ค้ารายใหญ่แต่เพราะถ้าไม่มีผู้ค้ารายย่อยคอยกระจายยาเสพติดในชุขนต่างๆปัญหายาเสพติดก็จะลดลงไปได้ นอกจากนี้ยังเน้นย้ำไม่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ซึ่งที่ผ่านมาทางบช.น.ก็ไดมีการสุ่มตรวจปัสสาวะเจ้าหนาที่ตำรวจที่เกี่ยวข้อง และตำรวจที่อาจจะไปเอื้ออำนวยกับขบวนการยาเสพติด ให้มีการตรวจสอบและดำเนินการอย่างเด็ดขาด และการขอความร่วมมือจากอพาร์ทเม้นท์หรือห้องเช่าต่างๆ ให้ช่วยแจ้งเบาะแส หากพบสิ่งผิดปกติ ด้านการบังคับใช้กฎหมายพล.ต.ต.อนุชัย ได้เน้นย้ำเรื่องกฎหมายการยึดทรัพย์ เพื่อถอนรากถอนโคนขบวนการค้ายาเสพติด เรื่องที่ 3 การจัดระเบียงสังคม มีพื้นที่เป้าหมายที่ทางบช.น.กำหนด 8 ประเภท ที่เน้นย้ำคือเรื่องสถานบริการและสถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายกัน ให้เจ้าหน้าที่เข้าไปดำเนินการ โดยบช.น.จะกำหนดให้มีการปิดล้อมตรวจค้นบก.น.1-9 สัปดาห์ละ 1 ครั้ง สถานบริการก็เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นใน 1 สัปดาห์ก็จะมีการตรวจค้นจุดใหญ่ๆในกรุงเทพมหานครประมาณ 20 แห่ง

เรื่องสุดท้ายคือเรื่องงานตำรวจชุมชนและมวลชนสัมพันธ์ พล.ต.ท.วินัย ได้มีโครงการ “1ตำรวจ 4 อาสา”  เพื่อแสวงหาความร่วมมือจากประชาชนในการปราบปรามยาเสพติด โดยเน้นย้ำให้ตำรวจชุมชนสัมพันธ์มีส่วนสนับสนุนในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด สำหรับการดำเนินงานทั้ง 4 กรอบ พล.ต.ท.วินัย ได้มอบหมายให้รองผบช.น.ลงไปดูแลในแต่ละบก.ที่รับผิดชอบ และได้มอบนโยบายให้กับตำรวจทุกหน่วย ปฏิบัติหน้าที่ด้วยจิตสำนึก ไม่ใช่ทำเพราะถูกบังคับเพื่อประคับประคองสังคมให้อยู่ได้ต่อไป

 

ข่าวอื่นๆ