ยูนิเซฟจี้รัฐปกป้องสิทธิเด็ก

วันที่ 12 ม.ค. 2555 เวลา 22:19 น.
ยูนิเซฟจี้รัฐปกป้องสิทธิเด็ก
ยูนิเซฟจี้รัฐปกป้องสิทธิเด็ก หลังพบสถิติเด็กไทยจำนวนมากยังเผชิญความรุนแรง ยากจน ถูกทอดทิ้ง และถูกแสวงหาประโยชน์

นายโทโมโอะ โฮซูมิ ผู้แทนองค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (ยูนิเซฟ) ประเทศไทยกล่าวว่า เนื่องในวันเด็กแห่งชาติปีนี้ยูนิเซฟของเรียกร้องให้บุคลากรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมปกป้องคุ้มครองสิทธิเด็กเนื่องจากยังมีเด็กจำนวนมากที่ยังคงเผชิญกับปัญหาต่างๆ เช่น ความยากจน ความรุนแรง การถูกทอดทิ้งและการถูกแสวงประโยชน์

"แม้ในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา ความเป็นอยู่ของเด็กในประเทศไทยจะได้รับการพัฒนาไปในหลายด้าน แต่เด็กอีกจำนวนมากยังคงมีชีวิตอยู่กับวงจรความยากจน การขาดโอกาสในการศึกษา รวมทั้งเผชิญกับโรคเอดส์"นายโฮซูมิระบุ

ทั้งนี้สถิติจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนพบว่า ในไทยมีเด็กวัยประถมศึกษาประมาณ 600,000 คนไม่ได้เข้าเรียนหรือเข้าเรียนช้า ในพ.ศ. 2551 มีเด็กปฐมวัยประมาณร้อยละ 75 เท่านั้นที่ได้เข้าสู่ศูนย์พัฒนาเด็กปฐมวัยรูปแบบต่างๆ แม้ว่าสมองของเด็กจะพัฒนาได้รวดเร็วที่สุดในช่วงห้าปีแรกของชีวิต

ขณะที่เด็กเกิดใหม่ประมาณ 40,000 – 50,000 คนต่อปีที่ไม่ได้รับการจดทะเบียนเกิด ทำให้ไม่มีตัวตนทั้งในทางกฎหมายและทางสังคม ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคต่อการได้รับการรักษาพยาบาลและบริการอื่นๆ รวมทั้งตกอยู่ในความเสี่ยงต่อการถูกละเมิดและถูกแสวงประโยชน์ และ ร้อยละ 3.8 ของหญิงตั้งครรภ์ที่มีเชื้อเอชไอวีแพร่เชื้อไปสู่ลูกในท้อง และในปัจจุบันมีเด็กประมาณ 14,000 คนที่มีเชื้อเอชไอวี โดยต้องมีชีวิตอยู่ท่ามกลางการถูกรังเกียจและการถูกเลือกปฏิบัติ

นอกจากนี้ใน พ.ศ. 2553 มีเด็กและผู้หญิงกว่า 25,000 คนเข้ารับบริการจากศูนย์พึ่งได้ในโรงพยาบาลทั่วประเทศเนื่องจากถูกกระทำรุนแรง โดยร้อยละ 70 ของเด็กถูกกระทำรุนแรงทางเพศ

"ในการที่ประเทศไทยเป็นภาคีของอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก รัฐบาลจึงมีพันธะที่จะต้องดำเนินการต่างๆ เพื่อคุ้มครองเด็กและประกันว่าเด็กทุกคนในประเทศไทยได้รับสิทธิที่พวกเขาพึงมี"นายโฮซูมิกล่าว

อย่างไรก็ตามในปลายเดือนม.ค.นี้ คณะเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากกระทรวงต่างๆ จะเดินทางไปยังกรุงเจนีวา ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ เพื่อนำเสนอรายงานผลการดำเนินงานของประเทศไทยตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กต่อคณะกรรมการสิทธิเด็กแห่งสหประชาชาติ ซึ่งเป็นข้อกำหนดภายใต้อนุสัญญาฯ ในการนี้ยูนิเซฟได้สนับสนุนให้ตัวแทนเด็ก 2 คนจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและนราธิวาสเข้าร่วมประชุมเพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเด็กด้วย

"ผมตั้งใจจะนำเสนอข้อเท็จจริง ประสบการณ์ในการดำรงชีวิตอยู่ในสามจังหวัดชายแดนใต้ว่าเป็นยังไง มันไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด ผมมีเพื่อนต่างศาสนาและผมอยากบอกว่าเราอยู่ร่วมกันได้และอยู่อย่างมีความสุข" นายภีมระพัฒน์ รองสวัสดิ์ ตัวแทนเด็กจากจังหวัดนราธิวาสกล่าว