ฝากขัง 2 คนร้ายปล้นบ้านปลัดคมนาคมค้านประกัน

วันที่ 18 พ.ย. 2554 เวลา 14:49 น.
ฝากขัง 2 คนร้ายปล้นบ้านปลัดคมนาคมค้านประกัน
คดีปล้นปลัดก.คมนาคม คืบ! รวบผู้ต้องหาได้ 2 ราย พร้อมของกลางอื้อ ตำรวจนำตัวทำเเผนประกอบคำรับสารภาพ ก่อนนำตัวฝากขัง พร้อมค้านประกันตัว

พ.ต.อ.ธวัช วงศ์สง่า ผกก.สน.วังทองหลาง เปิดเผยความคืบหน้าคดีปล้นบ้านนายพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม บ้านเลขที่  77 ซอยลาดพร้าว  64 แยก  2 แขวงและเขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ หลังจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 คน คือ นายสิงห์ทอง หรือไก่ ใจชมชื่น อายุ  44 ปี พร้อมของกลางเงินสด  5 แสนบาท สร้อยคอทองคำหนัก  5 บาท  2 เส้น รวมทั้งหมด  7.5 แสนบาท ที่บ้านพักย่านคลองตัน และนายเสาร์แก้ว นามวงศ์ อายุ  59 ปี ของกลาง เงินสด  2,322,000 บาท ในพื้นที่ จ .เชียงราย คนร้ายที่ร่วมกับพวกอีก  4 คน  ที่ยังหลบหนี ว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ได้นำตัวผู้ต้องหา 2 รายไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยจุดแรกนำตัวไปที่อพาร์ทเม้นท์ย่านคลองตัน ซึ่งเป็นจุดที่ผู้ต้องหาอ้างว่าเป็นสถานที่ที่นายวีระศักดิ์ เชื่อลี ที่อยู่ระหว่างการหลบหนีใช้เป็นสถานที่วางแผนการก่อเหตุ จุดที่สองเป็นบ้านพักของนายสุพจน์ โดยเริ่มต้นจากจุดที่กลุ่มผู้ต้องหาขับรถมาหน้าบ้าน แล้วลงไปเปิดประตูไฟฟ้าที่ไม่ได้ล็อคไว้ เมื่อกลุ่มผู้ต้องหาเปิดประตูหน้าบ้าน ก็ขับรถกระบะเข้าไปในบ้าน ก่อนลงไปจับตัวแม่บ้าน บังคับให้พาไปห้องของปลัด ก่อนจะงัดห้องแล้วกวาดทรัพย์สินที่อยู่ในตู้เสื้อผ้า และจุดสุดท้ายเป็นจุดที่ผู้ต้องหาใช้เป็นเส้นทางหลบหนีหลังก่อเหตุ โดยใช้เวลาในการทำแผนทั้งสิ้น 1 ชั่วโมง

“ทั้งนี้ ความคืบหน้าของคดี ทางตำรวจได้ยึดรถยนต์กระบะโตโยต้าวีโก้ สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน กฉ 1166 กาญจนบุรี ซึ่งคาดว่าเป็นรถยนต์ที่ใช้ก่อเหตุได้ โดยไปยึดได้ที่บ้านของเพื่อนนายวีระศักดิ์ หัวหน้าแก๊งที่นำมาฝากไว้ก่อนที่จะหลบหนีต่อไป เบื้องต้น ทราบมาว่าหลังจากปล้นกันแล้ว ได้พากันแยกย้ายไปตามถนนลาดพร้าว ก่อนที่จะมารวมตัวกันอีกครั้งในคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งย่านคลองตันเพื่อแบ่งปันเงินกัน นอกจากนี้ ผู้ต้องหาให้การว่าได้ปล้นเงินไปจำนวนกว่า 200 ล้านบาท และพากันเชื่อว่าในบ้านยังคงมีเงินอีก 700-1,000 ล้านบาทนั้น ทางตำรวจยังไม่ได้รับการยืนยันจากเจ้าของบ้าน ซึ่งก็คือปลัดก.คมนาคมแต่อย่างใด”

ผกก.สน.วังทองหลาง กล่าวอีกว่า ส่วนที่มีข่าวว่าปปช.จะเข้ามาตรวจสอบการเงินของปลัดก.คมนาคมที่มีเงินจำนวนมากนั้น เรื่องนี้ยังไม่ทราบ แต่หากปปช.ต้องการข้อมูล ทางตำรวจก็พร้อมที่จะมอบให้ แต่ยังไม่มีการประสานเข้ามา อย่างไรก็ตาม ตำรวจยังคงต้องเร่งล่าคนร้ายอีก 4 คนที่ยังหลบหนีอยู่ต่อไป

ต่อมา เมื่อเวลา 12.00 น. ร.ต.ท.ชาติชาย เขจรชัย พนักงานสอบสวน สบ.1 สน.วังทองหลาง ได้ควบคุมตัวนายสิงห์ทอง  หรือเสธ.ไก่ ใจชมชื่น อายุ 44ปี ชาว กทม. และนายเสาร์แก้ว นามวงค์ อายุ 59 ปี ชาว จ.เชียงราย ผู้ต้องหาคดีร่วมกันปล้นทรัพย์ มายื่นคำร้องฝากขังต่อศาลครั้งแรก โดยพนักงานสอบสวนระบุพฤติการณ์สรุปว่า

เมื่อวันที่ 12 พ.ย. 54 เวลากลางคืน ผู้ต้องหาทั้งสองกับพวกรวม 6 คนได้ขับรถยนต์กระบะยี่ห้อ โตโยต้า 4 ประตู สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน กฉ 1166 กาญจนบุรี  เข้าไปในบ้านพักของนายสุพจน์  ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม  เลขที่  77  ซอยลาดพร้าว 64 แยก 2 แขวง – เขตวังทองหลาง  กทม. ใช้มีดข่มขู่จับคนรับใช้ 2 คนมัดมือมัดเท้าบังคับพาไปชั้นสองของบ้านเข้าไปในห้องนอนของผู้เสียหาย ใช้ชะแลงงัดตู้เซฟลักเอาเงินสด  จำนวน 5 ล้านบาท และทรัพย์สินอื่น ๆ  หลบหนีไป ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมผู้ต้องหาทั้งสองได้ ส่งพนักงานสอบสวน สน.วังทองหลางดำเนินคดีข้อหา ร่วมกันปล้นทรัพย์โดยมีอาวุธ,โดยใช้ยานพาหนะ ,กระทำด้วยประการใดให้ปราศจากเสรีภาพในร่างกาย, พาอาวุธติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร  โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ

บัดนี้ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหามาจะครบกำหนดแล้ว แต่การสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้นต้องสอบปากคำพยานอีก 8 ปาก ,รอผลการตรวจประวัติผู้ต้องหา  ,รอผลการตรวจพิสูจน์ของกลาง ฯลฯ  ด้วยความจำเป็นดังกล่าวจึงขอฝากขังผู้ต้องหาไว้ 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 18 - 29 พ.ย. นี้

ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนขอคัดค้านการประกัน เพราะเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี

ศาลพิจารณาคำร้องและสอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้าน จึงอนุญาตให้ฝากขังได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้งนี้ไม่มีญาติผู้ต้องหามายื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จึงนำตัวทั้งสองไปควบคุมไว้ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพต่อไป

จับเพิ่มอีก 2 คนร้ายปล้นบ้านปลัด

ล่าสุด เวลา 15.30 น. พล.ต.ต.วินัย ทองสอง รรท.ผบช.น.เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวถึงความคืบหน้าในคดีปล้นบ้านปลัดก.คมนาคมว่า ขณะนี้ชุดสืบสวนได้จับกุมผู้ต้องหาเพิ่มอีก 2 รายคือ นายวนัญกฤต หรือจ่อย จับได้ที่จ.อุตรดิตถ์ พร้อมเงินสด 9 ล้านบาท นายบุญสืบ ไม่ทราบนามสกุล อยู่ระหว่างควบคุมตัวไว้สอบสวน ซึ่งทั้งสองมีหน้าที่ร่วมวางแผนและในวันที่เกิดเหตุคอยดูต้นทาง เบื้องต้นเชื่อได้ว่าทรัพย์สินที่คนร้ายได้ไปนั้นน่าจะมีมากเนื่องจากภาพจากล้องวงจรปิดในวันเกิดเหตุเห็นคนร้ายได้หิ้วกระเป๋าเป้ใบใหญ่ออกไปซึ่งสอดคล้องกับคำรับสารภาพของผู้ต้องหาที่จับกุมได้ก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตาม ทางด้านสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ.(ป.ป.ช.) ได้ประสานมาทางโทรศัพท์เพื่อขอข้อมูลเพื่อนำไปตรวจสอบเส้นทางการเงินแล้วแต่ยังไม่ได้รับเรื่องเป็นลายลักษณ์อักษร