สรุปน้ำท่วม12จว.ตาย69ศพ

วันที่ 07 ก.ย. 2554 เวลา 13:28 น.
สรุปน้ำท่วม12จว.ตาย69ศพ
ศอส.สรุปน้ำท่วมเสียหาย12จังหวัดตาย69คนเตือนประชาชนริมฝั่งเจ้าพระยารับน้ำเหนือไปถึงกลางก.ย.นี้

นายภานุ แย้มศรี ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการบรรเทาสาธารณภัย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะประธานการประชุมศูนย์สนับสนุนการอำนวยการและการบริหารสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม (ศอส.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยใน 12 จังหวัด รวม 62 อำเภอ 429 ตำบล 2,367 หมู่บ้าน ราษฎรเดือดร้อน 146,542 ครัวเรือน 460,191 คน

 

จังหวัดที่ยังประสบภัยได้แก่ สุโขทัย พิจิตร พิษณุโลก นครสวรรค์ พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง ชัยนาท อุบลราชธานี สิงห์บุรี นครปฐม สุพรรณบุรี และนนทบุรี มีผู้เสียชีวิต 69 ราย พื้นที่การเกษตรเสียหาย 3,530,969 ไร่ และพื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์เสียหาย แบ่งเป็น บ่อปลา 67,618 ไร่ กุ้ง หอย ปู 2,284 ไร่ ปศุสัตว์ได้รับผลกระทบ 2,298,506 ตัว

ศอส.สรุปน้ำท่วม12จังหวัดตาย69ศพ

ทั้งนี้ ยังต้องเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา เนื่องจากน้ำเหนือมีปริมาณเพิ่มมากขึ้นส่งผลให้ปริมาณน้ำที่ไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มจาก 2,400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เป็น 2,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทำให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นวันละ 10-15 ซม. ต่อวัน ต่อเนื่องไปจนถึงกลางเดือนก.ย.นี้ จึงขอเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่างตั้งแต่พื้นที่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยาลงมา บริเวณ จ.ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา และนนทบุรี ให้เตรียมการป้องกันภาวะน้ำล้นตลิ่ง เสริมแนวคันกั้นน้ำ พร้อมขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง พร้อมทั้งเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด

สำหรับสถานการณ์น้ำล้นตลิ่งในลุ่มน้ำต่างๆ ที่ยังต้องเฝ้าระวัง เนื่องจากระดับน้ำมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ได้แก่ ลุ่มน้ำป่าสัก ที่อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ แม่น้ำปราจีนบุรีที่อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี ลุ่มน้ำชีที่ลำเซบก อ.ตระการพืชผล จ.อุบลราชธานี ลุ่มน้ำมูลที่อ.เมือง จ.อุบลราชธานี ขณะที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างมีปริมาณน้ำมาก และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ปริมาณน้ำที่ไหลผ่านจ.นครสวรรค์อยู่ในอัตรา 3,100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที