
ไปรษณีย์ไทย ปลดล็อกโจทย์ส่งออก SMEs ชูทางเลือกจัดการภาษีต้นทาง–ปลายทาง
พาร้านค้าไทยโตไกลทั่วโลก ไปรษณีย์ไทยปลดล็อกโจทย์ส่งออก SMEs ผ่าน Courier Post Plus ชูทางเลือกจัดการภาษีต้นทาง–ปลายทาง เพิ่มความคล่องตัวธุรกิจไทยบุกตลาดต่างประเทศ
บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เดินหน้าสนับสนุนผู้ประกอบการไทยขยายตลาด สู่ต่างประเทศ ตอบโจทย์ธุรกิจยุคใหม่ ทั้ง SMEs และผู้ค้าออนไลน์ รองรับสินค้าหลากหลายประเภท
ทั้งของเหลว แบตเตอรี่ และอาหารตามเงื่อนไขที่กำหนด สามารถฝากส่งหลายชิ้นในครั้งเดียว ทั้งโซนสหรัฐ ยุโรป ตะวันออก และเอเชีย พร้อมเลือกชำระภาษีและค่าธรรมเนียมได้ทั้งต้นทางและปลายทาง ช่วยบริหารต้นทุนและวางแผนการส่งออกได้อย่างเหมาะสมกับธุรกิจ
นายดนันท์ สุภัทรพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวว่า การเติบโตของการค้าออนไลน์และ Cross-Border E-Commerce กำลังเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยเข้าถึงผู้บริโภคทั่วโลกได้มากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่ม SMEs ที่ต้องการต่อยอดธุรกิจจากตลาดในประเทศ สู่ตลาดสากล
ไปรษณีย์ไทยจึงมุ่งพัฒนาการขนส่งระหว่างประเทศให้เป็นมากกว่าการส่งสินค้า แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ช่วยบริหารต้นทุนและเข้าถึงตลาดใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยผู้ใช้บริการสามารถเลือกบริการ Courier Post Plus สำหรับการส่งออกสินค้าหลายชิ้นในครั้งเดียว (Multi Piece) และรองรับสินค้าหลากหลายประเภท เลือกบริหารจัดการภาษีได้ 2 รูปแบบ ได้แก่
DDP (Delivered Duty Paid) ผู้ส่งชำระภาษีและค่าธรรมเนียมตั้งแต่ต้นทาง ช่วยให้ผู้ส่งไร้กังวลควบคุมต้นทุนได้ดี ผู้รับปลายทางก็สะดวกสบาย
DDU (Delivered Duty Unpaid) ผู้รับชำระภาษีปลายทาง เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการให้ผู้รับรับผิดชอบค่าใช้จ่ายตามเงื่อนไขของประเทศนั้น ๆ ช่วยให้ผู้ประกอบการบริหารต้นทุน-วางแผนการขายได้สอดคล้องกับโมเดลธุรกิจได้อย่างเหมาะสม ติดตามสถานะการจัดส่งได้ตลอด 24 ชม. และเลือกซื้อวงเงินประกันสินค้าเพิ่มเติมได้สูงสุด 100,000 บาท
บริการ Courier Post Plus เป็น “Trusted Gateway” หรือประตูการขนส่งที่ผู้ประกอบการไทยไว้วางใจ ผ่าน 3 มิติสำคัญ ได้แก่ Trusted System ระบบจัดส่งที่เชื่อถือได้ผ่านเครือข่ายกว่า 500 แห่งพร้อมระบบติดตามสถานะพัสดุ Trusted Global Partners เครือข่ายพันธมิตรโลจิสติกส์ระดับโลกที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะภูมิภาค และ Trusted Dynamic & Agility ความยืดหยุ่นในการบริหารเส้นทางเพื่อการจัดส่งที่ต่อเนื่องและลดผลกระทบต่อธุรกิจ
ปัจจุบันมีสหรัฐอเมริกาเป็นตลาดปลายทางอันดับหนึ่ง คิดเป็นสัดส่วน 45% รองลงมา ได้แก่ เยอรมนี 11% ออสเตรเลีย 5%
ขณะที่สินค้าที่ได้รับความนิยม ได้แก่ อาหารและเครื่องดื่ม เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า เครื่องประดับ ผ้าไทย และวัตถุมงคล สะท้อนศักยภาพของสินค้าไทยในการขยายสู่ตลาดต่างประเทศ รวมถึงโอกาสในตลาดเฉพาะกลุ่ม อาทิ กาตาร์และคูเวต
ทั้งยังมีแผนขยายโอกาสสู่ตลาดใหม่ สำหรับการให้บริการในภูมิภาคเอเชีย อาทิ สปป.ลาว อินโดนีเซีย มาเลเซีย เมียนมา บรูไน และฟิลิปปินส์ เพื่อรองรับการเติบโตของการค้าและการลงทุน
สำหรับบริการ Courier Post Plus รองรับการจัดส่งสินค้าน้ำหนักรวมสูงสุด 5,000 กิโลกรัมต่อครั้ง ฝากส่งได้หลายชิ้นในครั้งเดียว โดยรูปแบบ DDU (Delivered Duty Unpaid) ผู้รับชำระภาษีปลายทาง ครอบคลุม 51 ประเทศ และ DDP (Delivered Duty Paid) ผู้ส่งชำระภาษีและค่าธรรมเนียมตั้งแต่ต้นทาง ครอบคลุม 33 ประเทศ







