
depa ชี้โจทย์ใหญ่ Data Center ไทย ทำอย่างไรให้ SME ใช้ AI สร้างมูลค่าได้จริง
depa ชี้ Data Center เป็นโครงสร้างพื้นฐานเศรษฐกิจดิจิทัล เผยสถานประกอบการไทยพร้อมใช้ AI อย่างมีประสิทธิภาพเพียง 50% พร้อมเร่งยกระดับซอฟต์แวร์ไทยและพัฒนาบุคลากรรองรับอุตสาหกรรมใหม่
KEY
POINTS
- depa ชี้โจทย์สำคัญของ Data Center ไทย ไม่ใช่แค่การสร้างโครงสร้างพื้นฐาน แต่คือการสร้างระบบนิเวศให้ผู้ประกอบการ SME สามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากข้อมูลและ AI ได้จริง
- ภาครัฐออกมาตรการส่งเสริม SME โดยเชื่อมโยงผู้ใช้กับผู้ผลิตซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ไทย พร้อมร่วมมือกับ BOI ช่วยเหลือด้านต้นทุนการลงทุนเริ่มต้น
- เร่งสร้างมาตรฐานเพื่อสร้างความเชื่อมั่น (Trust) ในซอฟต์แวร์ไทย และผลักดันให้ผู้ประกอบการขยายบริการไปยังตลาด CLMV ที่ยังต้องพึ่งพา Data Center ของไทย
ในงาน NATION FORUM 2027 หัวข้อ "Thailand’s Agenda: Data Center Built for the Intelligence Economy" ช่วงเสวนา "Thailand’s Prospects"
ดร.ปรีสาร รักวาทิน รักษาการรองผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA)ระบุว่า Data Center ต้องมองในฐานะโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) ของเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy)
Data Center ที่ตั้งอยู่ในบริเวณศูนย์กลางการใช้งาน (Hub) มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการลดระยะเวลาการส่งผ่านข้อมูล (Latency) ซึ่งจำเป็นอย่างมากต่ออุตสาหกรรมยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็น
- การแพทย์ระบบไกล (Telemedicine) และระบบการเงิน (Finance): ที่ต้องการความเร็วและแม่นยำสูงในการรับส่งข้อมูล
- ยานยนต์อัจฉริยะ (Smart Vehicles): ที่ต้องประมวลผลข้อมูลของระบบควบคุมอย่างทันท่วงที
นอกจากนี้ ดร.ปรีสาร กล่าวต่อว่า Data Center สามารถตั้งที่ใดก็ได้ในภูมิภาค เช่น สิงคโปร์ หรือ ฟิลิปปินส์ ดังนั้นโจทย์หลักของประเทศไทยจึงไม่ได้อยู่ที่ตัวอาคาร แต่อยู่ที่ "ใครเป็นผู้ใช้ข้อมูล" และความรวดเร็วในการนำไปต่อยอดสร้างมูลค่าตลอดห่วงโซ่อุปทาน
สร้างระบบนิเวศเปรียบเหมือน "ถนน" ดัน SME
การสร้าง Data Center เปรียบเสมือนการสร้างถนน ซึ่งโจทย์สำคัญคือทำอย่างไรให้มีรถวิ่งบนถนนเพื่อเกิดประสิทธิภาพสูงสุด แม้ในปัจจุบันความพร้อมในการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของภาคธุรกิจในไทยจะอยู่ที่เพียง 50% แต่ภาครัฐ โดยสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) กำลังเร่งขับเคลื่อนระบบนิเวศดิจิทัล (Ecosystem) ผ่านมาตรการสำคัญ เช่น ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการ SME สามารถเข้าถึงและใช้งาน Data Center พร้อมเชื่อมโยงผู้ผลิตซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ไทยเข้ากับผู้ใช้บริการ
นอกจากนั้นในส่วนของอุตสาหกรรมเกม ควรเตรียมระบบนิเวศเพื่อรองรับอุตสาหกรรมเกมในประเทศไทย ซึ่งมีมูลค่าสูงถึง 3-4 หมื่นล้านบาท เราจะเตรียมคนจะรองรับตรงนี้ได้อย่างไร เป็นทางผ่านต่อยอด Data center ให้สามารถเติบโตบนโครงสร้างพื้นฐานนี้ได้อย่างเต็มศักยภาพ
ร่วมมือกับ BOI ลบข้อจำกัดการลงทุน จัดทำมาตรการช่วยเหลือสนับสนุนต้นทุนการลงทุนเริ่มต้น (Initial Investment) ครึ่งหนึ่ง ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เพื่อลดภาระให้ SME สามารถบริหารเงินสดและต่อยอดเทคโนโลยีได้
สร้างมาตรฐาน 'Trust' ปกป้องซอฟต์แวร์ไทย และความมั่นคงด้านข้อมูล
ในปัจจุบันผู้ใช้บริการรายใหญ่ยังนิยมใช้ซอฟต์แวร์จากต่างประเทศเนื่องจากความเชื่อมั่น (Trust) depa จึงร่วมมือจัดทำมาตรฐานเพื่อยกระดับผู้ประกอบการไทย พร้อมทั้งผลักดันมาตรการปกป้องและส่งเสริมซอฟต์แวร์ไทยในสภาวะการแข่งขันแบบไร้พรมแดน (Borderless)
นอกจากนี้ ตลาดในประเทศไทยที่มีประชากรประมาณ 70 ล้านคนอาจไม่เพียงพอสำหรับการเติบโตในอนาคต จึงจำเป็นต้องมีมาตรการจูงใจให้ผู้ประกอบการไทยขยายบริการไปยังกลุ่มประเทศ CLMV ซึ่งยังต้องพึ่งพา Data Center ในประเทศไทย ควบคู่ไปกับการออกกฎระเบียบ (Regulations) ที่ชัดเจนเพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) และการรั่วไหลของข้อมูลไปยังประเทศคู่แข่ง
ยกระดับกำลังคน: ปั้นอาชีพใหม่ Data Center
ทั้งนี้ การเติบโตของ Data Center นำไปสู่ความต้องการบุคลากรในเส้นทางอาชีพใหม่ เช่น ผู้จัดการฝ่ายวิศวกรรม (Engineering Manager) depa ได้ประสานความร่วมมือกับสถาบันการศึกษา ทั้งระดับ ปวช. ปวส. และปริญญาตรี รวมถึงองค์กรรับรองระดับโลกอย่าง Uptime Institute เพื่อจัดทำหลักสูตรพัฒนาทักษะ (Upskill / Reskill) ที่ผู้เรียนสามารถนำทักษะไปสอบรับรองมาตรฐานสากล (Certify) พร้อมรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีจากภาครัฐสำหรับโรงงานและสถานประกอบการที่ส่งเสริมพนักงาน
โดยเน้นย้ำความสำคัญของ ทักษะภาษาอังกฤษ เพื่อให้บุคลากรไทยสามารถสื่อสารและให้บริการลูกค้าระดับสากลได้ทั่วโลก ซึ่งเปรียบเสมือนการส่งออกบุคลากรและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) ของไทยสู่ตลาดโลก







