posttoday
“ศุภจี” เปิดแผนการค้ารับโลกแบ่งขั้ว รักษาตลาดสหรัฐฯ-อินเดีย ปรับสมดุลจีน

“ศุภจี” เปิดแผนการค้ารับโลกแบ่งขั้ว รักษาตลาดสหรัฐฯ-อินเดีย ปรับสมดุลจีน

01 ตุลาคม 2569

“ศุภจี” วางเกมไทยเป็น Trusted Partner รักษาตลาดใหญ่สหรัฐฯ-อินเดีย รักษาสมดุลจีน เร่งบุกยุโรป ยูเออี ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจฐานราก ยกระดับเกษตรกร และ SME

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยในการแสดงวิสัยทัศน์การวางตำแหน่งประเทศไทยในโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลโดยตรงต่อภูมิเศรษฐศาสตร์และทิศทางการค้าโลก ในเสวนาพิเศษ “ประเทศไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม เปลี่ยนอย่างไรให้ไปต่อ” ซึ่งจัดขึ้นในการประชุมประจำปี 2569 ของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ภายใต้หัวข้อ แผน 14 เปลี่ยนให้ไปไกลกว่าเดิม Thailand Next Agenda ว่า

 

ในวันที่โลกแบ่งขั้วและแต่ละประเทศกำลังหาจุดยืนใหม่ในห่วงโซ่อุปทาน ไทยต้องสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่สมดุลกับทุกขั้ว พร้อมยกระดับบทบาทไทยสู่การเป็นคู่ค้าที่ไว้วางใจ หรือ Trusted Partner เพื่อสร้างโอกาสใหม่และการเติบโตอย่างยั่งยืน

 

ทั้งนี้ ท่ามกลางโลกที่กำลังจัดระเบียบใหม่ ประเทศไทยจำเป็นต้องวางยุทธศาสตร์การค้าและการตลาดบน 3 แนวทางสำคัญ คือ สร้างสมดุลใหม่ หาโอกาสเพื่อการเติบโต และกระจายตัว โดยไทยต้องรักษาความสัมพันธ์และประโยชน์ทางการค้ากับตลาดสำคัญที่มีความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจสูง 

 

 

ขณะเดียวกันต้องสร้างสมดุลกับประเทศที่ไทยมีความสัมพันธ์ทางการค้าในลักษณะต่างกัน และเร่งขยายตลาดใหม่เพื่อเพิ่มทางเลือกและลดการกระจุกตัวของตลาด โดยไทยต้องเป็น Trusted Partner ของประเทศต่าง ๆ เพราะในช่วงที่ทุกประเทศกำลังหาจุดยืนใหม่ในห่วงโซ่อุปทานโลก ไทยต้องทำให้ทุกฝ่ายเห็นว่าเราสามารถเป็นพันธมิตรทางเศรษฐกิจที่สร้างประโยชน์ร่วมกันได้

 

สำหรับตลาดสำคัญที่ไทยมีดุลการค้าสูง เช่น สหรัฐฯ และอินเดีย ไทยยังต้องรักษาและต่อยอดความสัมพันธ์ทางการค้า ขณะเดียวกัน ในตลาดที่ไทยมีการขาดดุลการค้าอย่างจีน จำเป็นต้องสร้างสมดุลใหม่

 

โดยใช้ความสัมพันธ์ทางการค้าเป็นโอกาสในการดึงการลงทุนและเชื่อมโยงเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานในประเทศ ขณะเดียวกันต้องเร่งขยายตลาดใหม่ เช่น สหภาพยุโรปและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้าและสร้างความสมดุลให้กับโครงสร้างการค้าของไทย

 

 

“หัวใจสำคัญของการสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจในโลกยุคใหม่ คือ การเปลี่ยนจากการมองความสัมพันธ์ทางการค้าเพียงด้านการซื้อขาย ไปสู่การเป็น Global Supply Chain Partners ที่ร่วมกันสร้างคุณค่าและผลประโยชน์ร่วมกัน หรือ Co-creation และ Mutual Benefit เพื่อให้ไทยสามารถเชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทานของประเทศต่าง ๆ และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจในระยะยาว”

         

นอกจากนี้ ไทยยังมีความจำเป็นที่ต้องพลิกโครงสร้างเศรษฐกิจฐานราก เพราะเศรษฐกิจไทยวันนี้ยังไม่สมดุล โดยภาคเกษตรมีแรงงานสัดส่วนถึง 30% แต่สร้าง GDP ได้เพียง 8–9% จึงต้องยกระดับประสิทธิภาพและสร้างมูลค่าเพิ่มให้ภาคเกษตร

 

ส่วน SME มีแรงงานสูงถึง 70–72% แต่สร้าง GDP ได้เพียง 34–35% จึงต้องเสริมความแข็งแกร่งให้คนตัวเล็ก จากการเริ่มต้นง่าย เติบโตมั่นคง และก้าวขึ้นเป็นแชมเปี้ยนระดับภูมิภาค (Regional Champion) ผ่าน 3 เสาหลัก ได้แก่ ทักษะและเครื่องมือ (Skills & Tools) การเข้าถึงแหล่งทุน และการเข้าถึงตลาด (Access to Markets)

 

โดยมีเป้าหมายสำคัญ คือ การสร้าง สมดุล การเติบโต และการกระจายรายได้ เพื่อให้การเติบโตทางเศรษฐกิจกระจายโอกาสไปยังภาคเกษตร SME และคนตัวเล็กอย่างทั่วถึง และนำไปสู่การเติบโตของเศรษฐกิจไทยอย่างสมดุลและยั่งยืน

ข่าวล่าสุด

ปภ.เผยน้ำท่วม 30 จังหวัดและ กทม. กระทบประชาชน 3.35 ล้านคน

ปภ.เผยน้ำท่วม 30 จังหวัดและ กทม. กระทบประชาชน 3.35 ล้านคน