
สสว.ชี้ ทางรอด SME ไทย ! ถอดรหัสทางรอดคนตัวเล็ก โตอย่างไรให้ยั่งยืน
สสว. เผยแนวทางยกระดับ SME ไทยในงาน Thailand SMART SME 2026 ชี้กลุ่มไมโครเปราะบางสูง พร้อมกางแผนเครื่องมือดิจิทัลและสิทธิประโยชน์รัฐ หนุนธุรกิจโตให้ยั่งยืน
KEY
POINTS
- SME ต้องรู้จักสถานะและจุดอ่อนของตนเอง โดยเฉพาะกลุ่มไมโครที่อยู่นอกระบบ ควรเร่งนำธุรกิจเข้าระบบเพื่อยกระดับศักยภาพ
- ใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ภาครัฐสนับสนุน เช่น SME One ID และแอปพลิเคชัน SME One เพื่อเข้าถึงความช่วยเหลือและบริการต่างๆ
- คว้าสิทธิประโยชน์จากมาตรการภาครัฐเพื่อเพิ่มรายได้และลดต้นทุน เช่น การเข้าถึงตลาดจัดซื้อจัดจ้าง (SME-GP) และเงินอุดหนุนเพื่อพัฒนาธุรกิจ (BDS)
ถอดรหัสวิธีคิด สสว. ชี้ทางรอด SME ไทย โตอย่างไรให้ยั่งยืน
นางสาวธัญยธรน์ จิรโชควรพัฒน์ รองผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายและแผนส่งเสริม SMEs จากสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.)
ร่วมถอดแนวคิดเรื่อง SMe ในงานสัมมนา “Thailand SMART SME 2026” ซึ่งจัดโดยสำนักข่าว PostToday ณ ทรูดิจิทัล ปาร์ค และชี้ทิศทางให้ผู้ประกอบการ SME ไทยนำไปปรับใช้ เพื่อให้รอดพ้นจากความเปราะบางและก้าวสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน
แนวคิดที่ 1: รู้จักสถานะและมองเห็นจุดอ่อนของตนเอง
แนวคิดแรกที่คนทำธุรกิจต้องตระหนักคือ การรู้ว่าตัวเองยืนอยู่จุดไหนในระบบนิเวศธุรกิจ นางสาวธัญยธรน์ ฉายภาพให้เห็นว่า SME ไทยแบ่งตามรายได้และการจ้างงานเป็น 3 กลุ่มใหญ่
คือ ไมโคร (Micro) ขนาดย่อม (Small) และขนาดกลาง (Medium)
แต่สิ่งที่น่ากังวลคือ SME ไทยยังมีความเปราะบางสูงมาก โดยเฉพาะกลุ่มไมโครที่มีสัดส่วนกว่า 80% และเกือบ 70% จาก 3.28 ล้านรายทั่วประเทศยังคงอยู่นอกระบบ
“เราเจอความย้อนแย้งที่ว่า กลุ่มไมโครที่มีจำนวนมากที่สุดกลับขับเคลื่อน GDP ได้น้อยที่สุด ในขณะที่กลุ่มขนาดกลาง (Medium) ที่มีจำนวนน้อยที่สุด"
"กลับเป็นกลุ่มที่ช่วยขับเคลื่อน GDP ของประเทศได้มากที่สุดนั่นเองค่ะ”
นางสาวธัญยธรน์ ระบุ ซึ่งประโยคนี้สะท้อนให้เห็นว่า เป้าหมายแรกของคนทำธุรกิจคือการต้องรีบนำตัวเอง "เข้าระบบ" เพื่อยกระดับศักยภาพจากกลุ่มไมโครให้เติบโตขึ้นไปอีกขั้น
แนวคิดที่ 2: อย่าเดินเดียวดาย ให้รัฐเป็นหลังบ้านผ่านโครงสร้างดิจิทัล
ในยุคที่เทคโนโลยีและกฎเกณฑ์ใหม่ๆ เช่น เรื่องสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน เข้ามาเป็นเงื่อนไขในการค้า ผู้ประกอบการไม่จำเป็นต้องแบกรับทุกอย่างไว้คนเดียว
สสว. ทำหน้าที่เป็น "ผู้กำหนดทิศทาง" บูรณาการความร่วมมือกับ 10 กระทรวง และ 30-40 หน่วยงานย่อย ด้วยงบประมาณกว่า 5,000-6,000 ล้านบาทต่อปี เพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานมารองรับ
ผู้ประกอบการต้องปรับตัวเข้าหาเครื่องมือเหล่านี้ โดยนางสาวธัญยธรน์ แนะนำให้เริ่มต้นที่ SME One ID
ซึ่งเปรียบเสมือน “บัตรประชาชนของ SME” ที่ช่วยให้เข้าถึงบริการของรัฐได้สะดวกโดยไม่ต้องกรอกข้อมูลซ้ำซาก นอกจากนี้ควรมี แอปพลิเคชัน SME One
เป็นหน้าต่างบานแรกสำหรับรับความช่วยเหลือ รวมถึงเข้าถึงการแก้ Pain point ของธุรกิจผ่านที่ปรึกษาและแหล่งเรียนรู้ออนไลน์อย่าง SME Academy 365 และ SME Coach
แนวคิดที่ 3: โตด้วยการคว้าสิทธิประโยชน์
แนวคิดสุดท้ายคือ การมองหาช่องทางเพิ่มรายได้และลดต้นทุนจากสิทธิประโยชน์ที่รัฐเตรียมไว้ให้
สสว. ได้ออกแบบมาตรการที่จับต้องได้เพื่อเป็นสปริงบอร์ดให้ธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็น SME-GP ที่มอบแต้มต่อด้านราคาสูงสุดถึง 15% (หากมีเครื่องหมาย MiT)
เพื่อเปิดประตูให้ SME เข้าถึงตลาดจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐได้ง่ายขึ้น
รวมถึงมาตรการ "SME ปัง ตังค์ได้คืน" (BDS) ซึ่งรัฐจะช่วยอุดหนุนค่าใช้จ่ายในการพัฒนาธุรกิจ 50,000 - 200,000 บาท ตามขนาดของธุรกิจ เพื่อให้ผู้ประกอบการเลือกใช้บริการที่ตรงกับความต้องการได้ทันที
“เป้าหมายสูงสุดของเราคือการทำให้ SME ไทยเติบโตได้อย่างมีศักยภาพและยั่งยืน แม้จะต้องเผชิญกับความท้าทายรอบด้านก็ตาม” นางสาวธัญยธรน์ กล่าวทิ้งท้าย
สำหรับคนทำธุรกิจ SME ในวันนี้ จึงไม่ใช่แค่การมุ่งขายสินค้าเพียงอย่างเดียว แต่คือการมี "แนวคิด"
ที่พร้อมเปิดรับการเปลี่ยนแปลง นำธุรกิจเข้าระบบ ใช้ประโยชน์จากเครื่องมือดิจิทัล และไม่พลาดที่จะคว้าสิทธิประโยชน์จากภาครัฐ เพื่อสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งและยั่งยืนในระยะยาว







