posttoday
สสว. ปรับองค์กรสู่เชิงรุก ชูกุญแจ 5 ดอก ปลดล็อก SME 3.2 ล้านราย

สสว. ปรับองค์กรสู่เชิงรุก ชูกุญแจ 5 ดอก ปลดล็อก SME 3.2 ล้านราย

13 กรกฎาคม 2569

สสว. พลิกโฉมองค์กร จาก “เชิงรับ สู่ เชิงรุก” ชูกุญแจ 5 ดอก ปลดล็อก SME 3.2 ล้านราย และอินไซต์ธุรกิจใหม่ปั้นอินฟลูฯ หมื่นราย

KEY

POINTS

  • สสว. ปรับบทบาทองค์กรสู่เชิงรุก เดินเข้าหาผู้ประกอบการ SME กว่า 3.2 ล้านราย เป็น "สะพานแห่งโอกาส" เชื่อมโยงกับเครือข่ายพันธมิตร
  • ชูนโยบาย "กุญแจ 5 ดอก" เป็นแนวทางช่วยเหลือ SME ครอบคลุมด้านการเงิน องค์ความรู้ สิทธิประโยชน์ โอกาสทางการตลาด และการปรับตัวรับเทรนด์อนาคต

ประเทศไทยมีผู้ประกอบการ SME อยู่มากกว่า 3.2 ล้านราย หรือคิดเป็น 99.5% ของธุรกิจทั้งหมด เรียกว่าแทบทุกธุรกิจในประเทศเป็น SME และเป็นกำลังสำคัญในการสร้างงาน สร้างรายได้ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย แต่ปัญหาที่ผู้ประกอบการเจอเหมือนกันมานานก็ยังหนีไม่พ้นเรื่อง "เงินทุน" ที่หลายธุรกิจยังเข้าถึงได้ยาก ทำให้จำนวนไม่น้อยไปต่อไม่ไหว

 

ล่าสุด สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ยอมรับว่า แม้จะก่อตั้งมานานเกือย 24 ปี แต่คนจำนวนมากยังไม่รู้จัก หรือไม่รู้ว่า สสว. ช่วยอะไรได้บ้าง จึงประกาศปรับบทบาทครั้งใหญ่ จากการรอให้ผู้ประกอบการเดินเข้ามาหา มาเป็นการลงพื้นที่และเข้าหาผู้ประกอบการมากขึ้น

 

เป้าหมายคือการเป็น "สะพานแห่งโอกาสที่ไร้รอยต่อ" เชื่อมผู้ประกอบการ SME กว่า 3.2 ล้านราย เข้ากับเครือข่ายพันธมิตรกว่า 50 หน่วยงาน เพื่อให้เข้าถึงทั้งแหล่งเงินทุน องค์ความรู้ และโอกาสทางธุรกิจ พร้อมเดินหน้าจัดกิจกรรม โรดโชว์ และงานอีเวนต์ทั่วประเทศ หวังให้ผู้ประกอบการรู้จักและใช้ประโยชน์จากบริการของ สสว. ได้มากขึ้น ไม่ต้องวิ่งหาความช่วยเหลือหลายที่เหมือนที่ผ่านมา

 

ดร.ปณิตา ชินวัตร

ดร.ปณิตา ชินวัตร รองผู้อำนวยการสำนักงาน รักษาการแทนผู้อำนวยการ สสว. เผยทิศทางใหม่ขององค์กรว่า เพราะโลกธุรกิจยุคใหม่หมุนเร็วและเต็มไปด้วยความท้าทาย สสว. จึงไม่หยุดนิ่งที่จะปรับตัวเพื่อเป็นเพื่อนแท้ร่วมทาง ที่เข้าถึงง่ายและพร้อมช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว 

 

วันนี้เราจึงก้าวสู่บทบาท The Growth Connector เพื่อเข้าไปเชื่อมต่อทุกโอกาส ทลายทุกอุปสรรค และสร้างการเติบโตให้กับผู้ประกอบการอย่างเป็นรูปธรรม

 

กางแผน 5 กุญแจสำคัญ ปลดล็อกศักยภาพ SME ไทย

 

ดร.ปณิตา กล่าวต่อว่า ในการดำเนินงานครั้งนี้ สสว. ได้ประมวลปัญหาที่ผู้ประกอบการพบเจอและสรุปออกมาเป็นแนวทางความช่วยเหลือผ่านกุญแจ 5 ดอก คือ 

 

1.การเข้าถึงแหล่งเงินทุนและการลดต้นทุน (Financial Support): เน้นการช่วยลดต้นทุนผ่านโครงการ BDS (SME ปัง ตังได้คืน) ซึ่งช่วยอุดหนุนค่าใช้จ่ายในการพัฒนาธุรกิจ (Co-payment) 50-80% นอกจากนี้ยังร่วมกับ SME Bank และ EXIM Bank มอบสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพียง 1% พร้อมระยะเวลาปลอดชำระเงินต้น 1 ปี 

 

2.องค์ความรู้และคำปรึกษา (Knowledge & Coaching): ให้คำปรึกษาแบบเฉพาะรายผ่าน SME Coach และเรียนรู้ออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมงผ่าน SME Academy 365

 

3.การบริการและข้อมูลสิทธิประโยชน์ (Privileges & Services): สร้างแต้มต่อผ่านระบบ SME-GP ในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ซึ่งช่วยให้ SME ได้รับสิทธิพิเศษด้านราคา 10-15% พร้อมศูนย์บริการ OSS ครบทั้ง 77 จังหวัด

 

4.โอกาสทางการตลาด (Market Opportunities): ผลักดันแนวคิด “Local to Global” พาผู้ประกอบการที่เข้มแข็งขยายตลาดสู่ต่างประเทศและโมเดิร์นเทรด

 

5.การเชื่อมต่อนโยบายและเทรนด์อนาคต (Policy & Future Trends): เร่งปรับตัวสู่ Green Economy เพื่อข้ามกำแพงภาษีคาร์บอน รวมถึงการทำ Digital Transformation โดยการนำ AI เข้ามาช่วยในธุรกิจ

 

สสว. ปรับองค์กรสู่เชิงรุก ชูกุญแจ 5 ดอก ปลดล็อก SME 3.2 ล้านราย

 

แก้ปัญหาโลกแตกและทางออกเชิงรุก

 

ทั้งนี้ ดร.ปณิตา กล่าวว่า ปัญหาด้านเงินทุน เป็นปัญหาหลัก และมองว่าเป็น ปัญหาโลกแตก เรื่องหลักประกันกู้เงิน จากการทำงานพบว่า SME รายเล็กมักกู้เงินไม่ผ่านเพราะไม่มีหลักประกันที่ธนาคารทั่วไปต้องการ เช่น ที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์

 

นอกจากนี้ ธุรกิจ SME มักมีความไม่แน่นอนสูงและขาดแหล่งที่มาของรายได้ที่ชัดเจน ทำให้การขออนุมัติสินเชื่อจากสถาบันการเงินทำได้ลำบาก

 

สสว. จึงได้เจรจาเงื่อนไขพิเศษให้มีการ “อลุ้มอล่วย” โดยสามารถใช้ “บุคคลค้ำประกัน” หรือ “เครื่องมือเครื่องจักร” แทนอสังหาริมทรัพย์ได้ ซึ่งโครงการนี้ได้รับความนิยมสูงมากจนวงเงินสินเชื่อบางประเภทเต็มภายใน 2 ชั่วโมงแรกที่เปิดให้จอง

 

นากจากนี้ ผู้ประกอบการต้องเผชิญกับสภาวะความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและสงคราม ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนพลังงาน การขนส่ง และโลจิสติกส์ที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงต้นทุนในการพัฒนามาตรฐานสินค้าหรือการทำบัญชีที่ SME รายเล็กแบกรับได้ยาก

 

อีกทั้ง SME กำลังเผชิญกับความท้าทายใหม่ๆ เช่น มาตรการภาษีคาร์บอน (โดยเฉพาะในฝั่งยุโรป) และความจำเป็นในการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล (Digital Transformation) รวมถึงการนำ AI มาใช้ในธุรกิจ ซึ่งหากปรับตัวไม่ทันจะทำให้เสียเปรียบในการแข่งขัน

 

ส่วนการขยายตลาดไปสู่ช่องทาง Modern Trade หรือการส่งออกไปต่างประเทศเป็นเรื่องยากสำหรับ SME ที่ยังไม่แข็งแรงพอ เนื่องจากขาดเครือข่ายและข้อมูลเกี่ยวกับตลาดใหม่ๆ ที่มีศักยภาพ

 

สสว. ปรับองค์กรสู่เชิงรุก ชูกุญแจ 5 ดอก ปลดล็อก SME 3.2 ล้านราย

 

เปลี่ยนคนรุ่นใหม่เป็น "อินฟลูเอนเซอร์" ปั้นยอดขาย 

 

นอกจากนี้ ดร.ปณิตา บอกว่า สสว.มีหลายบริการ ราว ๆ 600 บริการ เทรนด์ที่น่าสนใจคือ เรามองเห็นพฤติกรรมคนรุ่นใหม่และนักศึกษาจบใหม่ที่ไม่ต้องการทำงานประจำแต่ชอบขายของออนไลน์ จึงเตรียมงบประมาณเพื่อปั้น Influencer จำนวน 10,000 ราย ทั่วประเทศ

 

โดยจะมีการเทรนนิ่งทักษะการไลฟ์สดและการทำ Affiliate เพื่อนำสินค้าในระบบของ สสว. ไปขายและรับส่วนแบ่งคอมมิชชัน โดยผู้เข้าโครงการไม่จำเป็นต้องจดทะเบียนบริษัท

 

เทรนด์ธุรกิจแห่งอนาคต และ Wellness เป็นเทรนด์ธุรกิจใหม่ที่น่าสนใจและกำลังเติบโตคือกลุ่ม Wellness และสังคมผู้สูงอายุ เช่น “ธุรกิจเช่าลูก” เพื่อพาผู้สูงอายุไปโรงพยาบาลแทนลูกหลานที่ติดภารกิจ ซึ่งสะท้อนถึงการปรับตัวของ SME ต่อสภาพสังคมที่เปลี่ยนไป

 

ในปีนี้ สสว. ยอมรับว่าที่ผ่านมาคนไม่ค่อยรู้จักหน่วยงาน จึงเป็นปีแรกที่มีการจ้างบริษัท PR ชั้นนำและทุ่มงบโฆษณาผ่านสื่อหลักเพื่อให้เข้าถึงประชาชนทุกภูมิภาค พร้อมทั้งเตรียมเดินสายจัดกิจกรรมใน 4 จังหวัดนำร่อง ได้แก่ เชียงใหม่ (เริ่มสิงหาคมนี้), หาดใหญ่, ชลบุรี และขอนแก่น

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท