



4+





Quattro Design ดันผ้าไทยสู่เฟอร์นิเจอร์หรู ยกระดับงานคราฟต์ชุมชน
Quattro Design ถอดรหัสตลาด Luxury โลก ชูธง ‘ผ้าไทย’ สู่เฟอร์นิเจอร์ระดับสากล ยกระดับสินค้าชุมชน–ขับเคลื่อน Soft Power สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน
Quattro Design (ควอตโตร ดีไซน์) ผู้นำด้านเฟอร์นิเจอร์และการออกแบบภายในระดับลักชัวรี ได้วางทิศทางธุรกิจใหม่รับการเติบโตของตลาดการใช้ชีวิตระดับลักชัวรีและการออกแบบภายในเฉพาะบุคคล (Bespoke Interior Design)
โดยพัฒนาเฟอร์นิเจอร์สั่งทำ (Custom-Made Furniture)งานบุเฟอร์นิเจอร์ (Upholstery) และสายผลิตภัณฑ์เฟอร์นิเจอร์จากผ้าไทย เพื่อสร้างทั้งมูลค่าใหม่ให้วัสดุท้องถิ่น โอกาสทางรายได้แก่ชุมชนช่างฝีมือ และผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มที่อยู่อาศัยระดับบน ธุรกิจโรงแรมและบริการ
รวมถึงงานออกแบบเพื่อการสะสม ซึ่งให้ความสำคัญกับความเฉพาะตัว คุณค่าทางวัฒนธรรม แหล่งที่มาของวัสดุ และงานออกแบบที่มีเรื่องราวการเปลี่ยนแปลงของตลาดลักชัวรีทั่วโลกสะท้อนให้เห็นว่า ผู้บริโภคไม่ได้มองหาความหรูหราในเชิงสถานะเพียงอย่างเดียว แต่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน ความมีเอกลักษณ์ และคุณค่าที่อยู่เบื้องหลังผลิตภัณฑ์มากขึ้น
โดยข้อมูลจาก Grand View Research ระบุว่า ตลาดเฟอร์นิเจอร์ลักชัวรีทั่วโลกมีมูลค่าประมาณ 31,060 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2567 และคาดว่าจะเติบโตแตะ 39,790 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2573 ขณะที่ตลาดการออกแบบภายในทั่วโลกมีมูลค่าประมาณ 137,930 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2567
และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 175,740 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2573 สะท้อนโอกาสของธุรกิจเฟอร์นิเจอร์และงานออกแบบภายในที่ผสานไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมียมเข้ากับคุณค่าด้านสังคม วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม
พราวพรรณ เลาหพงศ์ชนะ ดีไซน์ไดเรคเตอร์และผู้ก่อตั้งแบรนด์ Quattro Design กล่าวว่า ตลาดลักชัวรีในวันนี้เปลี่ยนจากการซื้อของแพง ไปสู่การลงทุนในสิ่งที่มีความหมาย ลูกค้าไม่ได้ต้องการเพียงเฟอร์นิเจอร์ที่สวย แต่ต้องการชิ้นงานที่สะท้อนตัวตน มีเรื่องราว และไม่เหมือนใคร
สำหรับ Quattro Design ความยั่งยืนจึงไม่ได้หมายถึงการเลือกใช้วัสดุเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงการออกแบบชิ้นงานที่มีคุณค่า ใช้งานได้ยาวนาน และช่วยให้ทักษะของช่างฝีมือไทยสามารถเติบโตไปพร้อมกับธุรกิจ นี่คือเหตุผลที่งานสั่งทำเฉพาะบุคคล (Custom-Made) งานฝีมือเชิงช่าง (Craftsmanship) และวัสดุที่มีอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมจะมีบทบาทมากขึ้นในตลาดการออกแบบภายในระดับไฮเอนด์
พลิกโฉม “ผ้าไทยชุมชนดอนกอย”
อีกหนึ่งโครงการสำคัญที่สะท้อนการต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านเฟอร์นิเจอร์ และการออกแบบภายในของ Quattro Design คือการได้รับเกียรติให้เข้าร่วมเป็นผู้ดูแลงานออกแบบในโครงการ Thailand Gallery ซึ่งเป็นความริเริ่มของสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ ร่วมกับ กรมพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย
ซึ่งมีเป้าหมายในการนำเสนอศักยภาพและ Soft Power ของไทย ผ่านงานออกแบบและนวัตกรรมร่วมสมัย โดยในโครงการดังกล่าว Quattro Design รับหน้าที่ตีความพื้นที่ การจัดวาง และศิลปะการเล่าเรื่อง (Storytelling) ของเฟอร์นิเจอร์และวัสดุสิ่งทอ
โดยเลือกนำ “ผ้าย้อมครามดอนกอย” เป็นผ้าที่ได้รับการพัฒนาและต่อยอดภายใต้แนวพระดำริของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณวรีนารีรัตน์ราชกัญญา ซึ่งมีความโดดเด่นด้านเนื้อสัมผัส เทคนิคการผลิต และเอกลักษณ์ของงานหัตถศิลป์ไทย มาเป็นหัวใจหลักในการนำเสนอ จับคู่กับเฟอร์นิเจอร์แบรนด์หรูระดับโลก Eichholtz (ไอค์โฮลทซ์) จากประเทศเนเธอร์แลนด์
ซึ่งบริษัทฯ เป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ โดยตั้งใจฉีกกรอบการนำเสนอผ้าไทยแบบดั้งเดิม และยกระดับผ้าไทยให้เป็นวัสดุงานออกแบบระดับพรีเมียม ผ่านการนำมาบุลงบนเฟอร์นิเจอร์ในลักษณะเฟอร์นิเจอร์เชิงประติมากรรม (Sculptural Furniture) สะท้อนความหรูหราร่วมสมัย ที่สามารถสื่อสารกับนักออกแบบและกลุ่มลูกค้าลักชัวรีชาวยุโรปได้อย่างเป็นธรรมชาติ
“สิ่งที่เราพบจากโครงการนี้คือ เมื่อผ้าไทยถูกนำเสนอในบริบทที่ถูกต้อง ผู้ชมต่างชาติไม่ได้มองผ้าไทยเป็นเพียงผ้าดั้งเดิม แต่เห็นเป็นวัสดุระดับพรีเมียมที่มีพื้นผิว (Texture) คาแรกเตอร์ และความประณีตลุ่มลึก สูงมาก
สิ่งนี้ทำให้เราเชื่อว่าผ้าไทยมีศักยภาพในตลาดการใช้ชีวิตระดับลักชัวรีระดับโลก (Global Luxury Living) หากได้รับการตีความและวางจุดยืนทางการตลาดอย่างเหมาะสม”
โอกาสทางธุรกิจที่เติบโตควบคู่กับความยั่งยืนของชุมชนไทย
Quattro Design มองว่า การนำผ้าไทยมาตีความผ่านภาษาของการออกแบบภายในระดับสากล เป็นโอกาสในการสร้างโมเดลธุรกิจที่เชื่อมโยงตลาดมูลค่าสูงเข้ากับเศรษฐกิจชุมชน ตั้งแต่การพัฒนาวัสดุ การต่อยอดทักษะการผลิต ไปจนถึงการสร้างคำสั่งซื้อและรายได้ที่มีความต่อเนื่องให้แก่ช่างทอและผู้ผลิตในท้องถิ่น
ตลาดที่มีศักยภาพครอบคลุมทั้งอสังหาริมทรัพย์ระดับซูเปอร์ลักชัวรี (Super Luxury Real Estate) โครงการที่อยู่อาศัยภายใต้แบรนด์ระดับลักชัวรี (Branded Residences) บ้านพักตากอากาศส่วนตัว โรงแรมระดับ 5 ดาว ธุรกิจโรงแรมและบริการ (Hospitality) ตลอดจนโครงการที่ต้องการเฟอร์นิเจอร์และงานตกแต่งภายในแบบสั่งทำพิเศษ ซึ่งต่างมองหาวัสดุที่มีเอกลักษณ์ มีแหล่งที่มาชัดเจน และสามารถถ่ายทอดเรื่องราวของท้องถิ่นได้อย่างร่วมสมัย
ในระยะต่อไป Quattro Design เตรียมต่อยอดความสำเร็จจาก Thailand Gallery สู่การพัฒนาสายผลิตภัณฑ์เฟอร์นิเจอร์จากผ้าไทย (Thai Fabric Furniture Product Line) อย่างเต็มรูปแบบ
ควบคู่กับการขยายบริการเฟอร์นิเจอร์สั่งทำพิเศษที่เปิดโอกาสให้ลูกค้าเลือกวัสดุสิ่งทอจากชุมชนไทย เพื่อให้แต่ละชิ้นงานมีความเฉพาะตัวและตอบโจทย์ความต้องการของตลาดระดับบน ขณะเดียวกันยังช่วยเพิ่มมูลค่าให้วัสดุท้องถิ่น สร้างการจ้างงาน และเพิ่มโอกาสทางรายได้ให้ชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม
การเติบโตของ Quattro Design จะขับเคลื่อนผ่าน 3 แนวทางสำคัญ ได้แก่ การขยายบริการเฟอร์นิเจอร์สั่งทำและงานบุเฟอร์นิเจอร์ (Custom-Made & Upholstery Solutions) การพัฒนาสายผลิตภัณฑ์เฟอร์นิเจอร์จากผ้าไทย และการสร้างความร่วมมือระยะยาวกับชุมชน ผู้ผลิตผ้าไทย นักออกแบบ และพันธมิตรในอุตสาหกรรม เพื่อพัฒนาคุณภาพ มาตรฐาน และกำลังการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด โดยไม่สูญเสียเอกลักษณ์และคุณค่าของงานฝีมือดั้งเดิม
แนวทางดังกล่าวสะท้อนความเชื่อของ Quattro Design ว่า ความยั่งยืนทางธุรกิจต้องเกิดขึ้นพร้อมกับความยั่งยืนของห่วงโซ่คุณค่า เมื่อแบรนด์เติบโต ชุมชนผู้ผลิตและช่างฝีมือที่อยู่เบื้องหลังวัสดุก็ควรได้รับประโยชน์จากการเติบโตนั้นด้วย การนำผ้าไทยเข้าสู่ตลาดลักชัวรีจึงไม่ได้เป็นเพียงการสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่เป็นการเปิดพื้นที่ทางเศรษฐกิจใหม่ให้ภูมิปัญญาท้องถิ่นสามารถสร้างรายได้และดำรงอยู่ได้ในระยะยาว
ความยั่งยืนที่ถักทออยู่ในทุกเส้นใย
นอกเหนือจากการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผ้าไทยและงานหัตถศิลป์ชุมชน Quattro Design ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาห่วงโซ่คุณค่าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม ภายใต้แนวคิด "Sustainability in Every Thread" โดยคัดเลือกวัสดุสิ่งทอที่สะท้อนหลักการความยั่งยืนตั้งแต่ต้นทางการผลิต
ผ้าทอที่นำมาใช้ในโครงการต่าง ๆ ให้ความสำคัญกับการใช้ สีธรรมชาติ (Natural Dyes) ซึ่งช่วยลดการใช้สารเคมีที่เป็นพิษ โดยอาศัยวัตถุดิบจากธรรมชาติ อาทิ คราม ครั่ง เปลือกไม้ และดินลูกรัง ในการสร้างเฉดสีที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแต่ละชุมชน นอกจากจะช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังเป็นการอนุรักษ์ภูมิปัญญาการย้อมสีแบบดั้งเดิมของไทยให้คงอยู่ต่อไป
ในมิติทางสังคม Quattro Design เชื่อว่าความยั่งยืนต้องเกิดขึ้นควบคู่กับการเติบโตของผู้คนในชุมชน จึงสนับสนุนกลุ่มช่างทอและเกษตรกรหญิงในพื้นที่ต่าง ๆ ให้มีรายได้เสริมจากการทอผ้าในช่วงนอกฤดูทำนา ช่วยสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ กระจายรายได้ และรักษาทักษะงานฝีมือที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน ผ่านแนวคิด Community Empowerment
ขณะเดียวกัน เส้นใยธรรมชาติที่ใช้ในการผลิต อาทิ ฝ้ายและไหม ยังมีคุณสมบัติ ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ (Biodegradable) 100% ไม่ก่อให้เกิดไมโครพลาสติกตกค้างในระบบนิเวศ สอดคล้องกับแนวโน้มของผู้บริโภคระดับลักชัวรีทั่วโลกที่ให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์ที่มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมตลอดวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์
"สำหรับ Quattro Design ความยั่งยืนไม่ได้เป็นเพียงแนวคิดประกอบการสื่อสารทางการตลาด แต่เป็นหลักคิดที่ถักทออยู่ในทุกขั้นตอนของการออกแบบและการคัดเลือกวัสดุ เราเชื่อว่าความงดงามที่แท้จริงของงานลักชัวรี คือการสร้างคุณค่าให้กับทั้งผู้ใช้ ชุมชนผู้ผลิต และโลกใบนี้ไปพร้อมกัน" คุณพราวพรรณกล่าว
เชื่อมโยงเศรษฐกิจชุมชนกับอุตสาหกรรมลักชัวรีโลก
Quattro Design วางตำแหน่งแบรนด์ให้เป็น “สะพานเชื่อม” ระหว่างช่างฝีมือของไทยกับไลฟ์สไตล์ร่วมสมัยระดับโลก โดยเชื่อว่า มูลค่าที่แท้จริงจะเกิดขึ้นเมื่อวัสดุพื้นถิ่นถูกนำไปวางในบริบทที่ถูกต้อง การที่ผ้าทอไทยสามารถเข้าไปอยู่ในบ้านสไตล์โมเดิร์นลักชัวรี หรือโครงการโรงแรมระดับนานาชาติ จะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่ม ให้วัสดุไทย และเปิดโอกาสให้เข้าสู่ห่วงโซ่มูลค่าของอุตสาหกรรมลักชัวรีระดับโลก
แนวทางดังกล่าวยังสอดคล้องกับแนวคิด Soft Power ไทยในมิติของการออกแบบ ไลฟ์สไตล์ และความยั่งยืน โดยเฉพาะการเลือกใช้วัสดุที่มีเรื่องราว แหล่งที่มา และคุณค่าทางสังคม ซึ่งสามารถสร้างผลตอบแทนทางเศรษฐกิจที่ไหลเวียนกลับไปยังชุมชนช่างฝีมือในประเทศได้ในระยะยาว
พราวพรรณ กล่าวเสริมว่า บทบาทของ Quattro Design ในวันนี้ไม่ใช่เพียงการนำเข้าและจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์ระดับลักชัวรี แต่คือการเป็นสะพานเชื่อมระหว่าง international design standard กับ Thai sustainable craftsmanship เราอยากทำให้วัสดุไทยเข้าไปอยู่ในบ้าน โรงแรม รีสอร์ต และพื้นที่ลักชัวรีระดับสากลได้อย่างสง่างาม และสร้างโอกาสใหม่ให้กับงานคราฟต์ไทยในระยะยาว
ทั้งน้ี Quattro Design ได้นำผลงานเฟอร์นิเจอร์ชิ้นมาสเตอร์พีซจากโครงการ Thailand Gallery ณ กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ กลับมาจัดแสดงแบบเอ็กซ์คลูซีฟในประเทศไทย ณ โชว์รูม Quattro Design สุขุมวิท 26 โดยพื้นที่ดังกล่าวยังทำหน้าที่เป็นพื้นที่นำเสนอศักยภาพทางธุรกิจที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นไปได้ของการนำผ้าไทยมาเพิ่มมูลค่าในอุตสาหกรรมตกแต่งภายใน



4+












