
ดีอี สั่งแก้กฎหมาย DPS เพิ่มอำนาจ ETDA เอาผิดแพลตฟอร์มต่างชาติ
“แนน บุณย์ธิดา” รมช.ดีอี เร่ง ETDA แก้ไขกฎหมาย จากแค่รับแจ้งสู่การกำกับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ครอบคลุมค่า GP เงื่อนไขการค้า และการขนส่งสินค้า
น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า กระทรวงดีอีได้เร่งติดตามความคืบหน้าการปรับปรุงพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ) การประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบ พ.ศ. 2565 หรือกฎหมาย DPS ซึ่งอยู่ภายใต้การดำเนินงานของสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA เพื่อยกระดับการกำกับดูแลแพลตฟอร์มดิจิทัลให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น หลังจากกฎหมายปัจจุบันยังมีข้อจำกัดสำคัญด้านอำนาจบังคับใช้ แม้ ETDA จะมีหน้าที่ดูแลแพลตฟอร์มโดยตรงก็ตาม คาดว่าจะทราบผลภายในสัปดาห์นี้
กระทรวงดีอี เห็นว่า การกำกับดูแลแพลตฟอร์มดิจิทัลไม่ควรหยุดอยู่เพียงการรับแจ้งข้อมูลจากผู้ประกอบธุรกิจเท่านั้น แต่ต้องพัฒนาไปสู่ระบบกำกับดูแลที่สามารถดำเนินการได้จริง โดยเฉพาะประเด็นที่กระทบต่อผู้ค้า ผู้บริโภค และการแข่งขันในตลาดออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม หรือ ค่า GP เงื่อนไขการให้บริการ อำนาจต่อรองระหว่างแพลตฟอร์มกับผู้ขาย รวมถึงพฤติกรรมทางธุรกิจที่อาจสร้างความไม่เป็นธรรมในระบบเศรษฐกิจดิจิทัล
แนวทางในระยะนี้มีแนวโน้มใช้วิธีแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายเดิม มากกว่าการยกร่างกฎหมายฉบับใหม่ เนื่องจากหากเริ่มจัดทำกฎหมายใหม่ทั้งหมดจะต้องใช้เวลานาน ทั้งขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็น การจัดทำร่างกฎหมาย และกระบวนการพิจารณาตามระบบราชการ ขณะที่ปัญหาบนแพลตฟอร์มดิจิทัลกำลังขยายตัวรวดเร็วและส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการในวงกว้าง ดังนั้น การแก้ไขกฎหมาย DPS จึงเป็นแนวทางที่เหมาะสมกว่า เพื่อให้รัฐมีเครื่องมือกำกับดูแลที่ทันต่อสถานการณ์
นอกจากนี้ กระทรวงดิอียังต้องประสานการทำงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งมีข้อมูลจากปัญหาหน้างานของผู้ประกอบการค้า และสามารถนำมาประกอบการพิจารณาปรับปรุงกฎหมายของ ETDA ได้ เนื่องจากการค้าหน้าร้านกับการค้าบนแพลตฟอร์มออนไลน์มีหลักพื้นฐานคล้ายกัน เพียงแต่เปลี่ยนพื้นที่การซื้อขายจากหน้าร้านจริงไปอยู่บนระบบดิจิทัล
รมช.ดีอี เปิดเผยต่ออีกว่า ประสบการณ์ของกระทรวงพาณิชย์ในเรื่องการกำกับดูแลการค้า การคุ้มครองผู้ประกอบการรายย่อย และการป้องกันพฤติกรรมทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม จึงสามารถนำมาเป็นโจทย์สำคัญให้ ETDA ใช้ประกอบการปรับปรุงกฎหมาย DPS โดยเฉพาะการกำกับเงื่อนไขทางการค้า และการป้องกันไม่ให้แพลตฟอร์มขนาดใหญ่ใช้อำนาจเหนือตลาดจนกระทบต่อการแข่งขัน







