posttoday
"วราวุธ" ดัน SME D Bank อัดฉีดหมื่นล้าน สินเชื่อ SME Green Productivity

"วราวุธ" ดัน SME D Bank อัดฉีดหมื่นล้าน สินเชื่อ SME Green Productivity

28 เมษายน 2569

"วราวุธ" ดัน SME D Bank ขยายสินเชื่อโครงการ "SME Green Productivity" วงเงินรวม 10,000 ล้านบาท เพื่อช่วยผู้ประกอบการ SME ที่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนค่าน้ำมัน

KEY

POINTS

  • กระทรวงอุตสาหกรรม ดัน SME D Bank ขยายสินเชื่อโครงการ "SME Green Productivity" วงเงินรวม 10,000 ล้านบาท เพื่อช่วยผู้ประกอบการ SME ที่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนค่าน้ำมัน
  • สินเชื่อดังกล่าวมีอัตราดอกเบี้ยต่ำพิเศษ 3% ต่อปี คงที่ 3 ปีแรก สามารถผ่อนชำระได้นานสูงสุด 10 ปี และให้วงเงินกู้สูงสุดรายละ 30 ล้านบาท

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)เกี่ยวกับมาตรการช่วยบรรเทาผลกระทบผู้ประกอบการเอสเอ็มอี (SME) ที่ต้องเผชิญต้นทุนค่าน้ำมันในการขนส่งสินค้าว่า ขณะนี้กระทรวงอุตสาหกรรม โดยธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย หรือ SME D Bank ได้ขยายสินเชื่อครอบคลุมกลุ่ม SME ในการขอสินเชื่อดอกเบี้ยอัตราพิเศษภายใต้โครงการ "SME Green Productivity"

 

ซึ่งเป็นโครงการสินเชื่อนโยบายรัฐ ที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำเพียง 3% ต่อปี คงที่ 3 ปีแรก สามารถผ่อนชำระนานสูงสุดถึง 10 ปี วงเงินกู้สูงสุดรายละ 30 ล้านบาท โดยมีวงเงิน 10,000 ล้านบาท

 

 

นายวราวุธ กล่าวว่า โครงการนี้ไม่ใช่แค่การช่วยเรื่องเงินทุน แต่เป็นการยกระดับเอสเอ็มอีไทยสู่ "อุตสาหกรรมสีเขียว" เพื่อให้แข่งขันได้ในเวทีโลกตามกฎกติกาการค้าใหม่ที่เน้นเรื่องสิ่งแวดล้อม โดยผู้ประกอบการสามารรถนำเงินสินเชื่อไปใช้ในการเปลี่ยนยานพาหนะมาใช้พลังงานสะอาด

 

นอกเหนือการใช้ระบบไฟฟ้า (EV) รวมทั้งนำไปติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ และปรับเปลี่ยนเครื่องจักรเพื่อใช้พลังงานสะอาด โดยสามารถยื่นคำขอได้ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2569

 

ผู้ประกอบการที่สนใจสามารถยื่นคำขอได้ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2569 (หรือจนกว่าวงเงินจะเต็ม) ผ่านช่องทาง สาขา SME D Bank ทั่วประเทศ  ,LINE Official: @SMEDevelopmentBank เว็บไซต์: www.smebank.co.th/loan/greenproductivity/  และ Call Center 1357

ข่าวล่าสุด

โปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นต่ำกว่าสายสะพาย 3.1 แสนราย

โปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นต่ำกว่าสายสะพาย 3.1 แสนราย