6 เทรนด์บริหารคน องค์กรจะปรับตัวอย่างไรให้อยู่รอดในยุค AI
6 เทรนด์บริหารคนปี 2026 จาก People Performance Conference 2026 เมื่อความย้อนแย้งคือโจทย์ใหม่ที่ต้องแก้ในโลกการทำงาน
โลกการทำงานในปี 2026 กำลังเปลี่ยน “กติกา” เมื่อ AI เข้ามาเป็นตัวเร่งให้ทั้งประสิทธิภาพ ความคาดหวัง และแรงกดดันพุ่งสูงขึ้นพร้อมกัน องค์กรจึงไม่ได้เผชิญแค่ความท้าทายแบบเดิม ๆ แต่ต้องรับมือกับความย้อนแย้ง ที่เกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน ทั้งอยากเร็วแต่ต้องเป๊ะ อยากคุมแต่ก็ต้องปล่อย
หรือแม้แต่การเลือกระหว่างคนกับเทคโนโลยีที่เริ่มไม่ใช่คำถามแบบขาว-ดำอีกต่อไป นี่คือภาพสะท้อนบน เวที People Performance Conference 2026 ภาพของโลกการทำงานยุคใหม่จึงถูกขีดเส้นชัดขึ้น ผ่านแนวคิด “Work-Life Intelligence” ที่กำลังเข้ามาแทนคำว่า Work-Life Balance แบบเดิม ๆ
สะท้อนว่า คนทำงานและองค์กรต้องคิดให้ฉลาดขึ้น ใช้ชีวิตให้เป็นระบบขึ้น และใช้ AI เป็นตัวช่วยขยายศักยภาพ ไม่ใช่คู่แข่ง ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงนี้ 6 เทรนด์บริหารคนปี 2026 จึงไม่ใช่แค่เทรนด์ให้รู้ แต่คือ “แนวทางเอาตัวรอด” ขององค์กรยุคใหม่ ที่ต้องปรับเกมให้ทัน หากไม่อยากถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
AI จะแบ่งคนออกเป็นสองกลุ่ม
สิทธิพงศ์ ศิริมาศเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง RGB72 และ CREATIVE TALK กล่าวในงาน People Performance Conference 2026 ปีที่ 4 Session: People Performance Trends 2026 ว่า ในเวลานี้เทคโนโลยีอย่าง AI จะแบ่งคนออกเป็น 2 กลุ่มในลักษณะ K-Shape กล่าวคือ กลุ่มยอดด้านบน (Top 20%) คือกลุ่มคนที่สามารถใช้ประโยชน์จาก AI ได้อย่างเต็มที่ จนสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้สูงถึง 10 เท่า และกลุ่มด้านล่าง (Bottom 80%) คือกลุ่มคนที่มีความเสี่ยงสูงที่จะถูกแทนที่ หากไม่รู้จักการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้
คำถามสำคัญในวันนี้จึงไม่ใช่ "AI จะมาแย่งงานเราไหม" แต่ควรเป็น "AI จะมาช่วยเพิ่มศักยภาพ (Amplifying) ในการทำงานและการใช้ชีวิตได้อย่างไร" เพราะหากชีวิตดี งานก็จะดีตามไปด้วย พร้อมเน้นย้ำถึงนิยามของ “Work-Life Intelligence” ว่าเป็นการใช้ชีวิตและการทำงานอย่างชาญฉลาด โดยเฉพาะในยุคที่ AI เข้ามามีบทบาทสำคัญเช่นนี้
ด้านอภิชาติ ขันธวิธิ CEO of QGEN Consultant กล่าวว่า การเตรียมตัวรับมือกับปี 2026 ต้องวิเคราะห์ผ่านกรอบ PEST เพื่อให้เห็นภาพรวมส่องปัจจัยบวก-ลบ กระทบโลกการทำงานปี 2026 ได้แก่ Political (การเมือง) ต้องจับตานโยบายใหม่ๆ จากรัฐบาลชุดใหม่ และสถานการณ์การเมืองโลก Economic (เศรษฐกิจ) อัตราดอกเบี้ยและอัตราแลกเปลี่ยนที่ผันผวน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนธุรกิจ Social (สังคม) ช่องว่างระหว่างเจเนอเรชัน (Generation Gap) ที่กว้างขึ้น โดยเฉพาะการเข้ามาของ Gen Z ที่ต้องการอิสระและการทดลองสิ่งใหม่ และ Technology (เทคโนโลยี) การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ AI ที่ฉลาดขึ้นทุกวันจนยากจะเลือกใช้ได้ครบ
จากประสบการณ์ที่ได้ให้คำปรึกษาองค์กรตลอดปีที่ผ่านมา พบประเด็นสำคัญที่อภิชาติเน้นย้ำคือคำว่า “Management in Paradox” หรือการบริหารในความย้อนแย้ง เป็นภาวะที่องค์กรต้องการสิ่งที่ย้อนแย้งกันเอง ซึ่งปัจจุบันทุกองค์กรต้องเผชิญอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ได้แก่
- Speed vs. Quality ความต้องการทั้งความเร็วและคุณภาพในเวลาเดียวกัน
- Control vs. Empowerment: การควบคุมเพื่อให้ได้ตามเป้าหมาย (KPI) หรือจะเลือกให้อำนาจพนักงานเพื่อสร้างนวัตกรรม
- Stability vs. Agility: องค์กรต้องมีความมั่นคง ขณะเดียวกันก็ต้องมีความคล่องตัวให้ทันการเปลี่ยนแปลงด้วยพร้อมกัน
- Performance vs. Well-being: การรีดศักยภาพเพื่อการแข่งขันจากพนักงาน ขณะเดียวกันก็ต้องดูแลจิตใจที่เปราะบางของพนักงานไปด้วย
- Human vs AI: การต้องเลือกระหว่างการยังคงใช้มนุษย์ทำงานแบบเดิม หรือจะใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เข้ามาแทน
“วันนี้คำว่า Balance อย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ เพราะความย้อนแย้งเหล่านี้ไม่สามารถเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งได้ แต่เราต้องสร้างระบบที่อยู่กับทั้งสองอย่างให้ได้”
อภิชาติเสนอแนวทางจัดการใน 3 ระดับสู่การเป็นองค์กรที่มีความชาญฉลาดในการทำงานและการใช้ชีวิต (Work-Life Intelligence) เพื่อรับมือกับความย้อนแย้งดังกล่าว อันได้แก่
- Cognitive Intelligence: ปรับ Mindset ว่าความย้อนแย้งไม่ใช่ปัญหา แต่คือโอกาส เลิกเลือกข้างแต่ให้สร้างระบบที่รองรับทั้งคู่
- Behavioral Intelligence: ฝึกการตัดสินใจบนความคลุมเครือ แม้จะมีข้อมูลเพียง 60% ก็ต้องกล้าเดินหน้า และเน้นการประเมินผลที่รวดเร็วขึ้น
- Organizational Intelligence: ปรับโครงสร้างองค์กรให้เอื้อต่อความเร็ว ลดคอขวดและเปลี่ยนระบบการให้รางวัลจากการวัดแค่ KPI เป็นการวัดที่ศักยภาพและรูปแบบการทำงาน
6 เทรนด์ที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าการทำงาน
1. The End of Work-Life Balance, The Rise of Work-Life Intelligence การก้าวข้ามจาก Balance และ Integration สู่การบริหารจัดการชีวิตด้วยความอัจฉริยะ
2. Energy is the New Performance Driver: พลังงานคือตัวขับเคลื่อนใหม่ องค์กรต้องตรวจสุขภาพพลังงานของพนักงาน ไม่ใช่แค่ความเก่ง
3. AI Will Not Replace Humans But Will Redefine Value: AI จะมาแทนที่คนลงมือทำ ดังนั้นมนุษย์ต้องอัปเกรดเป็นคนคิดและคนตัดสินใจ
4. The Death of Job Description The Rise of Problem Ownership: เลิกยึดติดกับ Job Description ที่บอกว่าต้องทำอะไร แต่ให้โฟกัสที่ทักษะและผลลัพธ์ที่ต้องส่งมอบให้กับองค์กรเพื่อแก้ปัญหา
5. Organization Must Be Stable & Agile: โครงสร้างองค์กรต้องนิ่งและชัดเจน แต่กระบวนการทำงานต้องยืดหยุ่นสูงสุด
6. Middle Managers is The Most Critical & Most Broken Layer: กลุ่มผู้จัดการระดับกลางคือตัวแปรสำคัญที่องค์กรต้องเร่งเสริมทักษะการตัดสินใจบนความไม่ชัดเจน
อภิชาติกล่าวสรุปว่า องค์กรที่จะเติบโตได้อย่างยั่งยืนในปี 2026 คือองค์กรที่สามารถตอบคำถามตัวเองได้ดีในวันที่สถานการณ์ไม่ชัดเจน และสามารถอยู่รอดได้บนความย้อนแย้งที่เกิดขึ้นในทุกมิติ


