ส.อ.ท.หวั่นวิกฤตพลังงานยืดเยื้อ ดันค่าไฟทะลุ 5 บาท ซ้ำรอยช่วงรัสเซีย-ยูเครน
ส.อ.ท.กังวลวิกฤตพลังงาน ซ้ำรอยรัสเซีย-ยูเครน! ค่าไฟทะลุ 5 บาทต่อหน่วย หากสถานการณ์บานปลายและยืดเยื้อ กระทบอุตสาหกรรม
นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สอท.) เปิดเผยถึงสถานการณ์วิกฤตพลังงานในปัจจุบันว่า เป็นวิกฤตที่เข้ามาซ้ำเติมสภาพเศรษฐกิจเดิมอย่างรุนแรง โดยเฉพาะปัญหาด้านราคาพลังงานที่โลกกำลังเผชิญ
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของไทย หน่วยงานภาครัฐได้เข้ามาดูแล และยืนยันว่าประเทศไทยยังมีปริมาณน้ำมันสำรองเพียงพอต่อการใช้งานได้อีก 100 วัน
ส่วนสถานการณ์ความรุนแรง หากกระทบแหล่งผลิตน้ำมัน คลังน้ำมัน จะส่งผลโดยตรงทำให้ราคาพลังงานในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งภาระดังกล่าวทำให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงต้องทำหน้าที่อย่างหนักในการแบกรับภาระเพื่อตรึงราคาขายปลีกในประเทศ
โดยเมื่อเทียบกับ ช่วงสงครามรัสเซีย-ยูเครน กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเคยติดลบสูงสุดกว่า 130,000 ล้านบาท ขณะที่วิกฤตครั้งใหม่นี้เพียงระยะเวลาสั้นๆ กองทุนฯ ก็ติดลบเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนแตะระดับ 10,000 - 12,000 ล้านบาท แล้ว
น้ำมัน 2 ราคา ทำ SME ทิ้งระบบจ็อบเบอร์
ปัจจุบันโครงสร้างราคาน้ำมันดีเซลในไทยมีลักษณะเป็น "2 ระบบ" โดยน้ำมันหน้าปั๊มได้รับเงินอุดหนุนจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง แต่กลุ่ม SME และภาคอุตสาหกรรม ที่ต้องซื้อน้ำมันผ่านจ็อบเบอร์กลับต้องแบกรับต้นทุนที่สูงกว่า
อย่างกรณีราคาขายผ่านจ็อบเบอร์เคยสูงกว่าหน้าปั๊มถึง 10 กว่าบาทต่อลิตร ส่งผลให้ผู้ประกอบการ SME ต้องเปลี่ยนพฤติกรรมจากการซื้อผ่านระบบปกติ หันมาส่งคนไปต่อแถวเติมน้ำมันที่หน้าปั๊มแทนเพื่อลดต้นทุนความต่างของราคาดังกล่าวก่อให้เกิดความโกลาหลที่สถานีบริการน้ำมัน
ในภาวะที่ราคาน้ำมันโลกเป็นขาขึ้น มีจ็อบเบอร์บางกลุ่มมองเป็นโอกาสในการเก็งกำไรคล้ายกับการซื้อขายทองคำ โดยใช้วิธี "Delay เก็บแล้วขายช้าไปสัก 3-5 วัน" เพื่อรอราคาที่สูงขึ้น
ทั้งนี้มองว่าแนวทางแก้ไขขอให้ กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ามาช่วยอุดหนุนราคาฝั่งจ็อบเบอร์ชั่วคราว เพื่อให้ราคาใกล้เคียงหรือเท่ากับหน้าปั๊ม ซึ่งจะช่วยลดช่องว่างราคา และหยุดความโกลาหลในการแห่ไปเติมน้ำมันที่สถานีบริการ
ห่วงค่าไฟรอบหน้าจ่อทะลุ 4 บาท หนักสุดอาจนิวไฮถึง 5.16 บาท
ขณะเดียวกัน นายเกรียงไกร ยังแสดงถึงความกังวลต่อค่าไฟฟ้าไทย เพราะหากวิกฤตพลังงานยืดเยื้อ มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นโดยอาจทะลุระดับ 4 บาทต่อหน่วย จากปัจจุบันอยู่ที่ 3.88 บาทต่อหน่วย ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์พลังงานโลก
ทั้งนี้ ภาคเอกชนมีความกังวลว่า หากสถานการณ์ลุกลาม หรือเลวร้าย กว่าเดิม อาจทำให้ค่าไฟฟ้าปรับขึ้นไปอีก เราเคยแตะระดับ 5.16 บาทต่อหน่วย ซึ่งเป็นระดับสูงสุดที่เคยเกิดขึ้นในช่วงวิกฤตสงครามรัสเซีย–ยูเครน เมื่อปี 2565 จึงมีความเป็นไปได้ที่ค่าไฟฟ้าจะปรับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากไทยต้องพึ่งพาการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) เป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้า ขณะที่แหล่งก๊าซสำคัญในกาตาร์ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบ
จะกลายเป็นภาระต้นทุนขนาดใหญ่ต่อภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะภาคขนส่ง ซึ่งมีสัดส่วนต้นทุนด้านพลังงานสูงถึงราว 35% ของต้นทุนทั้งหมด จะได้รับผลกระทบโดยตรง และมีแนวโน้มส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาสินค้าในวงกว้าง
ในที่สุดราคาสินค้าอุปโภคบริโภคโดยรวมอาจปรับสูงขึ้น เฉลี่ยประมาณ 6-10% สะท้อนแรงกดดันเงินเฟ้อที่อาจกลับมาเร่งตัวอีกครั้งในระยะถัดไป
เครดิตภาพ : เพจสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย


