DBD ดันธุรกิจไทยบน Shopee–TikTok ยอดขายรวมทะลุ 2.3 พันล้าน
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ผลักดันผู้ประกอบการไทยขายสินค้าบน Shopee และ TikTok สร้างยอดขายรวมกว่า 2,384 ล้านบาทในปี 2568 เติบโตขึ้น 370%
KEY
POINTS
- กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ผลักดันผู้ประกอบการไทยขายสินค้าบน Shopee และ TikTok สร้างยอดขายรวมกว่า 2,384 ล้านบาทในปี 2568 เติบโตขึ้น 370%
- ยอดขายส่วนใหญ่มาจาก TikTok Shop (1,322.8 ล้านบาท) ตามด้วย Shopee (1,061.2 ล้านบาท)
- สินค้ากลุ่มอุปโภคบริโภค (FMCG) ได้รับความนิยมและสร้างยอดขายสูงสุดบนทั้งสองแพลตฟอร์ม ตามมาด้วยกลุ่มแฟชั่นและไลฟ์สไตล์
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) กระทรวงพาณิชย์ เดินหน้าเร่งเครื่องเศรษฐกิจดิจิทัลไทยอย่างเต็มสูบ! ผลักดันผู้ประกอบการไทยใช้แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซและโซเชียลคอมเมิร์ซยอดนิยมอย่าง Shopee และ TikTok เป็นช่องทางหลักในการขยายตลาด โดยผลประกอบการปี 2568 สร้างยอดขายรวม 2,384 ล้านบาท โตกระฉูด 370% ตอกย้ำศักยภาพสินค้าไทยในโลกออนไลน์ และความสำเร็จของการพัฒนา “ผู้ประกอบการยุคดิจิทัล” อย่างเป็นรูปธรรม
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า จากนโยบายเชิงรุกในการส่งเสริมผู้ประกอบการไทย ภายใต้โครงการต่าง ๆ อาทิ Online Marketing Genius (OMG), Digital Village, Smart Local, MOC Biz Club และ The Influencer Journey (TIJ) รวมถึงกลุ่มสินค้าเกษตรไทยและร้านค้าปลีกสมัยใหม่ ให้สามารถจำหน่ายสินค้าบนแพลตฟอร์ม Shopee และ TikTok Shop ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โดยจากผลการดำเนินงานในช่วงปี 2568 ที่ผ่านมา พบว่า ผู้ประกอบการที่ได้รับการส่งเสริมจากกรมฯ สามารถสร้างยอดขายบน 2 แพลตฟอร์มยอดนิยมรวมกว่า 2,384 ล้านล้านบาท แบ่งเป็น Shopee มียอดขายรวม 1,061.2 ล้านบาท จากผู้ขาย 1,209 ราย เพิ่มขึ้น 425.59% เมื่อเทียบกับปี 2567
ขณะที่การจำหน่ายสินค้าบน TikTok Shop รวม 1,322.8 ล้านบาท จากผู้ขาย 454 ราย เพิ่มขึ้น 314.68% ซึ่งสะท้อนถึงความสำเร็จของการใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลเป็นกลไกสำคัญในการสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการ SMEs ไทย
นอกจากนี้ ข้อมูลยังสะท้อนทิศทางความต้องการของตลาดออนไลน์ได้อย่างชัดเจน โดยบนแพลตฟอร์ม Shopee สินค้ากลุ่มอุปโภคบริโภค (FMCG) มียอดขายสูงสุด คิดเป็นร้อยละ 44.56 ตามด้วยกลุ่มแฟชั่น ร้อยละ 27.14 กลุ่มไลฟ์สไตล์ ร้อยละ 26.56 และสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ร้อยละ 1.31 ขณะที่บนแพลตฟอร์ม TikTok Shop ผู้ขายส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มสินค้า อุปโภคบริโภค (FMCG) คิดเป็นร้อยละ 66.67 รองลงมาคือสินค้าไลฟ์สไตล์ ร้อยละ 20.37 สินค้าแฟชั่น ร้อยละ 9.88 และสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ร้อยละ 3.09 ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าสินค้าไทยโดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภค แฟชั่น และไลฟ์สไตล์ ยังคงเป็นกลุ่มสินค้าหลักที่ได้รับความนิยมและสามารถสร้างยอดขายได้อย่างต่อเนื่องบนแพลตฟอร์มออนไลน์
นายพูนพงษ์ กล่าวต่อว่า ความสำเร็จดังกล่าวเป็นผลจากการพัฒนาผู้ประกอบการอย่างครบวงจร ตั้งแต่การเสริมสร้างทักษะด้านดิจิทัล การทำคอนเทนต์ การไลฟ์ขายสินค้า การสร้างตัวตนบนโลกออนไลน์ ไปจนถึงการร่วมมือกับพันธมิตรจาก Shopee และ TikTok Shop ในการเชื่อมโยงหน้าประชาสัมพันธ์สินค้า (Landing Page) และการใช้กลยุทธ์ส่งเสริมการขายร่วมกับแพลตฟอร์ม ซึ่งช่วยให้ผู้ประกอบการไทยสามารถ “ขายได้จริง มีกำไรจริง และเติบโตได้อย่างยั่งยืน
“และในปีนี้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะยังคงเดินหน้าส่งเสริม SME ไทยให้ใช้ Shopee, TikTok และแพลตฟอร์มดิจิทัลอื่นๆ เป็นเครื่องมือสำคัญในการขยายตลาด เพิ่มโอกาสทางธุรกิจ และร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างเข้มแข็งในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล ทั้งนี้ ยังอยากเห็นการเกิดขึ้นของแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซโดยภาคเอกชนรายใหญ่ของไทยและการสนับสนุนจากภาครัฐ”


