ปักหมุด เชียงรายฮับการค้า 3 ประเทศดันเศรษฐกิจชายแดนเชื่อมตลาดโลก
DFT ปักหมุด เชียงรายผงาด ศูนย์กลางการค้าอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงตอนบน สู่ Hub การค้า 3 ประเทศ “เมียนมา-ลาว-จีน” ดันเศรษฐกิจชายแดนเชื่อมตลาดโลก
นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมการค้าต่างประเทศ (DFT) กระทรวงพาณิชย์ จัดมหกรรมการค้าชายแดน ณ จังหวัดเชียงราย เพื่อเสริมศักยภาพผู้ประกอบการไทยเชื่อมโยงการค้าเมียนมา - ลาว - จีน ตอกย้ำบทบาทเชียงรายในฐานะศูนย์กลางการค้าอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงตอนบน สอดรับนโยบายรัฐบาล “สร้างรายได้ ลดรายจ่าย” ในการสร้างรายได้ให้แก่ประชาชนและกระจายความเจริญไปสู่ภูมิภาค
การจัดงานดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายเชิงรุกของกระทรวงพาณิชย์ในการเปิดประตูการค้าไทยทั้งตลาดเดิมและประเทศเพื่อนบ้าน ควบคู่กับการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ
โดยมุ่งใช้การค้าชายแดนและผ่านแดนเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภูมิภาคอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ “มหกรรมการค้าชายแดน ณ จังหวัดเชียงราย” มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12 - 16 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ฝูงบิน 416 กองทัพอากาศ และโรงแรมเฮอริเทจ เชียงราย โฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่น โดยภายในงานประกอบด้วยกิจกรรมจัดแสดงและจำหน่ายสินค้ากว่า 200 คูหา เวทีเจรจาจับคู่ธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการไทยและต่างประเทศ การประชุมติดตามสถานการณ์การค้าชายแดนและผ่านแดนจังหวัดเชียงราย
รวมถึงการสัมมนาเชิงลึกด้านการขยายตลาดต่างประเทศ หัวข้อ “Winning the New Chinese Wave: เจาะลึกนโยบาย Shopping in China 2026 และกลยุทธ์ขยายตลาดด้วย Global Marketplace Ecosystem” เพื่อเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการไทยเข้าสู่คลื่นเศรษฐกิจจีนรอบใหม่ ซึ่งยังคงเป็นตลาดที่สำคัญของการส่งออกไทย
นอกจากนี้ ได้นำผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ด้านกัมพูชามาร่วมออกร้านจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าและเข้าร่วมกิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจเพื่อสร้างโอกาสทางการค้าใหม่ ๆ ทดแทนตลาดด้านกัมพูชา
นางอารดาฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า จังหวัดเชียงรายเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพสูงด้านการค้าและการลงทุน เนื่องจากเป็นจุดเชื่อมโยงสำคัญระหว่างไทย เมียนมา ลาว และจีน
โดยในปี 2568 มีมูลค่าการค้าชายแดนและผ่านแดนรวมกว่า 100,000 ล้านบาท สินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ ทุเรียน มังคุด ลำไย และน้ำมันเชื้อเพลิง สะท้อนบทบาทเชียงรายในฐานะประตูการค้าสู่จีนตอนใต้และประเทศเพื่อนบ้าน รวมทั้งเชียงรายยังเป็นหนึ่งในจังหวัดเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษที่รัฐบาลกำหนดให้เป็นกลไกในการกระจายความเจริญสู่ภูมิภาค เพื่อยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ ควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและการท่องเที่ยว
ซึ่งคาดว่าการจัดมหกรรมการค้าชายแดนครั้งนี้จะเป็นเวทีสำคัญในการต่อยอดเศรษฐกิจชายแดนเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดโลก และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ระบบการค้าชายแดนและผ่านแดนของประเทศ


