เปิดลิสต์ สินค้าแบรนด์ความงามไทยดาวรุ่งในตลาดเกาหลีใต้
เปิดลิสต์สินค้าหมวดความงาม-ดูแลตนเอง แบรนด์ไทย ที่ชาวเกาหลี “ซื้อใช้–บอกต่อ” แถมฮิตเป็นของฝากเมื่อมาเที่ยวเมืองไทย บางแบรนด์จดทะเบียนนำเข้าแล้ว
แม้เกาหลีใต้จะถูกยกให้เป็น “ศูนย์กลางอุตสาหกรรมความงามของโลก” และเป็นหนึ่งในตลาดที่ยากที่สุดสำหรับผู้ประกอบการต่างชาติ โดยเฉพาะแบรนด์ไทยที่ต้องเผชิญทั้งมาตรฐานสูง การแข่งขันดุเดือด และผู้บริโภคที่เลือกสรรอย่างละเอียด แต่ภาพที่เคยดูเหมือนกำแพงสูง กำลังค่อย ๆ เปลี่ยนไป จากอานิสงส์การเติบโตของโลกออนไลน์
วันนี้ เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ความงามจากประเทศไทย กำลังถูกพูดถึงมากขึ้นในตลาดเกาหลีใต้ จากสินค้าที่เคยถูกมองเป็น “ของฝากจากต่างแดน” กำลังขยับสถานะสู่ไอเท็มที่ผู้บริโภคเกาหลีซื้อใช้จริง และบอกต่อจริง โดยมีแรงหนุนสำคัญจาก นักท่องเที่ยว โซเชียลมีเดีย และอินฟลูเอนเซอร์ ที่ทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงแบบไม่ต้องใช้งบโฆษณามหาศาล
จากทริปท่องเที่ยว สู่กระแสบนโซเชียล
จุดเริ่มต้นของความนิยมเครื่องสำอางไทยในเกาหลีใต้ มาจากนักท่องเที่ยวชาวเกาหลีที่เดินทางมาเที่ยวประเทศไทย และได้ทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น ก่อนนำประสบการณ์จริงมาแชร์ผ่านโซเชียลมีเดียส่วนตัว ไม่ว่าจะเป็น YouTube, Instagram หรือ TikTok
ขณะเดียวกัน อินฟลูเอนเซอร์และคนดังเกาหลีที่มาเยือนไทย ต่างหยิบสินค้าไทยมารีวิวแบบไม่เป็นทางการ จนหลายไอเท็มถูกยกระดับจาก “ของใช้ระหว่างทริป” กลายเป็น “ของฝากยอดฮิตจากเมืองไทย” ตั้งแต่ทรีทเม้นท์บำรุงผม สครับขัดผิว โลชั่น ยาสีฟัน ไปจนถึงแป้งผสมรองพื้น
สินค้าดาวรุ่งไทย ที่ปักหมุดในตลาดแดนกิมจิ
จากข้อมูลตลาด พบว่าสินค้าไทยจำนวนไม่น้อยสามารถเข้าไปยืนในพื้นที่ค้าปลีกของเกาหลีใต้ได้ทั้งออนไลน์ ออฟไลน์ รวมถึงร้านไลฟ์สไตล์ราคาย่อมเยาอย่าง Daiso โดยมีดาวเด่นที่ถูกพูดถึงอย่างต่อเนื่อง ได้แก่
Vaseline Body Lotion สูตรไทย
แม้ว่าวาสลินจะได้รับความนิยมทั่วโลก แต่โลชั่นบำรุงผิวที่ผลิตในประเทศไทยนั้นมีหลากหลายสูตรมากกกว่า และเป็นที่นิยมในหมู่คนไทยทและนักท่องเที่ยวที่มาเยือนไทย ในเกาหลีใต้ ผลิตภัณฑ์วาสลีน จากไทยมีการนำเข้าและวางจำหน่ายอย่างแพร่หลายทั้งในร้านค้าออนไลน์ ออฟไลน์ รวมถึง Daiso อีกด้วย
Sunsilk Hair Treatment
ซันซิลเป็นผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมที่มีชื่อเสียงโด่งดังในด้านการดูแลความงามให้เส้นผมฟื้นฟูผมเสียจากการทำสีผมและช่วยให้ผมตรงสวยอีกทั้งราคาย่อมเยาทำให้เป็นของขวัญยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวอีกด้วยซันสิวมีผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจได้แก่แชมพูครีมนวดผมมาร์คผมและครีมบำรุงผมแบบไม่ต้องล้างออกเป็นต้น ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดก็คือทรีทเมนท์บำรุงผมและมีจำหน่ายทั้งในร้านค้าออนไลน์และออนไลน์
แป้ง Pond’s BB powder
แป้งพรถือเป็นแป้งฝุ่นยอดนิยมในหมู่วัยรุ่นเกาหลีและช่างแต่งหน้าชาวเกาหลีเพราะช่วยให้รูขุมขนดูเล็กลงและทำให้เครื่องสำอางติดทนนานขึ้นมีเนื้อสัมผัสขายแป้งฝุ่นของแบรนด์ดังแต่ราคาสมเหตุสมผลอีกด้วย
นอกจากนี้ยังแบรนด์ไทยอื่น ๆ ที่มาแรงสะท้อนจากจำนวนสินค้าที่สามารถจดทะเบียนนำเข้าและวางจำหน่ายในตลาดเกาหลีใต้ได้โดยตรงมากขึ้น ทั้งผ่านผู้จัดจำหน่ายท้องถิ่นและช่องทาง Cross-border E-Commerce
ข้อมูลล่าสุดพบว่า เครื่องสำอางไทยหลากหลายหมวด ตั้งแต่บอดี้ออยล์ สกินแคร์ เมกอัพ ไปจนถึงผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม สามารถเข้าสู่ตลาดเกาหลีใต้ได้สำเร็จ โดยมีทั้งแบรนด์ที่ตั้งบริษัทลูกในเกาหลี และแบรนด์ที่ใช้แพลตฟอร์มออนไลน์อย่าง Coupang เป็นช่องทางหลักในการเข้าถึงผู้บริโภค ดังนี้
สินค้าไทยที่จดทะเบียนนำเข้าในเกาหลีใต้เรียบร้อย
ภาพของเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ความงามจากประเทศไทยกำลังสะท้อนสัญญาณเชิงบวกมากขึ้น เมื่อแบรนด์ไทยจำนวนหนึ่งสามารถจดทะเบียนนำเข้าและวางจำหน่ายในเกาหลีใต้ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมขยายการรับรู้จากช่องทางออนไลน์สู่ผู้บริโภคท้องถิ่น
หนึ่งในแบรนด์ที่สามารถเข้าสู่ตลาดได้อย่างเป็นทางการคือ Tropicana โดย Troppicana Coconut Body and Face Oil น้ำมันมะพร้าวอเนกประสงค์สำหรับผิวหน้าและผิวกายจากไทย ซึ่งตอบโจทย์ผู้บริโภคสายธรรมชาติในเกาหลีใต้ วางจำหน่ายในขนาด 100 มิลลิลิตร ราคา 10,900 วอน (ประมาณ 280 บาท) และขนาด 250 มิลลิลิตร ราคา 19,900 วอน (ประมาณ 520 บาท) ผลิตโดย Tropicana Oil Co., Ltd และจัดจำหน่ายในเกาหลีใต้ผ่าน Brand People Co., Ltd
ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ออร์แกนิก Khaokho Talaypu Extra Virgin Coconut Oil จากเขาค้อ เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ไทยที่ได้รับการยอมรับ ด้วยจุดขายน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นจากแหล่งธรรมชาติ เจาะกลุ่มผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพและความยั่งยืน วางจำหน่ายในราคา 100 มิลลิลิตร 15,700 วอน (ประมาณ 410 บาท) และขนาด 210 มิลลิลิตร 25,800 วอน (ประมาณ 670 บาท) โดยมี Realize Company Co., Ltd เป็นผู้จัดจำหน่ายในเกาหลีใต้
ขณะที่ Risecare Rice Powder แป้งข้าวดูแลผิวจากไทย เลือกใช้กลยุทธ์สื่อสารเรื่องวัตถุดิบจากธรรมชาติและภูมิปัญญาไทย วางจำหน่ายในราคา 50 กรัม 8,940 วอน (ประมาณ 230 บาท) ภายใต้การดำเนินงานของ Nurture Care Co., Ltd ทั้งในฐานะผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่าย
ด้านเมกอัพ Cathy Doll x Maeng Skin Like Waterfall Cushion ถือเป็นตัวอย่างของการปรับตัวเชิงกลยุทธ์ของแบรนด์ไทย โดยเป็นความร่วมมือระหว่าง Karmarts ประเทศไทย กับ Lee Myung Sun (Maeng) เมคอัพอาร์ตติสชื่อดังของเกาหลีใต้ มีการพัฒนาสูตรและผลิตในเกาหลีเพื่อให้เหมาะกับผิวผู้บริโภคท้องถิ่น วางจำหน่ายในราคา 12 กรัม 39,000 วอน (ประมาณ 1,010 บาท) และจัดจำหน่ายในเกาหลีใต้โดย S Trading Global
ในตลาดพรีเมียม THANN Body Butter ซึ่งผสาน Organic Shea Butter, Organic Jojoba Oil และ Shiso Extract จากแบรนด์สปาไทย สามารถเข้าไปเจาะกลุ่มสุขภาพและลักชัวรีในเกาหลีใต้ได้สำเร็จ วางจำหน่ายในราคา 230 กรัม 65,000 วอน (ประมาณ 1,690 บาท) ผ่าน THANN Korea ภายใต้กลุ่ม Besta International
ขณะเดียวกัน แบรนด์แมสจากไทยก็มีบทบาทในตลาดเกาหลีใต้ผ่านโครงสร้างบริษัทข้ามชาติ เช่น Clear Men Cooling Itch Control แชมพูเมนส์จากไทย ขนาด 640 มิลลิลิตร ราคา 6,480 วอน (ประมาณ 170 บาท) ซึ่งผลิตโดย Unilever Thai Holdings และจัดจำหน่ายโดย Unilever Korea
ในกลุ่มสกินแคร์สายธรรมชาติ Khaokotalaypu Pure Aloe Soothing Gel เจลว่านหางจระเข้จากไทย ขนาด 25 มิลลิลิตร ราคา 6,340 วอน (ประมาณ 165 บาท) รวมถึง Parrot Unique Botanic Fragrance Shower Gel ครีมอาบน้ำสมุนไพร ขนาด 450 มิลลิลิตร ราคา 14,500 วอน (ประมาณ 380 บาท) ต่างสามารถเข้าสู่ตลาดเกาหลีใต้ผ่านผู้นำเข้าเอกชนและผู้จัดจำหน่ายท้องถิ่นได้อย่างเป็นรูปธรรม
ช้อปปิ้งข้ามพรมแดน จัดส่งตรงจากไทย
นอกจากนี้ ยังมีสินค้าไทยอีกจำนวนหนึ่งที่ใช้ช่องทาง Cross-border Online Shopping เป็นสะพานเชื่อมสู่ผู้บริโภคเกาหลี ไม่ว่าจะเป็น Journal Body Oil, Srichand Translucent Powder, Bennett C&E Soap, Panpuri Anti-Oxidant Milk Bath & Oil, D-Nee Organic Lotion Powder, Butterfly Perfume ไปจนถึง Crystal Mineral Deodorant Stick และ Cathy Doll Ultralight Sun Fluid SPF50/PA++++ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายของสินค้าความงามจากไทยที่เริ่มเป็นที่รู้จักในวงกว้าง
ภาพรวมทั้งหมดสะท้อนว่า เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ความงามจากประเทศไทยกำลังขยับจากบทบาท “ของฝากจากนักท่องเที่ยว” สู่การเป็นสินค้าที่สามารถจดทะเบียนนำเข้า วางจำหน่าย และแข่งขันในตลาดเกาหลีใต้ได้จริง ผ่านการผสมผสานระหว่างคุณภาพสินค้า เรื่องราววัตถุดิบจากไทย และกลยุทธ์การเข้าถึงผู้บริโภคยุคดิจิทัลอย่างเป็นระบบ
ที่มา : Coupang.com, ตารางสินค้าไทยจากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ


