posttoday

ดีป้า หนุนสตาร์ทอัพต่างชาติปักหมุดไทย สู่ผู้ประกอบการในระบบภาษี

28 มกราคม 2569

ชูนโยบายเชิงรุก ให้ทุนสนับสนุนสตาร์ทอัพต่างชาติ เปลี่ยนจาก Digital Nomad สู่ผู้ประกอบการในระบบภาษีไทย ปั้น Ecosystem นานาชาติ ดันไทยสู่ศูนย์กลางเทคฯ ภูมิภาค

จากงบประมาณปี 2569 ที่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เตรียมไว้ 1,300 ล้านบาท แบ่งเป็นงบรายจ่ายประจำ ประมาณ 300 - 400 ล้านบาท และงบขับเคลื่อนและส่งเสริม ประมาณ 900 ล้านบาท https://www.posttoday.com/smart-sme/737090

ในมิติของการสนับสนุนสตาร์ทอัพ ปี 2569 ดีป้าจัดสรรงบประมาณ 130 ล้านบาท เพื่อพัฒนา Ecosystem และส่งเสริมสตาร์ทอัพนอกจากผู้ประกอบการที่เป็นคนไทยแล้ว ปีนี้ยังมีการเพิ่มการสนับสนุนสตาร์ทอัพต่างชาติ ให้เปลี่ยนจาก Digital Nomad สู่ผู้ประกอบการในระบบภาษีไทย ด้วย 

วาริน รัชนานุสรณ์ รักษาการรองผู้อำนวยการใหญ่ (กลุ่มงานส่งเสริมระบบนิเวศเศรษฐกิจดิจิทัล) ดีป้า เปิดเผยว่า แนวทางการดำเนินงานและงบประมาณประจำปี 2569 โดยมุ่งเน้นการปรับโฉมระบบนิเวศสตาร์ทอัพของไทยให้เป็นแบบ "Open Ecosystem" เพื่อดึงดูดการลงทุนและองค์ความรู้จากต่างประเทศ พร้อมอัดงบสนับสนุนสตาร์ทอัพไทยโกอินเตอร์ และขับเคลื่อนโครงการดิจิทัลครอบคลุมทุกมิติ

ดีป้า หนุนสตาร์ทอัพต่างชาติปักหมุดไทย สู่ผู้ประกอบการในระบบภาษี

วาริน รัชนานุสรณ์

ดีป้า มีนโยบายเชิงรุกในการดึงดูดสตาร์ทอัพต่างชาติให้เข้ามาจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทในประเทศไทย เพื่อเปลี่ยนจากการเป็นเพียง Digital Nomad มาเป็นผู้ประกอบการที่อยู่ในระบบภาษีของไทยอย่างถูกต้อง โดยมีเป้าหมายหลักคือการดึงสตาร์ทอัพเหล่านี้มาอยู่ที่ Thailand Digital Valley (TDV) เพื่อสร้างชุมชนเทคโนโลยีร่วมกับสตาร์ทอัพไทย

สำหรับเกณฑ์การสนับสนุนและสิทธิประโยชน์ ที่สตาร์ทอัพต่างชาติได้รับ ประกอบด้วย

• สตาร์ทอัพต่างชาติต้อง จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทในไทย และเสียภาษีในระบบของไทย

• มีสิทธิ์ขอรับเงินสนับสนุนจาก Investment Fund เช่นเดียวกับสตาร์ทอัพไทย ซึ่งมี 2 ระดับ คือ ทุนสนับสนุน 1 ล้านบาท (เป้าหมาย 20 ราย) และ 5 ล้านบาท (เป้าหมาย 15 ราย)

• เน้นกลุ่มที่มีพันธมิตรในไทย (Local Partner) เพื่อให้สามารถเติบโตและเข้าสู่ตลาดภาคเอกชนและภาครัฐได้จริง

ต่อประเด็นที่ว่า นโยบายนี้จะเป็นการนำสตาร์ทอัพต่างชาติเข้ามาแข่งขันกับสตาร์ทอัพไทยหรือไม่ วาริน กล่าวว่า การดึงสตาร์ทอัพต่างชาติเข้ามาในประเทศไทยนี้ นี้ ดีป้ามองว่าจะช่วยให้เกิดการถ่ายทอดองค์ความรู้ (Knowledge Sharing) และสร้างความร่วมมือด้านการลงทุนแบบ Multicultural Investment ซึ่งจะช่วยให้สตาร์ทอัพไทยสเกลอัพได้ง่ายขึ้นกว่าการเติบโตเพียงลำพังภายในประเทศ

นอกจากนี้ดีป้ายังมีแผนนำสตาร์ทอัพไทยไปโรดโชว์ในต่างประเทศเพื่อสร้างโอกาสในการทำธุรกิจโดยร่วมกับหลายภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง อาทิ 

• งาน SusHi Tech: สนับสนุนงบประมาณค่าเดินทางและที่พักรายละกว่า 100,000 บาท สำหรับสตาร์ทอัพ 5 ราย เพื่อร่วมใน Thailand Pavilion

• ตลาดอินโดนีเซีย: มีแผนร่วมกับ TechSauce จัดงาน Tech Conference เพื่อแสดงศักยภาพเทคโนโลยีไทยในต่างแดน

• การ Matching: เน้นการสร้างเครือข่ายกับนักลงทน (Investors), องค์กรขนาดใหญ่ (Corporate) และสตาร์ทอัพในต่างประเทศ

ข่าวล่าสุด

ทองคำพุ่งทะยาน 2,900 บาท รับดอลลาร์ทรุดต่ำสุดในรอบ 4 ปี