ดีป้า หนุนสตาร์ทอัพต่างชาติปักหมุดไทย สู่ผู้ประกอบการในระบบภาษี
ชูนโยบายเชิงรุก ให้ทุนสนับสนุนสตาร์ทอัพต่างชาติ เปลี่ยนจาก Digital Nomad สู่ผู้ประกอบการในระบบภาษีไทย ปั้น Ecosystem นานาชาติ ดันไทยสู่ศูนย์กลางเทคฯ ภูมิภาค
จากงบประมาณปี 2569 ที่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เตรียมไว้ 1,300 ล้านบาท แบ่งเป็นงบรายจ่ายประจำ ประมาณ 300 - 400 ล้านบาท และงบขับเคลื่อนและส่งเสริม ประมาณ 900 ล้านบาท https://www.posttoday.com/smart-sme/737090
ในมิติของการสนับสนุนสตาร์ทอัพ ปี 2569 ดีป้าจัดสรรงบประมาณ 130 ล้านบาท เพื่อพัฒนา Ecosystem และส่งเสริมสตาร์ทอัพนอกจากผู้ประกอบการที่เป็นคนไทยแล้ว ปีนี้ยังมีการเพิ่มการสนับสนุนสตาร์ทอัพต่างชาติ ให้เปลี่ยนจาก Digital Nomad สู่ผู้ประกอบการในระบบภาษีไทย ด้วย
วาริน รัชนานุสรณ์ รักษาการรองผู้อำนวยการใหญ่ (กลุ่มงานส่งเสริมระบบนิเวศเศรษฐกิจดิจิทัล) ดีป้า เปิดเผยว่า แนวทางการดำเนินงานและงบประมาณประจำปี 2569 โดยมุ่งเน้นการปรับโฉมระบบนิเวศสตาร์ทอัพของไทยให้เป็นแบบ "Open Ecosystem" เพื่อดึงดูดการลงทุนและองค์ความรู้จากต่างประเทศ พร้อมอัดงบสนับสนุนสตาร์ทอัพไทยโกอินเตอร์ และขับเคลื่อนโครงการดิจิทัลครอบคลุมทุกมิติ
วาริน รัชนานุสรณ์
ดีป้า มีนโยบายเชิงรุกในการดึงดูดสตาร์ทอัพต่างชาติให้เข้ามาจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทในประเทศไทย เพื่อเปลี่ยนจากการเป็นเพียง Digital Nomad มาเป็นผู้ประกอบการที่อยู่ในระบบภาษีของไทยอย่างถูกต้อง โดยมีเป้าหมายหลักคือการดึงสตาร์ทอัพเหล่านี้มาอยู่ที่ Thailand Digital Valley (TDV) เพื่อสร้างชุมชนเทคโนโลยีร่วมกับสตาร์ทอัพไทย
สำหรับเกณฑ์การสนับสนุนและสิทธิประโยชน์ ที่สตาร์ทอัพต่างชาติได้รับ ประกอบด้วย
• สตาร์ทอัพต่างชาติต้อง จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทในไทย และเสียภาษีในระบบของไทย
• มีสิทธิ์ขอรับเงินสนับสนุนจาก Investment Fund เช่นเดียวกับสตาร์ทอัพไทย ซึ่งมี 2 ระดับ คือ ทุนสนับสนุน 1 ล้านบาท (เป้าหมาย 20 ราย) และ 5 ล้านบาท (เป้าหมาย 15 ราย)
• เน้นกลุ่มที่มีพันธมิตรในไทย (Local Partner) เพื่อให้สามารถเติบโตและเข้าสู่ตลาดภาคเอกชนและภาครัฐได้จริง
ต่อประเด็นที่ว่า นโยบายนี้จะเป็นการนำสตาร์ทอัพต่างชาติเข้ามาแข่งขันกับสตาร์ทอัพไทยหรือไม่ วาริน กล่าวว่า การดึงสตาร์ทอัพต่างชาติเข้ามาในประเทศไทยนี้ นี้ ดีป้ามองว่าจะช่วยให้เกิดการถ่ายทอดองค์ความรู้ (Knowledge Sharing) และสร้างความร่วมมือด้านการลงทุนแบบ Multicultural Investment ซึ่งจะช่วยให้สตาร์ทอัพไทยสเกลอัพได้ง่ายขึ้นกว่าการเติบโตเพียงลำพังภายในประเทศ
นอกจากนี้ดีป้ายังมีแผนนำสตาร์ทอัพไทยไปโรดโชว์ในต่างประเทศเพื่อสร้างโอกาสในการทำธุรกิจโดยร่วมกับหลายภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง อาทิ
• งาน SusHi Tech: สนับสนุนงบประมาณค่าเดินทางและที่พักรายละกว่า 100,000 บาท สำหรับสตาร์ทอัพ 5 ราย เพื่อร่วมใน Thailand Pavilion
• ตลาดอินโดนีเซีย: มีแผนร่วมกับ TechSauce จัดงาน Tech Conference เพื่อแสดงศักยภาพเทคโนโลยีไทยในต่างแดน
• การ Matching: เน้นการสร้างเครือข่ายกับนักลงทน (Investors), องค์กรขนาดใหญ่ (Corporate) และสตาร์ทอัพในต่างประเทศ


