posttoday

เปิด 7 เทรนด์ความงามญี่ปุ่น 2026 พลิกเกมเขย่าตลาดเครื่องสำอาง

24 มกราคม 2569

เปิด 7 เทรนด์ความงามญี่ปุ่นปี 2026 เขย่านิยาม “ความสวย” ใหม่ จากสวยแบบระยิบระยับ สู่สวยแบบฟื้นฟู สร้างโอกาสอุตสาหกรรมไทยเป็นพันธมิตรลุย OEM - ส่งวัตถุดิบ

หากลองไล่เรียงคำจำกัดความของ “ความสวย” ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จะพบว่าโลกความงามไม่เคยหยุดนิ่ง ตั้งแต่ เมคอัพโนเมคอัพ งานผิวธรรมชาติ สวยแบบติดแกลม ไปจนถึงปีนี้ที่คำว่า หน้าสั้น กลายเป็นไวรัลใหม่ในโลกออนไลน์ 

 

ศัพท์เหล่านี้ไม่ใช่เพียงคำเก๋ ๆ แต่สะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป และส่งแรงสั่นสะเทือนโดยตรงต่ออุตสาหกรรมความงามและเครื่องสำอาง

 

และเมื่อพูดถึงตลาดความงาม ญี่ปุ่น ถือเป็นหนึ่งในตลาดใหญ่ของเอเชียไม่แพ้เกาหลีใต้ ที่ผู้ประกอบการ และธุรกิจไทยในอุตสาหกรรมความงาม ต่างบอกว่า เป็นตลาดที่หินและยาก

 

ข้อมูลจากเว็บไซต์ของ mordorintelligence บริษัทเอกชนที่ทำ รายงานวิเคราะห์อุตสาหกรรมและตลาดโลก รายงานขนาดตลาดผลิตภัณฑ์เครื่องสําอางของญี่ปุ่นในปี 2026 อยู่ที่ประมาณ 4.47 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากมูลค่า 4.30 พันล้านดอลลาร์ในปี 2025 โดยการคาดการณ์ในปี 2031 แสดง 5.39 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโตที่ 3.85% CAGR ในปี 2026-2031 ในตลาดผลิตภัณฑ์เครื่องสําอางของญี่ปุ่น

 

ด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ราว 3.85% สะท้อนศักยภาพการฟื้นตัวและการเติบโตของอุตสาหกรรม แม้ต้องเผชิญแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจโลก

 

ในเชิงโครงสร้างตลาด พบว่า ช่องทางอีคอมเมิร์ซและการจำหน่ายออนไลน์ ยังคงเป็นช่องทางที่เติบโตเร็วที่สุดในทุกแพลตฟอร์ม ขณะเดียวกัน ผลิตภัณฑ์กลุ่มพรีเมียม มีอัตราการเติบโตสูงกว่าแบรนด์ตลาดแมส จากกำลังซื้อภายในประเทศที่ยังแข็งแกร่ง และพฤติกรรมผู้บริโภคที่ยินดีจ่ายมากขึ้นเพื่อคุณภาพและผลลัพธ์ที่เหนือกว่า

 

7 เทรนด์ความงามญี่ปุ่น 

อย่างไรก็ตาม เมื่อดูเทรนด์สำหรับปี 2026 ตลาดเครื่องสำอางญี่ปุ่นมีแนวโน้มมุ่งพัฒนา สูตรผลิตภัณฑ์ที่เน้นคุณภาพและประสิทธิภาพสูง โดยให้ความสำคัญกับเครื่องสำอางที่ขับเคลื่อนด้วยฟังก์ชันและผลลัพธ์ การใช้วัตถุดิบชีวภาพและเทคโนโลยีที่ยั่งยืน รวมถึงผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกและธรรมชาติ ซึ่งมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องในระยะยาว

 

อีกทั้งนักวางแผนวิจัย (Research Planner) ของ @cosme หนึ่งในบริษัทค้าปลีกเครื่องสำอางรายใหญ่ของญี่ปุ่น ได้ฉายภาพแนวโน้มอุตสาหกรรมเครื่องสำอางญี่ปุ่นปี 2026 ผ่าน 7 เทรนด์สำคัญ ที่กำลังเปลี่ยน “วิธีนิยามความสวย” ของผู้บริโภคยุคใหม่ ได้แก่ 

 

1.Ultra-shimmer Cosmetics หรือ ความระยิบระยับแบบพอดี

หนึ่งในคีย์เวิร์ดสำคัญคือ “Ultra-shimmer Cosmetics” ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เทรนด์การแต่งหน้าแบบ Muted Makeup หรือการใช้โทนสีอ่อน สุภาพ เน้นผิวสวยเป็นธรรมชาติ และแนวโน้มได้รับความนิยมอย่างมาก  อย่างไรก็ตาม เริ่มเกิดกระแสใหม่คือ “อยากเพิ่มความระยิบระยับเล็กน้อย” การใช้ลิปสติกหรือบลัชออนที่มีประกายอย่างพอดี ไม่ดูจัดจ้านเกินไป กลายเป็นการพัฒนาเทรนด์จากความเรียบง่ายไปสู่ความมีมิติ

 

2. โทนสีเข้ม - เนื้อสัมผัสมาแรง

แม้โทนสีแบบ Muted (มิวท์)  จะยังคงได้รับความนิยม แต่ลิปสติกโทนเข้ม เช่น สีม่วงหรือสีดำ เริ่มกลับมาได้รับความสนใจมากขึ้น โดยได้รับอิทธิพลอย่างมากจาก K-pop

 

นอกจากนี้ เทรนด์ใหม่ยังให้ความสำคัญกับ “เนื้อสัมผัส” มากกว่าสี สอดคล้องกับการแพร่หลายของวิดีโอแต่งหน้าบนโซเชียลมีเดีย ทำให้เกิดค่านิยมใหม่คือ “ดูสวยเมื่อเคลื่อนไหว” ไม่ใช่แค่สวยในภาพนิ่ง

 

3. การลงทุนด้านแฮร์แคร์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ผู้บริโภคหันมาให้ความสำคัญกับการดูแลเส้นผมมากขึ้น เห็นได้จากความนิยมของอุปกรณ์ความงาม เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้าด้านความงาม แบรนด์ ReFa หรือแม้แต่หัวฝักบัวอาบน้ำ ตัวอย่างเช่น ทรีตเมนต์บูสเตอร์จาก Cosme Decorte (KOSÉ) แม้มีราคาสูง แต่ก็ได้รับความนิยมอย่างมาก สะท้อนความเชื่อให้เพิ่มขึ้นว่า “ผมสวยช่วยให้ดูอ่อนเยาว์” แนวโน้มนี้คาดว่าจะขยายไปสู่ผู้บริโภคเพศชายในอนาคต

 

4. คนรุ่นใหม่ใส่ใจ Anti-Aging หรือ เวชศาสตร์ชะลอวัย มากขึ้น

แม้ในกลุ่มวัยรุ่นและวัย 20 ต้น ๆ ก็เริ่มให้ความสำคัญกับการดูแลผิวเพื่อชะลอวัยมากขึ้น โดยเน้น การดูแลเฉพาะจุด สินค้ากลุ่ม Parts Care  เช่น รอบดวงตา คอ หรือริ้วรอยแรกเริ่ม กำลังได้รับความนิยมมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นและวัยผู้ใหญ่ตอนต้น ซึ่งเริ่มให้ความสำคัญกับการดูแลล่วงหน้าไม่ใช่รอปัญหาใหญ่ นอกจากนี้ อุปกรณ์ความงามที่เน้นการทำงานกับ พังผืด (Fascia) เช่น Face Pointer ก็ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น

 

5. เทรนด์ “การฟื้นฟูระหว่างการนอนหลับ”

กระแสการให้ความสำคัญกับ คุณภาพการนอนหลับ แข็งแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้สินค้าอย่างเสื้อผ้าเพื่อการฟื้นฟู (Recovery Wear) แอปพลิเคชันด้านการนอน และ Sleeping Mask ที่ช่วยบำรุงผิวระหว่างหลับ กลายเป็นสินค้าที่ได้รับความสนใจสูง

    

6. เทรนด์ “ซื้อเพราะส่วนผสม 

Ingredient-driven Cosmetics เครื่องสำอางที่ตอบโจทย์ปัญหาผิวเฉพาะด้าน โดยเน้นสารสำคัญ เช่น เรตินอล (Retinol) คืออนุพันธ์ของวิตามินเอ ที่นิยมใช้ในผลิตภัณฑ์ดูแลผิว วิตามิน C ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกัน ผลิตภัณฑ์สำหรับ ผิวแพ้ง่าย ก็ได้รับความสนใจอย่างมากจากผู้บริโภค
         

7. นักท่องเที่ยวต่างชาติจาก “ซื้อยกล็อต สู่ ซื้ออย่างพิถีพิถัน”

พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวที่มาเยือนญี่ปุ่นเปลี่ยนจากการ “ช้อปแบบเหมาซื้อ” ไปสู่การเลือกซื้ออย่างมีคุณภาพสินค้าที่มีจุดขายด้านความเป็นญี่ปุ่น เช่น ส่วนผสมจากการหมัก (Fermentation) หรือ Rice Power ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น

 

โอกาสสำหรับเศรษฐกิจไทย

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น
ระบุว่า เทรนด์เครื่องสำอางของญี่ปุ่นคาดว่าจะส่งผลเชิงบวกต่อเศรษฐกิจไทยในระดับกลางถึงระยะยาว ในหลายภาคส่วน เช่น เทรนด์เน้นเนื้อสัมผัสและ Ultra-shimmer Cosmetics เปิดโอกาสให้ผู้ผลิตเครื่องสำอางและวัตถุดิบของไทย ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านสูตรเจล ครีม รวมถึงวัตถุดิบประเภทกลิตเตอร์และไข่มุก เข้าสู่ตลาดในรูปแบบ OEM และการเป็นซัพพลายเออร์วัตถุดิบ

 

การเปิดเผยข้อมูลส่วนผสมอย่างโปร่งใส และการใช้ผลงานในตลาดญี่ปุ่นเป็น Brand Value จะช่วยขยายโอกาสการส่งออกและความร่วมมือในอนาคต เป้าหมายไม่ใช่แค่การเป็นผู้ขาย แต่คือการเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ ของอุตสาหกรรมความงามญี่ปุ่นด้วย 

 

 

หนังสือพิมพ์ Nikkei MJ  สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ 

Mordor Intelligence Japan Cosmetics Products Market Industry Report

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด การท่าเรือ เอฟซี พบ ราชบุรี เอฟซี ไทยลีก วันนี้ 24 ม.ค.69