"นิรันดร์" พวงหรีดส่งต่อบุญ ลมหายใจใหม่ของบุญเจริญการทอ
ขายได้แค่ 2 พวงในอาทิตย์แรก! สู่หลักร้อยพวงต่อเดือน เปิดเส้นทางแบรนด์ "นิรันดร์" พวงหรีดส่งต่อบุญ ลมหายใจใหม่ของบุญเจริญการทอ จากวันที่ครอบครัวไม่มั่นใจ สู่ไวรัล
KEY
POINTS
- เปิดเส้นทางแบรนด์ "นิรันดร์" พวงหรีดผ้า จากวันที่ครอบครัวไม่มั่นใจ สู่ไวรัล
- ลบภาพพวงหรีดที่กลายเป็นขยะหลังจบงาน ชูโมเดลธุรกิจเพื่อสังคม นำผ้าใหม่จากโรงงานมาดีไซน์ พร้อมส่งต่อให้มูลนิธิและกู้ภัยทั่วประเทศ และส่งต่อตัดชุดนักเรียน
- ยืนยันผ้าใหม่ 100% ผ่านพิธีบังสุกุลเพื่อความสบายใจทั้งผู้ให้และผู้รับ
ท่ามกลางเสียงกี่ทอผ้าที่ค่อย ๆ เงียบเสียงลงตามสภาวะเศรษฐกิจ “อรนภัส บุญอนันตพัฒน์” ทายาทรุ่นที่สองของโรงงานทอผ้าบุญเจริญการทอ กำลังยืนอยู่บนทางแยกสำคัญ เมื่ออุตสาหกรรมสิ่งทอที่หล่อเลี้ยงครอบครัวมานานเข้าสู่ช่วงขาลง เธอรู้ดีว่าหากไม่ขยับตัว ธุรกิจที่สร้างมาอาจกลายเป็นเพียงอดีต
แต่ในวิกฤตมักมีช่องว่างเล็ก ๆ ให้แสงสว่างส่องผ่านเสมอ
อรนภัส เล่าให้ “โพสต์ทูเดย์” ฟังว่า ย้อนกลับไปในช่วงโควิด-19 เธอได้ลองนำผ้าดิบจากโรงงานไปบริจาคให้หน่วยกู้ภัยเพื่อใช้ห่อร่างผู้วายชนม์ ประสบการณ์นั้นทำให้เธอเห็นว่า ผ้าเป็นสิ่งที่หน่วยกู้ภัยทั่วประเทศ โดยเฉพาะในถิ่นทุรกันดาร ขาดแคลนและมีความต้องการใช้อยู่ตลอดเวลา
พวงหรีดที่ "ไม่กลายเป็นขยะ"
เริ่มแรกเธอบริจาคผ้า แต่ต่อมาเธอเริ่มคิดถึงการต่อยอดธุรกิจที่ครอบครัวมี อรนภัส เล่าว่า ภาพจำของพวงหรีดดอกไม้สดที่สวยงามเพียงไม่กี่วันแล้วจบลงที่กองขยะ กลายเป็นโจทย์ที่เธออยากแก้ “จะดีกว่าไหม ถ้าของที่ระลึกถึงผู้ล่วงลับ สามารถส่งต่อประโยชน์ให้คนข้างหลังได้จริง?”
เธอจึงตัดสินใจเปลี่ยน “ผ้าดิบ” ในโรงงาน ให้กลายเป็นพวงหรีดรักษ์โลกที่มีดีไซน์เรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยความหมาย โดยใช้ชื่อว่าแบรนด์ “นิรันดร์”
โดยความหมายของนิรันดร์ เธอเล่าว่า เลือกชื่อนี้เพราะเป็นคำที่ จำง่ายและพูดง่าย ซึ่งเป็นปัจจัยเบื้องต้นในการสื่อสารแบรนด์ รวมถึงการมองเรื่องวัฏจักรของชีวิต
คำว่า "นิรันดร์" หมายถึง สิ่งที่เป็นไปเรื่อย ๆ ไม่มีวันจบ เปรียบเสมือนการส่งต่อ "ความดี" และประโยชน์จากพวงหรีด เช่น การนำผ้าไปทำเป็นผ้าห่อศพหรือชุดนักเรียน ที่จะถูกส่งต่อให้แก่ผู้อื่นต่อไปอย่างต่อเนื่อง แม้เจ้าของพวงหรีดจะจากไปแล้วก็ตาม
เธอให้ความหมายเหมือนกับว่า เมื่อชีวิตหนึ่งดับไป มันสามารถเป็นเหมือน เทียนที่ส่งต่อแสงสว่างและความหวัง ให้กับคนอื่น ๆ ต่อไปได้
ใช้ประโยชน์ได้มากกว่าหนึ่งครั้ง
อรนภัส กล่าวว่า นิรันดร์ อยู่ภายใต้คอนเซปต์ใช้ประโยชน์ได้มากกว่าหนึ่งครั้ง คือ
- ช่วงไว้อาลัย เป็นตัวแทนความระลึกถึงที่สง่างามและลดภาระขยะในวัด
- หลังจบพิธี ผ้าที่นำมาประดิษฐ์สามารถแกะออกเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ต่อได้ทันที ไม่ว่าจะเป็นผ้าห่อร่างผู้วายชนม์ตามความตั้งใจแรก หรือแปรรูปเป็นชุดนักเรียนและผ้าขาวม้าให้ผู้สูงอายุในชุมชนขาดแคลน
เริ่มแรกขายได้แค่ 2 พวงต่อสัปดาห์
ในช่วงเริ่มต้น อรนภัส บอกว่า ต้องเผชิญกับสายตาแห่งความไม่มั่นใจจากคนรอบข้าง เพราะในวันที่ไม่มีใครเคยทำพวงหรีดจากผ้าขาวมาก่อน เธอจึงไม่มีต้นแบบให้ดู ไม่มีสูตรสำเร็จให้เดินตาม มีเพียงโจทย์ในใจที่ว่า ต้องเรียบหรู ต้องเคารพผู้ล่วงลับ และต้องไม่สร้างขยะ
"อาทิตย์แรกของการเปิดตัว ยอดขายมีเพียง 2 พวง และ 2 พวงนั้นเป็นการอุดหนุนจากคนกันเอง"
แต่แล้วความเชื่อมั่นของเธอก็ส่งเสียงดังพอ เมื่อเพจ “ลุงซาเล้งกับขยะที่หายไป” นำเรื่องราวของเธอไปส่งต่อ เพียงชั่วข้ามคืน ชื่อของแบรนด์นิรันดร์ก็กลายเป็นไวรัล และตามมาด้วยรางวัลผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ต่าง ๆ ตามมา นี่คือเครื่องพิสูจน์ว่า สังคมไทยกำลังรอคอยความหมายใหม่ของคำว่า “ไว้อาลัย”
3 เสาหลัก "นิรันดร์" สู่ความยั่งยืน
จากวันแรกสู่ยอดสั่งซื้อกว่า 300 พวงต่อเดือน ในเวลา 2 ปีที่เริ่มธุรกิจ อรนภัส บอกว่า ไม่ได้วัดความสำเร็จที่ตัวเลขกำไร แต่เธอวัดจากความแข็งแรงของ 3 พิลล่าหลัก ไม่ว่าจะเป็น
- Planet (โลก) ปฏิวัติวงการงานศพด้วยการลดขยะจากพวงหรีดแบบเดิม
- People (ผู้คน) สร้างงานให้กลุ่มเปราะบางและคนพิการ ให้พวกเขาได้ภูมิใจว่ามือของเขากำลังสร้าง “สะพานบุญ”
- Profound Giving (การให้ที่กินใจ) การส่งต่อผ้าพวงหรีดไปเป็นผ้าห่อศพไร้ญาติ หรือชุดนักเรียนให้เด็กในถิ่นทุรกันดาร
การก้าวข้ามกำแพงความเชื่อ
สำหรับการส่งต่อผ้า เธอบอกว่า เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับความเชื่อด้วย เพราะหลายคนกังวลว่าผ้าเหล่านี้คือผ้าเก่า หรือผ้าที่เคยผ่านการใช้มาก่อนหรือไม่?
อรนภัส ยืนยันว่า ผ้าทุกผืนคือผ้าใหม่ 100% จากโรงงาน เพื่อให้มั่นใจและสบายใจทั้งผู้ให้และผู้รับ
"เราวางระบบที่ใส่ใจทุกรายละเอียด เช่นความสะอาด ผ้าทุกผืนที่จะนำไปตัดเป็นชุดนักเรียน ต้องผ่านการฆ่าเชื้อและทำความสะอาดหลายขั้นตอนและเพื่อทลายความรู้สึกแปลกๆ ของคนในสังคม ก็ได้นิมนต์พระมาทำพิธีบังสุกุลให้กับผ้าที่ตัดเย็บเสร็จแล้วให้กลายเป็นของมงคลที่พร้อมส่งต่อ"
ก้าวต่อไปของความดีที่ “นิรันดร์”
แม้จะถูกมองว่าไปดิสรัปต์คนในวงการเดิม หรือถูกมองด้วยความเข้าใจผิด แต่อรนภัส บอกว่า เธอมองว่า ธุรกิจที่ทำพวงหรีดจากผ้า มีน้อยมาก เมื่อเทียบกับพวงหรีดแบบดั้งเดิม คนส่วนใหญ่ยังนิยมใช้พวงหรีดดั้งเดิมด้วยซ้ำ แต่เรายังคงเดินหน้าต่อด้วยอุดมการณ์ที่ชัดเจนโดยเฉพาะการสร้างรากฐานที่แข็งแรงและขยายบริการ เป้าหมายหลักคือการสร้างรากฐานธุรกิจพวงหรีดให้มั่นคง และขยายขอบเขตบริการให้ ครอบคลุมวงจรการจัดงานไว้อาลับมากยิ่งขึ้น โดยจะปรับเปลี่ยนจากเดิมที่เน้นกลุ่มลูกค้าที่ไปร่วมงาน มาเป็นการให้บริการในฝั่งของ "เจ้าภาพ" เพิ่มขึ้นด้วย
รวมถึงการเพิ่มความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ทางแบรนด์ตั้งเป้าที่จะเพิ่มรูปแบบของพวงหรีดให้มีความหลากหลายมากกว่า 3 รูปแบบที่มีอยู่ในปัจจุบัน (ซึ่งตอนนี้มีผ้าห่อร่าง ชุดนักเรียน และผ้าขาวม้า) เพื่อให้มีสิ่งของประเภทอื่น ๆ ที่สามารถ นำไปบริจาคและใช้ประโยชน์ได้จริง แน่นอน
รวมถึงมุ่งเน้นการสร้าง "นวัตกรรมเบา ๆ" โดยการนำสิ่งที่มีอยู่เดิมในวัฒนธรรมมาปรับเปลี่ยนให้ดีขึ้น เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ยังคงความสวยงามตามธรรมเนียมเดิม แต่มีความ รักษ์โลก และสอดคล้องกับบริบทของสังคมปัจจุบันมากขึ้น
และมีการร่วมมือกับพันธมิตร มีแผนที่จะสร้างความร่วมมือ (Partnership) กับแบรนด์อื่น ๆ เพื่อพัฒนาและเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ร่วมกัน ซึ่งจะเริ่มเห็นความชัดเจนตั้งแต่ช่วงต้นปี 2569 นี้เป็นต้นไป
อย่างไรก็ตาม อรนภัส สรุปว่า ไม่ว่าธุรกิจจะขยายตัวไปอย่างไร เป้าหมายสูงสุดยังคงยึดตาม 3 เสาหลักเดิม คือ การรักษ์โลก การช่วยสังคมและชุมชน และการทำบุญที่เป็นรูปธรรม


