จับตา 2 ธุรกิจ Wellness ดาวรุ่ง SME กลุ่มไหนได้อานิสงส์บ้าง
จับตา 2 กลุ่มธุรกิจ Wellness ดาวรุ่ง! เครื่องยนต์ใหม่ดันเศรษฐกิจไทยโตแรง ทั้ง Future Food–ท่องเที่ยวสุขภาพ SME หลายกลุ่มได้อานิสงส์
Wellness กำลังเป็นเครื่องยนตร์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ศูนย์วิจัย SME D Bank ได้เผยข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับ "Wellness Business" ซึ่งระบุว่าเป็นเมกะเทรนด์สำคัญที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นย้ำถึง 2 กลุ่มธุรกิจหลักที่มีศักยภาพสูงสำหรับผู้ประกอบการ SME ไทย ได้แก่ ธุรกิจอาหารเพื่อสุขภาพ (Health & Wellness Food) และธุรกิจการท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ (Wellness Tourism)
ธุรกิจอาหารเพื่อสุขภาพ (Health & Wellness Food)
เทรนด์รักสุขภาพมีอิทธิพลต่ออุตสาหกรรมอาหารเพื่อสุขภาพอย่างมาก รวมถึงการเข้าสู่สังคมสูงวัยและการแพร่ระบาดของ โควิด-19 ผู้บริโภคทุกกลุ่มให้ความสำคัญในการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์เสริมสร้างภูมิคุ้มกันและป้องกันโรค โดยเฉพาะ Future Food ที่เป็นกลไกสำคัญในการยกระดับอุตสาหกรรมอาหารไทยและการเปลี่ยนแปลงการบริโภคของโลก
ตลาด Future Food ในไทยมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง และคาดว่าในปี 2570 จะมีมูลค่ารวมกว่า 500,000 ล้านบาท และมีมูลค่าส่งออกกว่า 220,000 ล้านบาท ซึ่ง Future Food แบ่งออกได้หลายประเภท
Functional Food (อาหารฟังก์ชัน)
- อาหารและเครื่องดื่มฟังก์ชัน เช่น ปลาไขมันสูงที่มีส่วนช่วยบำรุงหัวใจและสมอง ข้าวโอ๊ตหรือข้าวบาร์เลย์ที่มีใยอาหารชนิดเบต้ากลูแคน ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล เป็นต้น
- โพรไบโอติก พรีไบโอติก เช่น โยเกิร์ตผสมพรีไบโอติกส์ หรือ ผลิตภัณฑ์นมที่มีจุลินทรีย์มีชีวิต เป็นต้น
- อาหารเสริม เช่น วิตามิน แร่ธาตุ โปรตีน หรือสารสกัดจากธรรมชาติ เพื่อบำรุงร่างกายให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Medical & Personalized (อาหารทางการแพทย์)
- อาหารที่พัฒนาเพื่อช่วยดูแลภาวะสุขภาพเฉพาะบุคคล
Alternative Protein Food (อาหารโปรตีนทางเลือก)
- เต้าหู้ นมถั่วเหลือง นมพืชอื่น ๆ
- เนื้อจากพืช
- สาหร่ายโปรตีนสูง
- กลุ่มแมลงกินได้ จิ้งหรีด หนอนนก หรือ ตั๊กแตน
Organic Food (อาหารออร์แกนิก)
- อาหารที่ได้จากกระบวนการเกษตรอินทรีย์ หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมี ปุ๋ยสังเคราะห์ และยาฆ่าแมลง เช่น ข้าวอินทรีย์ ผักและผลไม้อินทรีย์ ผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูปที่ใช้วัตถุดิบออร์แกนิก
ธุรกิจการท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ (Wellness Tourism)
มูลค่าตลาดธุรกิจ Wellness Tourism ทั่วโลก ปี 2566 อยู่ที่ 8.17แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ 2568 คาดขยายตัว 8.1% ต่อปี ส่วนในไทย ปี 2565 พบว่ามีมูลค่า 7.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐเป็นอันดับ 15 ของโลกอันดับ 4 ของเอเชียแปซิฟิก และในปี 2570 เป้าหมาย 1 ใน 5 อันดับของโลก
โอกาส SME ในธุรกิจ Wellness Tourism
โอกาสทางธุรกิจนี้ครอบคลุมหลากหลายบริการ โดยมีค่าใช้จ่ายต่อหัวประมาณ 80,000 - 120,000 บาท ซึ่งสูงกว่าการท่องเที่ยวทั่วไป ธุรกิจ SME ที่เกี่ยวข้องได้แก่
- การเตรียมการท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็น ธุรกิจนำเที่ยว,บริการข้อมูลการท่องเที่ยว, บริการจองห้องพัก, การเดินทาง และสถานที่ท่องเที่ยว
- การเดินทางเข้าประเทศเป้าหมาย รถทัวร์, เรือโดยสาร, เรือสำราญ, เรือยอร์ช
- ที่พักอาหารเครื่องดื่ม โรงแรม, รีสอร์ท, คอนโดมิเนียม, สถานพยาบาล, สถานพักฟื้น, ร้านอาหาร, ภัตตาคาร
- การเดินทางภายในประเทศ รถแท็กซี่, รถเช่า, บริการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย, ขนส่งทางการแพทย์
- กิจกรรม การบำบัด,รักษา, สปา, นวดไทย, น้ำแร่, น้ำพุร้อน, เสริมสวย, สินค้าเพื่อความงาม, ยิม, ฟิตเนส, สมาธิ, โยคะ, อาหารและเครื่องดื่มสุขภาพ, เภสัชภัณฑ์, ร้านค้าปลีกของที่ระลึก
ปัจจัยสนับสนุนหลักของอุตสาหกรรม Wellness
นวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านสุขภาพเติบโตเร็ว ทำให้การพัฒนาสินค้า–บริการสุขภาพมีประสิทธิภาพมากขึ้น ตอบโจทย์ผู้บริโภครุ่นใหม่ รวมถึงจุดแข็งด้านการแพทย์แผนไทยและสมุนไพร ช่วยสร้างความแตกต่างและมูลค่าเพิ่มให้สินค้าไทยในตลาดโลก ตลอดจนแรงหนุนจากภาครัฐ ทั้งมาตรการส่งเสริมการใช้จ่ายและนโยบายสนับสนุนธุรกิจ Health & Wellness
ผลต่อการเติบโตของ SME ไทย
ธุรกิจ Wellness กลายเป็นโอกาสสำคัญของผู้ประกอบการไทย โดยช่วยให้ขยายตลาดใหม่ได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวสุขภาพที่มีกำลังซื้อสูง เพิ่มมูลค่าสินค้าและบริการ ผ่านการผสานภูมิปัญญาท้องถิ่น วัฒนธรรมไทย และเทคโนโลยี และได้อานิสงส์จากนโยบายรัฐ ทั้งการพัฒนาเขตเศรษฐกิจสุขภาพ (Care & Wellness Economy) และการผลักดันไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการแพทย์ (Medical Hub)


