Shopee เตรียมเปิดบริการส่งไว 1 ชั่วโมง ขยาย SPayLater สู่หน้าร้าน
สรุปจาก Shopee Summit ประกาศ เปิดบริการส่งด่วนใน 1 ชั่วโมง พร้อมขยาย SPayLater หน้าร้าน และพาแบรนด์ไทยไปไกลกว่าอาเซียน
วงการอีคอมเมิร์ซยังคงเดือดต่อเนื่อง เมื่อ Shopee เดินหน้าเปิดศึก “ส่งด่วน” อีกครั้ง ด้วยการประกาศเปิดบริการส่งไวภายใน 1 ชั่วโมง พร้อมขยายบริการ SPayLater สู่หน้าร้านออฟไลน์ ไม่จำกัดเฉพาะการซื้อขายภายในแอปอีกต่อไป
ในงาน Shopee Summit: Together We Grow Shopee เผยฟีเจอร์ใหม่ “1-Hour Delivery” อย่างเป็นทางการ โดยธัญญธร เหล่าวัชระ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ ช้อปปี้ (ประเทศไทย) ระบุว่า Shopee พัฒนาการส่งสินค้าอย่างต่อเนื่อง จาก Standard Delivery ที่ใช้เวลาส่ง 2 วัน ไปสู่ Express Delivery ส่งภายในวันเดียว ซึ่งพบว่าผู้บริโภคยอมจ่ายเพิ่ม เพื่อแลกกับความสะดวกและความรวดเร็ว
หลังจากนั้นเปิดตัว Instant Delivery ส่งใน 4 ชั่วโมง และพบว่าฟีเจอร์นี้ช่วยกระตุ้นยอดซื้อได้ชัดเจน จนนำไปสู่การพัฒนาบริการล่าสุด “ส่งไวใน 1 ชั่วโมง” เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้ที่ต้องการความรวดเร็วระดับสูงสุด
Shopee ชี้ว่าแพลตฟอร์มมีฐานผู้ขายและสินค้า (Assortment) ที่หลากหลายและกว้างขวาง ทำให้การส่งไวภายใน 1 ชั่วโมงเป็นบริการที่สามารถสร้างความคุ้มค่า ทั้งสำหรับผู้ซื้อที่ต้องการความเร็ว และผู้ขายที่สามารถต่อยอดการขายจากช่องทางออนไลน์ไปยังออฟไลน์ได้มากขึ้นด้วย
ปกติหลายแบรนด์มีหน้าร้านสาขากระจายอยู่แล้ว และแต่ละสาขาก็มีพื้นที่ลูกค้าประจำตามระยะทางที่เดินทางสะดวก แต่บริการ ส่งไวใน 1 ชั่วโมง จะช่วยให้แบรนด์ขยายการเข้าถึงลูกค้านอกโซนเดิมได้ ผ่านการสั่งซื้อออนไลน์ โดยยอดขายยังถูกส่งกลับไปที่หน้าร้านสาขา ทำให้แบรนด์สามารถเพิ่มรายได้จากพื้นที่ใหม่ๆ ควบคู่กับการดันยอดขายสาขาไปพร้อมกัน
ขยาย SPayLater สู่หน้าร้าน
อีกหนึ่งความเคลื่อนไหวสำคัญคือการที่ Shopee เตรียมขยายการใช้งาน SPayLater หรือบริการ “ซื้อก่อน จ่ายทีหลัง” ออกจากแพลตฟอร์ม ไปสู่ร้านค้าออฟไลน์มากขึ้น หลังพบว่าปัจจุบันกว่า 20% ของผู้ใช้งานประจำ (Active User) ใช้บริการนี้อยู่แล้ว
โดยสัดส่วนผู้ใช้ SPayLater มากที่สุดอยู่ใน ภาคกลาง 50% ตามด้วย ภาคอีสาน 25% และ ภาคใต้ 10% ความโดดเด่นของบริการนี้อยู่ที่ความยืดหยุ่นและปลอดภัยในการผ่อนชำระ โดยผู้ใช้สามารถผ่อน 0% สูงสุด 24 เดือน ช่วยเพิ่มกำลังซื้อและการเข้าถึงสินค้าได้มากขึ้น
พาแบรนด์ไทยโตไกลในอาเซียน
Shopee เตรียมพาแบรนด์ไทยขยายตลาดสู่ต่างประเทศผ่านโปรแกรม “Shopee Global Sale” ที่ออกแบบมาเพื่อผลักดันสินค้าจากไทยให้เติบโตในภูมิภาคอาเซียน หลังพบว่าสินค้าไทยหลายกลุ่ม โดยเฉพาะแฟชั่น ความงาม และอาหาร—ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคต่างชาติอยู่แล้ว
เช่น การค้นหาแบรนด์ไทยยอดนิยมในฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และสิงคโปร์ เช่น Sabina, Riley.apparels, FABRIQUE, Chuu Chop, Warrix, Yuedpao, BSC Cosmetology เป็นต้น
ความแตกต่างของโปรแกรมนี้เมื่อเทียบกับ Shopee International Platform คือ Shopee Global Sale จะช่วยร้านค้าตั้งแต่เริ่มต้นเหมือนเปิดร้านใหม่ในไทย ทั้งการเปิดร้าน การทำการตลาด การสร้างแบรนด์ ไลฟ์ขายของ และการยิงโฆษณา ทำให้ผู้ขายไทยพร้อมบุกตลาดอาเซียนได้อย่างเต็มรูปแบบ
เฟสแรกจะเริ่มพาผู้ค้าไทยเข้าไปขายใน ฟิลิปปินส์ ภายในไตรมาสนี้ ตามด้วย มาเลเซีย และ สิงคโปร์ ช่วงปลายปี ก่อนขยายต่ออีกอย่างน้อย 3 ประเทศ ในปีหน้า
ปัจจุบันอีคอมเมิร์ซ มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล โดยคาดว่าจะมีสัดส่วนมากถึง 53% จากมูลค่าเศรษฐกิจดิจิทัลไทย 6.5 หมื่นล้านเหรียญในปี 2026 และคิดเป็น 21.5% ของอุตสาหกรรมค้าปลีกไทยทั้งหมด
นอกจากนั้น ยังคาดว่าอุตสาหกรรมอีคอมเมิร์ซจะมีมูลค่าราว 3.4 หมื่นล้านเหรียญในปีหน้า และจะยังคงโตต่อเนื่องในอัตรา 15-20% ใน 4-5 ปีข้างหน้า


