“ธนกร” เปิด “ศูนย์ฝ่าฟัน ดัน SMEs” พร้อมกันทั่วประเทศ 96 แห่ง
“ธนกร วังบุญคงชนะ” เปิด “ศูนย์ฝ่าฟัน ดัน SMEs” ที่ SME D BANK พร้อมกันทั่วประเทศ 96 แห่ง ให้บริการ 3 ด้าน “เติมทุน-เติมความรู้-เติมโอกาส”
ในวันที่ผู้ประกอบการไทยหลายล้านชีวิตยังคงต่อสู้กับความท้าทายรอบด้าน ทั้งต้นทุนที่สูงขึ้น ตลาดที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว และสภาพคล่องที่ร่อยหรอ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย หรือ SME D Bank ผนึกกำลังพันธมิตรภาครัฐและเอกชน เปิดตัว “ศูนย์ฝ่าฟัน ดัน SMEs” พร้อมกันทั่วประเทศ 96 แห่ง ขับเคลื่อนตามนโยบาย “ฝ่า ฟัน ดึง ดัน” ของกระทรวงอุตสาหกรรม ภายใต้การนำของ นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
“ฝ่า ฟัน ดึง ดัน” จุดประกายใหม่ให้ SME ไทย
นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ภาคธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ถือเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ประกอบการ SMEs กว่า 3 ล้านราย จ้างงานประชาชนมากกว่า 13 ล้านคน และมีสัดส่วนสำคัญต่อ GDP ของประเทศ
แต่ในช่วงที่ผ่านมา ผู้ประกอบการ SMEs ได้รับผลกระทบจากทั้งสงครามการค้าและภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลมองว่า SMEs คือกลไกหลักที่จะช่วยกระตุ้นและขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวอย่างยั่งยืน
“ก่อนหน้านี้ผมได้มีโอกาสลงพื้นที่บ่อยครั้ง ทำให้ได้พูดคุยและรับฟังปัญหาของผู้ประกอบการ SMEs อย่างใกล้ชิด หนึ่งในปัญหาหลักที่พบคือ ผู้ประกอบการจำนวนมากยังไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้อย่างเพียงพอ”
ทั้งนี้ “การเข้าถึงแหล่งทุน” เป็นปัจจัยสำคัญในการแก้ปัญหาของผู้ประกอบการ เรามีวงเงิน 3 หมื่นล้านช่วย SMEs โดยรัฐบาลพร้อมสนับสนุนนโยบายและปรับเงื่อนไขต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เพื่อให้ทั้งภาคอุตสาหกรรมและสถาบันการเงินสามารถขับเคลื่อนไปด้วยกันได้
นายธนกรกล่าวต่อว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้คือผลลัพธ์ของการผลักดันนโยบาย “ฝ่าฟันดึงดัน” ซึ่งสอดคล้องกับนโยบาย “Quick Big Win” ของรัฐบาล ภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ให้ความสำคัญกับการยกระดับภาคอุตสาหกรรมไทยอย่างจริงจัง
สำหรับ นโยบาย “ฝ่าฟันดึงดัน” ประกอบด้วย 3 แนวทางสำคัญ ได้แก่
- “ฝ่า” หมายถึง การรับมือกับปัญหาภายนอก เช่น สงครามการค้า และความซ้ำซ้อนทางเศรษฐกิจโลก ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อ SMEs รัฐบาลจึงมุ่งเสริมสภาพคล่องและสนับสนุนให้ผู้ประกอบการปรับตัวได้ทัน
- “ฟัน” หมายถึง การจัดระเบียบภาคอุตสาหกรรมใหม่ เพื่อยกระดับมาตรฐานโรงงานทั่วประเทศ โดยในช่วงเดือนแรกที่ดำรงตำแหน่ง ได้ตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจลงพื้นที่ตรวจสอบแล้วกว่า 20 แห่ง หากพบโรงงานใดดำเนินการผิดกฎหมาย จะสั่งปิดเพื่อปรับปรุง แต่เมื่อแก้ไขถูกต้องตามเกณฑ์ ก็สามารถกลับมาดำเนินกิจการได้
- “ดึง” หมายถึง การดึงดูดการลงทุนใหม่ ๆ เข้ามาในประเทศ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น BCG (เศรษฐกิจชีวภาพ-หมุนเวียน-สีเขียว) และพลังงานสะอาด เพื่อผลักดันอุตสาหกรรมไทยสู่อนาคตอย่างยั่งยืน
“รัฐบาลกำลังผลักดันการลงทุนในอุตสาหกรรมยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็น อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV), เซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductor), อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ และอุตสาหกรรมเทคโนโลยีชั้นสูงอื่น ๆ โดยตนได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมภาคการผลิตเหล่านี้มาแล้วทั่วประเทศ ผมต้องยอมรับว่า คนไทยเก่งมาก บริษัทใหญ่ระดับโลกหลายแห่งมีคนไทยอยู่เบื้องหลังความสำเร็จ ถือเป็นความภาคภูมิใจของชาติ”
นายธนกรระบุว่า นโยบายของรัฐบาลในขณะนี้ได้เดินมาถูกทาง โดยเฉพาะการสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs ให้เติบโตอย่างแข็งแรง โดยมอบหมายให้ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D Bank) บูรณาการทำงานร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ เปิด “ศูนย์ฝ่าฟันดัน SMEs” ขึ้นทั่วประเทศ ซึ่งปัจจุบันมีแล้วกว่า 96 แห่ง ซึ่งบทบาทการสนับสนุนภายใต้วงเงิน 3 หมื่นล้านช่วย sme รวมถึง อัพสกิลรีสกิล รวมถึงช่วยแก้หนี้ยั่งยืน เนื่องจากปัจจุบันผู้ประกอบการ SMEs ส่วนใหญ่ยังมีภาระหนี้สินอยู่ จึงจำเป็นต้องมีแนวทางช่วยเหลือที่เข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน
ศูนย์ฝ่าฟัน ดัน SMEs ให้บริการอะไรบ้าง?
นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank กล่าวเสริมว่า “ศูนย์ฝ่าฟัน ดัน SMEs” มีจุดเด่น คือ นำศักยภาพและความเชี่ยวชาญของหน่วยงานพันธมิตรแต่ละแห่ง ซึ่งเบื้องต้นมีประมาณ 15 หน่วยงาน มาผสานเชื่อมโยงกัน เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่เอสเอ็มอีอย่างเป็นระบบ ในรูปแบบ One Stop Service ครบถ้วนในจุดเดียว โดยใช้เทคโนโลยีสนับสนุนการให้บริการได้อย่างรวดเร็ว ฉับไว และติดตามผลได้ต่อเนื่อง
ทั้งนี้ “ศูนย์ฝ่าฟัน ดัน SMEs” ให้บริการสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่
ด้านที่ 1 เติมทุน พาเข้าถึงสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษเพียง 3% ต่อปี คงที่ตลอด 3 ปีแรก ผ่อนชำระนานสูงสุด 10 ปี วงเงินกู้สูงสุด 15 ล้านบาท นำไปเสริมสภาพคล่อง ลงทุน หรือยกระดับกิจการ ได้แก่ สินเชื่อ “SME Green Productivity”, สินเชื่อ “ปลุกพลัง SME” และ สินเชื่อ “Beyond ติดปีก SME”
ด้านที่ 2 เติมความรู้ พัฒนาธุรกิจครบวงจรผ่านแพลตฟอร์ม DX by SME D Bank (dx.smebank.co.th) ใช้บริการสะดวกสบาย ทุกที่ ทุกเวลา ตลอด 24 ชม. โดยมีฟีเจอร์สำคัญ ๆ เช่น ระบบ “Business Health Check” ตรวจสุขภาพทางธุรกิจ ระบบ “E-Learning” รวบรวมหลักสูตรความรู้สำคัญ ช่วยเพิ่มศักยภาพการประกอบธุรกิจ ระบบ “SME D Activity” จองเข้าร่วมกิจกรรมเติมความรู้ได้ต่อเนื่องตลอดทั้งปี
ระบบ “SME D Coach” มีโค้ชมืออาชีพ คอยเป็นที่ปรึกษาและให้คำแนะนำธุรกิจ ระบบ “SME D Market” ช่วยขยายตลาดด้วย E-marketplace หนุนจับคู่ธุรกิจ และระบบ “SME D Privilege” มอบสิทธิประโยชน์พิเศษและเครื่องมือเสริมแกร่งธุรกิจ ช่วยให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย ก้าวสู่โลกธุรกิจยุคดิจิทัลได้อย่างราบรื่น เป็นต้น
ด้านที่ 3 เติมโอกาส แก้ไขหนี้อย่างยั่งยืน ช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางฟื้นฟูกิจการ ด้วยมาตรการ “3 ลด ปลดหนี้” ได้แก่
- ลดผ่อน ปรับวงเงินการผ่อนชำระ ตามความสามารถของกิจการ
- ลดเงินต้น ปรับโครงสร้าง เพิ่มความยืดหยุ่นให้ธุรกิจ และ
- ลดดอกเบี้ยค้างชำระ ช่วยลดภาระการเงิน สร้างโอกาสพลิกฟื้นกิจการ
ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีสามารถติดต่อใช้บริการ “ศูนย์ฝ่าฟัน ดัน SMEs” ได้ ณ สาขา SME D Bank ทั่วประเทศ หรือสแกน QR Code ในโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์ รวมถึง ช่องทางออนไลน์ต่างๆ ของธนาคาร เช่น เว็บไซต์ www.smebank.co.th และ LINE Official Account : SME Development Bank เป็นต้น สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Call Center 1357


