posttoday
ตลาดเครื่องสำอางพุ่งไม่หยุด ไทยขานรับเทรนด์ Clean Beauty ทั่วโลก

ตลาดเครื่องสำอางพุ่งไม่หยุด ไทยขานรับเทรนด์ Clean Beauty ทั่วโลก

21 ตุลาคม 2568

ตลาดเครื่องสำอางทั่วโลกและไทยเติบโตต่อเนื่อง คาดการณ์ว่าตลาดไทยจะมีมูลค่าถึง 3.9 หมื่นล้านบาทในปี 2568 ขณะที่เทรนด์ เทรนด์ "Clean Beauty" กำลังได้รับความนิยม

KEY

POINTS

  • ตลาดเครื่องสำอางทั่วโลกโตต่อเนื่อง คาดการณ์ว่าตลาดไทยจะมีมูลค่าถึง 3.9 หมื่นล้านบาทในปี 2568
  • ขณะที่เทรนด์ "Clean Beauty" หรือผลิตภัณฑ์ความงามที่เน้นส่วนผสมจากธรรมชาติ กำลังได้รับความนิยมสูงจากผู้บริโภคยุคใหม่
  • โอกาสไทยใช้จุดแข็งความหลากหลายทางชีวภาพและภูมิปัญญาสมุนไพรเพื่อตอบรับกระแสสร้างซอฟต์พาวเวอร์ในตลาดโลก

ธุรกิจความงาม เรียกได้ว่าเป็นธุรกิจที่เดินทางข้ามกาลเวลาและเติบโตมาทุกยุคสมัย ซึ่งอุตสาหกรรมนี้ไม่เพียงยืนหยัดและเติบโตได้ท่ามกลางกระแสเศรษฐกิจที่ผันผวน แต่ยังเป็นอาวุธที่ทรงพลังของหลายๆ ประเทศที่ช่วยขับเคลื่อนทั้งการสร้างงาน การสร้างมูลค่าเพิ่ม และเป็น “ซอฟต์พาวเวอร์” ที่สะกดคนทั่วโลกด้วยศาสตร์ความงามเฉพาะตัวของแต่ละชาติ 

 

โดยสิ่งหนึ่งที่เดินทางข้ามกาลเวลาควบคู่มากับธุรกิจความงามก็คือ “ภูมิปัญญา และศาสตร์แห่งความงามจากธรรมชาติ” ไม่ว่าจะเป็นตำรับสมุนไพรพื้นบ้าน เทคนิคบำรุงผิวแบบดั้งเดิม หรือวัตถุดิบเฉพาะถิ่น ซึ่งทั้งหมดต่างถูกยกระดับสู่ผลิตภัณฑ์และบริการที่ไม่เพียงตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ แต่ยังเป็นเครื่องมือในการสร้างพลังอำนาจทางความงาม รวมถึงประเทศไทย และมีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อมที่กำลังขับเคลื่อนสิ่งเหล่านี้อย่างเข้มข้น

 

ตลาดความงามที่เดินหน้า แม้ในยามเศรษฐกิจโลกชะลอตัว

          

ข้อมูลจากสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า ตลาดเครื่องสำอางโลกในปี 2566 มีมูลค่ารวม 298.56 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.80 จากปีที่ผ่านมา และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นถึง 445.98 พันล้านเหรียญสหรัฐในปี 2030 สำหรับเครื่องสำอางที่มีสัดส่วนมูลค่าการค้าโดยรวมในโลกสูงสุด คือ เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ดูแลผิว มีสัดส่วน 48.13 % รองลงมาคือ น้ำหอม 17.39 % ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม 11.24 % สบู่ 9.47 % ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกาย 9.29 % และผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากและฟัน 4.48 % 

 

สำหรับสถานการณ์อุตสาหกรรมความงามไทยก็มีการขยายตัวในทิศทางเดียวกับโลก จากการเติบโตของภาคการท่องเที่ยวและการเฟื่องฟูของการค้าออนไลน์ 

 

โดยข้อมูลศูนย์วิจัยและวิเคราะห์เศรษฐกิจธุรกิจธนาคารกรุงไทย ระบุว่า ในปี 2568 มีมูลค่า 3.9 หมื่นล้านบาท และคาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องกว่า 13.2% ภายในปี 2569–2570 แม้ในภาวะเศรษฐกิจโลกที่ไม่แน่นอนซึ่งตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมเครื่องสำอางท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจทั่วโลก

 

Pain Point ของผู้บริโภคยุคใหม่ สวยโดยไม่ทำร้ายโลก

           

การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ เป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนการเติบโตของ Clean Beauty และสมุนไพรในอุตสาหกรรมความงาม โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z และ Millennials ที่มีความตระหนักรู้เกี่ยวกับผลกระทบของการบริโภคต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมสูง และเป็นแนวคิดที่สอดคล้องกับกระแส ESG (สิ่งแวดล้อม (Environment) สังคม (Social) และธรรมาภิบาล (Governance)) ที่ทั่วโลกให้ความสำคัญ โดยเทรนด์นี้ยังสะท้อนดีมานด์ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติ ปราศจากสารเคมีที่อันตรายต่อผิวหนังและสิ่งแวดล้อม มีกระบวนการผลิตที่โปร่งใส ไม่ทดลองกับสัตว์ และใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตร ซึ่งนับเป็นโอกาสอันยิ่งใหญ่ที่ประเทศไทยสามารถใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทางชีวภาพ ภูมิปัญญาด้านสมุนไพรซึ่งได้รับการยอมรับจากทั่วโลกมาเป็นจุดแข็งสร้างแบรนด์ความงามไทยให้มีพลังซอฟต์พาวเวอร์ และส่งออกไปสู่ตลาดโลก

 

ขับเคลื่อน Beauty Economy

           

เพื่อให้อุตสาหกรรมความงามไทยเติบโตอย่างยั่งยืนและสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) ภายใต้การนำของนางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ได้วางแนวทางขับเคลื่อน ผ่านนโยบาย “ดีพร้อมคอมมูนิตี้ ที่นี่มีแต่ให้” ให้ทักษะใหม่ ให้เครื่องมือทันสมัย ให้โอกาสโตไกล ให้ธุรกิจไทยที่ดีคู่ชุมชน โดยมุ่งเน้นการยกระดับผู้ประกอบการตลอดห่วงโซ่อุปทาน เพื่อสร้างเศรษฐกิจยุคใหม่ ผลักดัน Beauty Economy ให้เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทยให้เป็นที่ยอมรับในเวทีโลก ด้วยกลยุทธ์เชิงรุก ที่ออกแบบมาเพื่อยกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการอย่างครบวงจร ได้แก่

 

ผลิตภัณฑ์ดี (Product Readiness) หัวใจของความสำเร็จคือคุณภาพและมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ ดีพร้อมจึงมุ่งเน้นการสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้วย Lab-Tech-Test ผู้ประกอบการจะได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ผ่านกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่ถูกต้องเพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ได้มาตรฐานสากล

 

มีตัวตน (Brand Identity) ผลิตภัณฑ์ที่ดีต้องมาพร้อมกับแบรนด์ที่น่าจดจำ ดีพร้อมช่วยสร้างอัตลักษณ์ที่ชัดเจนให้แบรนด์ไทย โดยเน้นจุดขายที่โดดเด่นจากวัตถุดิบท้องถิ่น การผสมผสานภูมิปัญญากับวิทยาศาสตร์ และการถ่ายทอดเรื่องราวที่น่าสนใจ เพื่อบอกเล่าว่าแบรนด์นี้มาจากไหน มีคุณค่าอะไร ที่ผู้บริโภคควรเลือกใช้

 

พร้อมแข่งขันบนช่องทางตลาด (Market Expansion) เมื่อมีผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพรอบด้าน มีแบรนด์ที่แข็งแกร่งแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการเปิดประตูสู่ตลาดโลก ดีพร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการผ่านหลายช่องทางในโลกดิจิทัล โดยช่วยเหลือผู้ประกอบการเข้าถึงแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซทั้งในประเทศและต่างประเทศ ส่วนตลาดออฟไลน์ มีการจัด Offline Showcase ในงานแสดงสินค้าต่าง ๆ เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจ ทั้งยังมี Export Coaching  ให้คำแนะนำเชิงลึกเพื่อให้ผู้ประกอบการไทยสามารถยืนหยัดในสนามการค้าโลกได้อย่างมั่นคง

 

Fashion Hero Brand ผลักดันผู้ประกอบการสู่ความสำเร็จ

 

หนึ่งในโครงการเด่นของดีพร้อมคือโครงการส่งเสริมภาพลักษณ์สินค้าแฟชั่นจากทุนทางวัฒนธรรมไทยสู่สากล หรือ Fashion Identity ที่มีเป้าหมายพัฒนาผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางและความงาม 100 คน ให้กลายเป็น Fashion Hero Brand โครงการนี้ไม่ได้แค่ให้ความรู้เชิงทฤษฎี แต่ยังเน้นการพัฒนาทักษะที่จำเป็นในการประกอบธุรกิจอย่างครบวงจร ผู้เข้าร่วมจะได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับการสร้างภาพลักษณ์แบรนด์ที่มีรากฐานมาจากทุนทางวัฒนธรรมไทย การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ผสมผสานระหว่างภูมิปัญญาดั้งเดิมกับเทคโนโลยีสมัยใหม่

 

รวมถึงการวิเคราะห์ตลาดและการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภค และที่สำคัญคือโครงการนี้เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในการพัฒนาธุรกิจ ซึ่งเป็นหนึ่งในอุปสรรคสำคัญของ SME ไทย และเมื่อภาครัฐติดอาวุธต่าง ๆ ให้ครบถ้วน ผู้ประกอบการเครื่องสำอางไทยก็พร้อมก้าวเข้าสู่สนามแข่งขันในเวทีโลกได้อย่างมั่งคง

 

 

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท