อินฟลูเอนเซอร์เตรียมโกอินเตอร์ รัฐบาลเปิดทางสู่ตลาดต่างประเทศ
โอกาสของอินฟลูเอนเซอร์ไทย 3 ล้านราย รัฐบาลเล็งผลักดันสู่ตลาดต่างประเทศ เชื่อมโยงผู้ประกอบการชุมชน สร้าง Story telling และ Influencer marketing ขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ
KEY
POINTS
- อินฟลูเอนเซอร์ไทย 3 ล้านรายเตรียมโกอินเตอร์ รัฐบาลขยับเกมสร้างโอกาสสู่ตลาดต่างประเทศ ปั้นพลังคอนเทนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล
- เชื่อมโยงผู้ประกอบการชุมชน สร้าง Story telling และ Influencer marketing ขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ
ปัจจุบันรูปแบบการค้ามีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค คือ “อินฟลูเอนเซอร์” ที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนตลาดออนไลน์และอีคอมเมิร์ซทั้งในปัจจุบันและอนาคต
โดยอุตสาหกรรม ครีเอเตอร์ทั่วโลกเติบโตอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันมีผู้สร้างคอนเทนต์มากกว่า 60 ล้านคนทั่วโลก สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมกว่า 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี สะท้อนให้เห็นถึงพลังของคอนเทนต์ที่สามารถสร้างแรงจูงใจและเชื่อมโยงผู้บริโภคกับสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ สอดคล้องกับภารกิจสำคัญของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าในการส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการไทยให้สามารถสร้างแบรนด์ ขยายช่องทางการตลาดและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
โดยเฉพาะการผลักดันผู้ประกอบการให้ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลและสื่อออนไลน์ เพื่อสร้างยอดขายและเติบโตได้อย่างยั่งยืน
กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจับมือสมาคมอินฟลูเอนเซอร์ไทย เตรียมเปิดตัวโครงการใหญ่ “Kick off เพื่อส่งเสริมอินฟลูเอนเซอร์ไทย” ปั้นกำลังสำคัญช่วยยกระดับสินค้าท้องถิ่นไทย สู่การเติบโตอย่างมีมาตรฐาน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนไทยให้เป็นที่รู้จักในระดับประเทศและสากล
ดันการตลาดอินฟลูเอนเซอร์
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมฯ ได้จัดประชุมความร่วมมือกับสมาคมอินฟลูเอนเซอร์ไทย เพื่อหารือแนวทางการส่งเสริมอุตสาหกรรมอินฟลูเอนเซอร์ไทยให้เติบโตอย่างมีมาตรฐานและยั่งยืน ซึ่งที่ผ่านมาสมาคมอินฟลูเอนเซอร์ไทยได้ดำเนินการโดยมุ่งเน้นการยกระดับอินฟลูเอนเซอร์ไทยผ่านการจัดทำมาตรฐานทางจริยธรรมร่วมกับสภาคุ้มครองผู้บริโภค และเชื่อมโยงอินฟลูเอนเซอร์กับผู้ประกอบการ โดยจัดโครงการอบรมด้านการประชาสัมพันธ์สินค้า การผลิตคอนเทนต์ และการทำการตลาดผ่านอินฟลูเอนเซอร์ รวมถึงผลักดันโอกาสของอินฟลูเอนเซอร์ไทยสู่ตลาดต่างประเทศ
พูนพงษ์ กล่าวต่อว่า สมาคมฯ เห็นถึงแนวโน้มการเติบโตของอาชีพอินฟลูเอนเซอร์ ที่ปัจจุบันมีมากกว่า 3 ล้านรายทั่วประเทศ จึงได้ดำเนินการสร้างเครือข่ายและรวบรวมข้อมูลอินฟลูเอนเซอร์ เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับอุตสาหกรรมดังกล่าว พร้อมแนะนำแนวทางในการเลือกอินฟลูเอนเซอร์ที่มีทิศทางการนำเสนอเนื้อหาสอดคล้องกับผลิตภัณฑ์ และใช้อินฟลูเอนเซอร์รายย่อย (Micro Influencer) ซึ่งมีค่าใช้จ่ายไม่สูงแต่สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้ตรงจุด รวมถึงแนะนำให้อินฟลูเอนเซอร์ ปรับตัวตามอัลกอริทึมของแพลตฟอร์ม โดยนิยมใช้รูปแบบ “3 คอนเทนต์ 1 ไลฟ์” เพื่อเพิ่มการมองเห็นของช่องทางออนไลน์ และขยายตลาดให้กว้างขึ้น
โดยในส่วนของแนวทางความร่วมมือ กรมพัฒนาธุรกิจการค้าและสมาคมฯ ได้หารือแนวทางการส่งเสริมผู้ประกอบการทุกระดับ รวมถึงผู้ประกอบการชุมชนในการสร้าง Story telling และ Influencer marketing มาขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ


