คนโสดเกาหลีใต้ดันอาหารพร้อมทานพุ่ง ร้านสะดวกซื้อ ครัวใหม่คนเมือง
ส่องเทรนด์อาหารการกิน เกาหลีใต้ ยุคผักแพง–อากาศร้อน คนโสดเยอะดันเทรนด์ Ready-to-Eat ครองเมือง ร้านสะดวกซื้อ-ป๊อปอัพสโตร์สุดฮอต
เมื่อ “อาหาร” กลายเป็นกระจกสะท้อนโลกที่เปลี่ยนไป
โลกที่หมุนเร็วขึ้นทุกวัน ไม่ได้เปลี่ยนแค่เทคโนโลยีหรือเศรษฐกิจเท่านั้น “อาหาร” เองก็เปลี่ยนไปตามจังหวะของยุคสมัย
โพสต์ทูเดย์ เคยมีโอกาสพูดคุยกับผู้ประกอบการในวงการอาหารหลายราย หนึ่งในนั้นคือ คุณ เกศ-ชุติมา เปรื่องเมธางกูร ผู้ก่อตั้งรวยไม่หยุดกรุ๊ป เจ้าของร้านปิ้งย่าง Nice 2 Meat U และร้านอาหารขนมหวานอีกหลาย ๆ แบรนด์ ซึ่งในเครือมีแบรนด์ที่นำเข้ามาจากเกาหลี ซึ่งบอกว่า “เทรนด์อาหารเปลี่ยนเร็วไม่ต่างจากแฟชั่น”
วันนี้ผู้คนไม่ได้กินแค่เพื่ออิ่ม แต่กินเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ สุขภาพ และสังคมที่หมุนรอบตัว
หนึ่งในตัวอย่างที่น่าจับตาคือ เกาหลีใต้ประเทศที่มักถูกยกให้เป็น “ผู้นำเทรนด์ของเอเชีย” ไม่ว่าจะเป็นแฟชั่น เพลง หรืออาหาร สิ่งใดที่กำลังฮิตในโซล ก็มักกลายเป็นกระแสไปทั่วทั้งประเทศ
แต่นับตั้งแต่ปี 2567 มาถึงตอนนี้ ดูเหมือนเกาหลีใต้จะต้องเผชิญกับการ “เปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในโลกของอาหารการกิน” เพราะสองแรงกดดันที่เกิดขึ้นพร้อมกัน คือ ราคาผักที่แพง และคลื่นความร้อนที่รุนแรง สองปัจจัยนี้ไม่เพียงทำให้ค่าใช้จ่ายในครัวเรือนสูงขึ้น แต่ยังเขย่าวิถีการกินของผู้คนให้ “เปลี่ยนไปแบบไม่หวนกลับ” ซึ่งโพสต์ทูเดย์ขอรวบรวมเทรนด์ที่เกิดขึ้น โดยอ้างอิงข้อมูลมาจากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ดังนี้
“Vegeflation” เมื่อผักกลายเป็นของหรู
ราคาสินค้าเกษตรในเกาหลีใต้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะผักและผลไม้ที่พุ่งแรงจนคนเกาหลีต้องสร้างศัพท์ใหม่เรียกว่า “Vegeflation” (Vegetable + Inflation) หรือ “เงินเฟ้อผัก”
แม้รัฐบาลจะออกมาตรการลดภาษีนำเข้า เพื่อเปิดทางให้ผักผลไม้จากต่างประเทศเข้ามาช่วยพยุงราคา แต่ของสดในตลาดก็ยังคงแพงต่อเนื่อง ทำให้คนจำนวนมากต้องหันไปพึ่งอาหารแปรรูปมากขึ้น ทั้ง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และ ผลิตภัณฑ์นม ที่เก็บได้นานและราคาคงที่กว่า
ผลกระทบไม่ได้เกิดแค่กับผู้บริโภคเท่านั้น แต่ยังส่งแรงกดดันถึงผู้ประกอบการร้านอาหารที่ต้องแบกรับต้นทุนเพิ่ม และเผชิญยอดขายที่ชะลอลงตามกำลังซื้อของผู้คน
Summer Boom ความร้อนเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน
ในปี 2567 เกาหลีใต้ต้องเผชิญกับ คลื่นความร้อนที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ มีจำนวนวันอากาศร้อนจัดเกิน 30 วันมากกว่าทุกปีที่ผ่านมา
ผลคือ ผู้คนเริ่ม งดออกไปกินข้าวนอกบ้าน หันมาใช้บริการ สั่งอาหารเดลิเวอรี่ และทำอาหารเองในบ้านมากขึ้น โดยเน้นเมนูที่ให้พลังงานและคุณค่าทางโภชนาการ
หนึ่งในเมนูที่ขายดีสวนกระแสอากาศร้อนคือ “ไก่ตุ๋นโสม” (ซัมเกทัง) เพราะชาวเกาหลีมีความเชื่อว่า ยิ่งอากาศร้อน ยิ่งควรกินอาหารร้อน เพื่อรักษาสมดุลอุณหภูมิของร่างกาย
แต่ในอีกด้านหนึ่ง ความต้องการอาหารที่ช่วย “คลายร้อน” ก็เพิ่มขึ้นมหาศาลเช่นกัน โดยเฉพาะ ไอศกรีมและของหวานเย็น ที่มียอดขายทะลุเพดาน ส่งผลให้ร้านสะดวกซื้อทั่วประเทศได้รับอานิสงส์เต็ม ๆ
ตลาดอาหารออนไลน์โตแรงไม่หยุด
เช่นเดียวกับประเทศไทย “อาหารออนไลน์” ได้กลายเป็นหนึ่งในธุรกิจดาวรุ่งของเกาหลีใต้ แม้เศรษฐกิจจะชะลอตัวในบางช่วง แต่คนเกาหลียังคงสั่งซื้ออาหารผ่านช่องทางดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง
ข้อมูลจากไตรมาสแรกปี 2567 ระบุว่า มูลค่าการขายอาหารออนไลน์ในเกาหลีใต้แตะ 26,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นถึง 16% จากปีก่อนหน้า และพุ่งสูงกว่า 179% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนโควิดในปี 2562
การเติบโตนี้ไม่ได้มาจาก “เทรนด์ชั่วคราว” อีกต่อไป แต่เกิดจากความเปลี่ยนแปลงเชิงพฤติกรรม ผู้บริโภคเริ่มหันกลับมาทำอาหารกินเองในบ้านมากขึ้น ขณะเดียวกันราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้นยิ่งกระตุ้นให้ตลาดออนไลน์เติบโต เพราะผู้บริโภคมองหาความสะดวกและราคาที่คุ้มค่ากว่าเดิม
นักวิเคราะห์คาดว่า ตลาดอาหารออนไลน์ของเกาหลีใต้จะขยายตัวแตะ 37,000 ล้านดอลลาร์ ในอนาคตอันใกล้ และยังคงเป็นเครื่องยนต์สำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัลในประเทศ
เมื่อ “AI” เข้ามาอยู่ในครัว
เกาหลีใต้กำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของอุตสาหกรรมอาหาร ที่ไม่ได้อาศัยเพียงเชฟหรือวัตถุดิบ แต่พึ่งพา “เทคโนโลยี” เป็นหัวใจสำคัญ
รัฐบาลเกาหลีใต้ได้ประกาศผลักดัน 10 นวัตกรรมหลักด้านเทคโนโลยีอาหาร (Food Tech) เพื่อขับเคลื่อนประเทศให้เป็นผู้นำในตลาดโลก ตั้งแต่ การเพาะเลี้ยงเซลล์ผลิตเนื้อเทียม,อาหารจากพืช , อาหารพร้อมรับประทาน (Ready-to-Eat), การพิมพ์อาหารแบบสามมิติ (3D Food Printing) ระบบผลิตและกระจายอาหารอัจฉริยะ ที่ใช้ AI, หุ่นยนต์ และ IoT ฯลฯ
ความเปลี่ยนแปลงในปี 2568
จากหลายปัจจัยในอุตสาหกรรมอาหารปี 2567ส่งผลให้รูปแบบการบริโภคอาหารของเกาหลีใต้เปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน ซึ่งเห็นชัดในปี 2568 นี้
ของคุ้มค่ากำลังมาแรง
ตั้งแต่ปี 2567 ราคาสินค้าอาหารปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ผู้บริโภคเกาหลีใต้เริ่มให้ความสำคัญกับ ความคุ้มค่า มากขึ้น หลายคนเลือกใช้บริการ โรงอาหารในองค์กร หรือซื้ออาหารจาก ร้านสะดวกซื้อ แทนการกินนอกบ้าน ในขณะเดียวกัน ร้านอาหารและผู้ผลิตอาหารสด–แปรรูป ต่างปรับตัวโดยออก ผลิตภัณฑ์ราคาต่ำ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค แม้แต่ ตลาดกาแฟแฟรนไชส์ ก็ปรับตัวตาม กระจายสินค้าราคาประหยัดมากขึ้น สะท้อนให้เห็นกระแสการใช้เงินอย่างคุ้มค่าอย่างชัดเจน
เทรนด์กินขนมหวานหรูหรา
พฤติกรรมการบริโภคขนมหวานที่มีภาพลักษณ์หรูหรา และเทรนด์ Fun Summer กำลังเข้ามา แบรนด์ขนมหวานระดับนานาชาติและห้างสรรพสินค้าชื่อดัง เช่น ชินเซเก (Shinsege) เปิดร้านใหม่หรือพัฒนาผลิตภัณฑ์ลิมิเต็ด ร้านสะดวกซื้อและไฮเปอร์มาร์เก็ตก็ออกสินค้าขนาดพิเศษ สร้างความสนใจและประสบการณ์ใหม่ให้ผู้บริโภค
สุขภาพมาแรง ถังหูลู่ยอดขายตก
กระแสอาหารสุขภาพและเครื่องดื่มเพื่อควบคุมน้ำหนักยังเติบโตต่อเนื่อง
ผู้บริโภคคำนึงถึง รสชาติและสุขภาพ ควบคู่กัน สินค้าปราศจากน้ำตาลเริ่มได้รับความนิยม เช่น น้ำมะนาวเลม่อนและไอศกรีมโยเกิร์ตแบรนด์ Yoajung ที่แคลอรี่ต่ำ ความนิยมของ Yoajung เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด จาก 163 สาขาในปี 2564 เป็น 561 สาขาในปี 2567
ขนมหวานที่มีน้ำตาลสูง เช่น ถังหูลู่ ยอดขายลดลงชัดเจน แสดงถึงการปรับพฤติกรรมบริโภคของผู้คน
วงจรอุตสาหกรรมอาหารสั้นลง
คนรุ่น MZ (Millennial + Gen Z) สนใจ ประสบการณ์ใหม่ มากขึ้น ร้านป๊อบอัพ (Pop-up Store) และสินค้าลิมิเต็ดเอดิชันกลายเป็นเครื่องมือสร้างการมีส่วนร่วมกับผู้บริโภค การถ่ายรูปและแชร์ในโซเชียลมีเดียกลายเป็นส่วนหนึ่งของพฤติกรรมบริโภค
ในห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ จำนวนป๊อบอัพสโตร์เพิ่มขึ้น 4 เท่าใน 3 ปีที่ผ่านมา และมีสินค้าลิมิเต็ดจัดจำหน่ายมากขึ้น
ยูทูบเบอร์และแคมเปญออนไลน์
การแชร์เมนูและสูตรอาหารผ่าน YouTube และโซเชียลมีเดีย ช่วยกระตุ้นความสนใจผู้บริโภคให้ทดลองสินค้าใหม่ ๆ แคมเปญชาเลนจ์ เช่น การกินรสเผ็ดหรืออาหารชุดใหญ่ ก็มีส่วนสร้างกระแสและการมีส่วนร่วม
ร้านสะดวกซื้อเป็นศูนย์กลางใหม่
เกาหลีใต้มี ร้านสะดวกซื้อกว่า 54,000 แห่ง การแข่งขันรุนแรง ร้านสะดวกซื้อปรับกลยุทธ์ด้วยการขาย อาหารหลากหลายและราคาคุ้มค่า ขยายจุดขายอาหารสด
ผู้ผลิตจึงเริ่มวางจำหน่ายสินค้าในร้านสะดวกซื้อมากขึ้น แทนการขายในซูเปอร์มาร์เก็ต
ข้อมูลจาก Statista ระบุว่าในปี 2567 ยอดขายอาหารผ่านร้านสะดวกซื้อคิดเป็น 55.8% ของยอดขายออนไลน์ทั้งหมด ปี 2568 ร้านสะดวกซื้อเตรียมเปิดตัวสินค้าอาหารใหม่กว่า 70 รายการต่อสัปดาห์ พร้อมขยายสาขาเป็น 55,800 แห่งทั่วประเทศ
อาหารพร้อมปรุงสำหรับคนโสด
จำนวนผู้โสดในเกาหลีใต้เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และการแต่งงานลดลง สัดส่วนประชากรโสดเพิ่มขึ้น 20% ใน 20 ปีที่ผ่านมา คาดว่าภายในปี 2568 จะมีประชากรโสดประมาณ 16 ล้านคน หรือ 31% ของประชากรทั้งหมด ทำให้ อาหารพร้อมปรุง (Ready-to-Eat) กลายเป็นสินค้าอุปโภคบริโภคหลัก และครองความนิยมอย่างต่อเนื่อง


