posttoday
TDRI ชี้ Shutdown สหรัฐ ไม่ลากยาว SME เสี่ยงออเดอร์วูบ แนะรัฐอัด Soft Loan พยุง

TDRI ชี้ Shutdown สหรัฐ ไม่ลากยาว SME เสี่ยงออเดอร์วูบ แนะรัฐอัด Soft Loan พยุง

02 ตุลาคม 2568

นักวิชาการ TDRI ประเมิน Shutdown จบเร็วไม่เกิน 1 เดือน กระทบจีดีพีสหรัฐฯไม่มาก แต่เสี่ยงคำสั่งซื้อไทยลดลง หากสถานณ์ยืดเยื้อ แนะรัฐอัด Soft Loan-ใช้เครื่องมือดูแลค่าเงิน พยุงผู้ส่งออก

KEY

POINTS

  • TDRI ประเมินว่า Government Shutdown ของสหรัฐฯ เป็นปัญหาการเมืองระยะสั้นและจะไม่ยืดเยื้อ ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ เพียงเล็กน้อย
  • ผลกระทบต่อไทยคือความเสี่ยงที่คำสั่งซื้อสินค้าจากสหรัฐฯ ของผู้ประกอบการ SME อาจลดลงหรือชะลอตัวชั่วคราว
  • TDRI เสนอให้รัฐบาลออกมาตรการช่วยเหลือธุรกิจส่งออกที่ได้รับผลกระทบ โดยการอัดฉีดสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) เพื่อประคับประคอง

ในช่วงที่เศรษฐกิจโลกยังคงเปราะบาง สหรัฐอเมริกาต้องเผชิญกับแรงกดดันระลอกใหม่จากปัญหา “Government Shutdown” หลังจากที่รัฐสภาไม่สามารถบรรลุข้อตกลงเรื่องงบประมาณได้ทันเส้นตาย 1 ตุลาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้หน่วยงานรัฐบาลกลางบางส่วนต้องหยุดทำการ และมีข้าราชการหลายแสนคนถูกสั่งพักงานชั่วคราว

 

แม้สถานการณ์ดังกล่าวจะดูเป็นปัญหาภายในของสหรัฐฯ แต่ด้วยสถานะประเทศเศรษฐกิจเบอร์หนึ่งของโลก ย่อมสร้างแรงกระเพื่อมสู่ประเทศต่าง ๆ รวมถึงไทยในฐานะประเทศคู่ค้า

 

ดร.นณริฏ พิศลยบุตร นักวิชาการอาวุโสจาก TDRI กล่าวกับ สำนักข่าว โพสต์ทูเดย์ว่า เมื่อสืบค้นข้อมูลในอดีต พบว่า "Shutdown" มักเป็น “เกมต่อรองทางการเมือง” มักจะจบได้ในเวลาไม่นาน ซึ่งกระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯอย่างรุนแรงนัก

 

“โดยทั่วไป Shutdown น่าจะจบในเวลาไม่ถึงเดือน และทำให้ GDP สหรัฐ หดตัวลงบ้างแต่ไม่มากนัก ประมาณ 0.1-0.3% ของ GDP เท่านั้น แต่ถ้ายืดเยื้อออกไปน่าจะส่งผลกระทบมากขึ้นตามระยะเวลาที่ shutdown และหลังการเปิดทำการ ก็มีการจ่ายค่าจ้างคืนให้ข้าราชการ จึงกระทบเพียงชั่วคราว” ดร.นณริฏ กล่าว

 

ดร.นณริฏ ยังชี้ว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีหรัฐฯ  มีความพยายามลดจำนวนข้าราชการ ซึ่งอาจใช้ Shutdown เป็นเครื่องมือกดดัน แต่ในระบบบริหารของสหรัฐฯ ที่มีกลไกตรวจสอบถ่วงดุลทางกฎหมายและการเมืองอย่างเข้มแข็ง ก็ช่วยจำกัดผลกระทบไม่ให้ลุกลามรุนแรง อย่างไรก็ตาม หากมีการเลิกจ้างแบบถาวร ก็อาจกระทบต่อกำลังซื้อและความเชื่อมั่นในประเทศได้

 

สำหรับผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย มองว่า เป็นปัญหาในระยะสั้น จึงไม่น่าเป็นการเพิ่มความเสี่ยงต่อภาคส่งออก และภาคการเงินมากนัก แต่ "ออเดอร์" หรือ คำสั่งซื้อสินค้า จากสหรัฐฯ อาจลดลง หรือชะลอตัวลงชั่วคราวจนกว่าปัญหาจะจบ พร้อมๆ กันกับค่าเงินที่มีแนวโน้มผันผวนมากขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าว ดังนั้น เห็นว่า การให้สินเชื่อเพื่อประคับประคองน่าจะเพียงพอต่อปัญหานี้

 

“ส่วนตัวเห็นด้วยที่รัฐจะมีมาตรการประคับประคองธุรกิจส่งออก โดยให้ความช่วยเหลือในรูปแบบของ Soft Loan เพื่อช่วยเหลือเฉพาะหน้าน่าจะเพียงพอในการดูแลผู้ส่งออก” ดร.นณริฏ กล่าว
 

พร้อม ยังเสนอให้รัฐเร่งปรับขั้นตอนการยื่นขอ Soft Loan ให้สะดวกและรวดเร็ว รวมทั้งให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เข้ามาใช้เครื่องมือทางการเงิน เพื่อช่วยลดความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน (Foreign Exchange Risk) โดยไม่จำเป็นต้องแทรกแซงให้ค่าเงินแข็งหรืออ่อนในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง
 

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI