posttoday

ธ.ก.ส.ปรับโฉมสินค้าเกษตรเพิ่มมูลค่า เปิดแพลตฟอร์มจับคู่การค้า

29 กันยายน 2568

ธ.ก.ส. ผลักดันเกษตรกรแปรรูปเพิ่มมูลค่า เล็งตั้งโรงงานขนาดเล็กในระดับสหกรณ์ พร้อมเปิดตัวแพลตฟอร์ม ‘BAAC Matching’ เชื่อมสินค้าคัดสรรจากท้องถิ่นถึงผู้บริโภคโดยตรง

KEY

POINTS

  • ธ.ก.ส. เปิดแผนผลักดันเกษตรกรแปรรูปสินค้าเพิ่มมูลค่า จากวัตถุดิบสู่ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป
  • เล็งตั้งโรงงานแปรรูปขนาดเล็กในระดับสหกรณ์ เพื่อให้ผลประโยชน์กลับคืนสู่รายย่อยโดยตรง
  • เตรียมเปิดตัว "BAAC Matching" เพื่อเป็นช่องทางให้เกษตรกรขายสินค้าที่ผ่านการคัดสรรจากแต่ละจังหวัดสู่ผู้บริโภคโดยตรง

ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา ภาพของเกษตรกรไทยคือการทำงานหนักในนาไร่ ผลิตพืชผลให้ได้มากที่สุด ก่อนจะขายเป็นวัตถุดิบในราคาตลาด รายได้จึงไม่ต่างจากการพึ่งพาโชคชะตา ทั้งสภาพอากาศและราคาที่เกษตรกรไม่อาจกำหนดเองได้

 

วันนี้ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ประกาศกลยุทธ์สำคัญในการปรับเปลี่ยนแกนหลักของการเกษตรไทย พลิกบทบาทมาสู่ผู้ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงของเกษตรกรรมไทย จากการเน้นการผลิตวัตถุดิบ (Law material) สู่การเป็นเกษตรเชิงการค้าที่สร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Added) และผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป (Finish Good) 

 

เปลี่ยนจากวัตถุดิบสู่ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป

 

นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ) เปิดเผยระหว่างพาสื่อมวลชนลงพื่นที่เยี่ยมชมกิจการลูกค้าในจังหวัดระยองเมื่อวันที่ 27 ก.ย.ว่าในอดีต การเกษตรส่วนใหญ่เป็นการเน้นผลิตวัตถุดิบทางเกษตร (Law material) เป็นลักษณะของ การขายวัตถุดิบ (Raw Material) ปลูกพืช งอกจากดิน ล้างแล้วก็ขายทันที

 

สิ่งที่เรากำลังทำในวันนี้คือ การเปลี่ยนบทบาทจากการเป็นธนาคารที่ “ให้ทุน” อย่างเดียว มาเป็นผู้เติมเต็มในทุกมิติของการเกษตร ไม่ว่าจะเป็น เทคโนโลยีการผลิต การแปรรูป การเพิ่มมูลค่า (Value Added) การตลาด รวมถึงการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่

 

 

เมื่อปีที่ผ่านมา ได้เริ่มทดลองกับ “ข้าว” เป็นผลิตภัณฑ์แรก ผลักดันให้เกิด ข้าวพร้อมรับประทาน (Ready to Eat) ปัจจุบันมีแล้ว 3 สายพันธุ์ ได้แก่

  • ข้าวสหกรณ์การเกษตรที่ร้อยเอ็ด
  • ข้าวกล้องงอกน้ำตาลต่ำที่นครปฐม
  • ข้าวหอมนิลสีแดงจากสุรินทร์

 

ผลลัพธ์ที่เห็นชัดเจนคือ เกษตรกรขายข้าวได้ปริมาณมากขึ้น และราคาข้าวเปลือกสูงขึ้นกว่าเดิมเฉลี่ย ตันละ 5,000 บาท

 

เล็งไอเดียโรงงาน OEM เพื่อเกษตรกรรายย่อย 

 

แต่ปัญหาที่เรายังต้องเร่งแก้คือเรื่อง โรงงาน OEM เพราะทุกวันนี้ ข้าวที่ขายในราคา 20 บาท จะถูกหักไปกับผู้ผลิต OEM ถึง 8–9 บาท หาก ธ.ก.ส. สามารถสร้างโรงงาน OEM และดำเนินการเองได้ เงินก็จะกลับคืนสู่เกษตรกรรายย่อยจำนวนมาก

 

ขณะเดียวกัน ธ.ก.ส. มีเครือข่ายกว่า 1,000 สาขา ทั่วประเทศ เสมือนมี Brand Outlet ของตัวเอง ซึ่งสามารถเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนสินค้าเกษตรแปรรูปได้เหมือนกับการมี “ซูเปอร์มาร์เก็ต 1,000 แห่ง” กระจายทั่วประเทศ

 

“ในแต่ละพื้นที่จริง ๆ มีสินค้าดี ๆ อยู่มาก เพียงแต่ยังไม่เป็นที่รู้จัก หรือยังไม่ถูกออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้ตรงกับความต้องการตลาด ตัวอย่างเช่น จังหวัดลพบุรี มีสินค้าอย่าง ส้มตำฟรีซดราย และ น้ำพริกอ่องฟรีซดราย เพียงเติมน้ำร้อนก็ฟื้นรสชาติได้เหมือนทำสด รสชาติดีและอร่อยมาก แต่ปัญหาคือ แพ็กเกจจิ้งยังไม่สะดุดตา คนไม่รู้จัก จึงยังไม่สามารถไปไกลในเชิงการค้า”

 

ธ.ก.ส.ปรับโฉมสินค้าเกษตรเพิ่มมูลค่า เปิดแพลตฟอร์มจับคู่การค้า

โรงงานเพื่อสินค้า Ready to Eat

 

นายฉัตรชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า หากสร้างโรงงานแปรรูปขนาดเล็กในระดับสหกรณ์ ไม่ใช่โรงงานใหญ่ที่แข่งขันกับผู้ประกอบการรายใหญ่ แต่เป็นโรงงานที่เกิดจากความร่วมมือ เช่น ธ.ก.ส. อาจสนับสนุนงบประมาณให้เปล่าบางส่วน ร่วมกับสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า (สกต.) สัก 10 แห่ง แล้วแต่ละสหกรณ์การเกษตรก็ส่งข้าวมาแปรรูปที่นี่ เพื่อเป็นโรงงานแปรรูปสินค้าขั้นต้น 

 

เมื่อโรงงานตั้งขึ้นแล้ว ความท้าทายต่อมาคือ “การบริหารจัดการ” ซึ่งเรามองว่าบุตรหลานหรือสมาชิกสหกรณ์เองควรเป็นผู้เข้ามาบริหาร ผ่านการส่งไปฝึกอบรมกับหน่วยงานที่เชี่ยวชาญ เช่น สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) หรือสถาบันอื่น ๆ จากนั้นก็สามารถรับวัตถุดิบ เช่น ข้าวเปลือกจากสหกรณ์ต่าง ๆ มารวมกันและแปรรูปเป็นสินค้าพร้อมบริโภค (Ready to Eat) ภายใต้แบรนด์เดียวกัน สร้างความหลากหลายและเพิ่มคุณค่าทางตลาดได้จริง

 

โรงงานแปรรูปที่จะจัดตั้งขึ้นนี้ แม้ในระยะแรกเราจะเริ่มจาก ข้าว ก่อน แต่เป้าหมายระยะยาวคือสามารถรองรับพืชผลทางการเกษตรได้ทุกชนิด เพื่อให้เกิดการเพิ่มมูลค่าและสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่จับต้องได้จริง

 

เปลี่ยน "เกษตรเพื่อการผลิต" สู่ "เกษตรเพื่อการค้า"

 

นายฉัตรชัย กล่าวต่อว่า นโยบายที่เรากำลังเดินหน้าคือ การเปลี่ยนจาก “เกษตรเพื่อการผลิต” ไปสู่ “เกษตรเพื่อการค้า” ซึ่งเราได้เริ่มต้นจากการจัดตั้ง “โรงเรียนเกษตรกร” ควบคู่ไปกับ “โรงเรียนธนาคาร” ของธนาคาร ซึ่งปีนี้มีแล้ว 27 แห่ง เพื่อให้เด็กและเยาวชนรุ่นใหม่เรียนรู้ตั้งแต่ต้นว่า การทำเกษตรเพื่อการค้าต้องวางแผนต้นทุน การกู้เงิน และการใช้เทคโนโลยีทางการเกษตรอย่างไร พร้อมทั้งมองเห็นว่าเกษตรกรสามารถเป็นผู้ประกอบการได้ตั้งแต่เริ่มต้น

 

ธ.ก.ส.ปรับโฉมสินค้าเกษตรเพิ่มมูลค่า เปิดแพลตฟอร์มจับคู่การค้า

ธ.ก.ส.เองก็สนับสนุนด้วยการปล่อยสินเชื่อควบคู่ไปด้วย สิ่งเหล่านี้กำลัง “เขย่าแกน” ของเกษตรไทยใหม่ จากอดีตที่มุ่งผลิตเพียงวัตถุดิบ (Raw Material) สู่การทำสินค้าสำเร็จรูป (Finish Goods) ที่พร้อมบริโภค (Ready to Eat) ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของธนาคาร

 

เตรียมเปิด BACC Matching รวมสินค้าแชมเปี้ยนแต่ละจังหวัด 

 

อีกทั้ง เรายังมุ่งเชื่อมโยงตลาดโดยตรง เช่น แพลตฟอร์ม BAAC Matching ที่จะเปิดตัว พ.ย. นี้ ซึ่งจะรวบรวมสินค้าแชมป์เปี้ยนจากแต่ละจังหวัด เฟสแรกกว่า 492 รายการ ที่ธ.ก.ส.การันตีคุณภาพ ลูกค้าสามารถสั่งซื้อได้โดยตรง ทั้งจากร้านค้า ผ่านร้านของแบงก์ จุดประสงค์สำคัญก็คือ “ช่วยเกษตรกรขายของได้จริง”

 

ราคาสินค้าที่วางขายบนแพลตฟอร์ม ธ.ก.ส. นั้น เกษตรกรไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ทำให้ลดต้นทุนไปได้ส่วนหนึ่ง อีกทั้งยังช่วยสร้างการรับรู้ให้ผู้บริโภครู้จักสินค้าโดยตรง สำคัญคือเราไม่ได้ต้องการให้เกษตรกรไปลงทุนสร้างโรงงานใหญ่โต หรือต้องใช้ต้นทุนสูง แต่เน้นให้อยู่ในระดับที่ “เลี้ยงตัวเองได้” และมีรายได้สม่ำเสมอ

 

แอป BAAC Matching เป็นแอปฯ ที่เราทำขึ้น ก็เพื่อเป็นพื้นที่ให้เกษตรกรรุ่นใหม่เข้ามาเรียนรู้การทำเกษตรในรูปแบบทันสมัย เน้นการเพิ่มมูลค่าและสร้างตลาดให้จับต้องได้จริง ตัวอย่างที่เห็นชัดคือ มีสินค้าเกษตรหลายตัวถูก “จับแต่งตัวใหม่” ให้ทันสมัยและเข้ากับความต้องการตลาด ไม่ว่าจะเป็นข้าว กาแฟ หรือสินค้าเกษตรท้องถิ่นต่าง ๆ เมื่อถูกรีแบรนด์แล้ว ผู้บริโภคก็เริ่มรู้จัก ก็เกิดกำลังซื้อเพิ่มขึ้น 

 

นอกจากนี้ ธ.ก.ส. ยังสนับสนุนการเกษตรในมิติใหม่ ๆ เช่น การทำคาร์บอนเครดิต การส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ และการปล่อยสินเชื่อในกรอบ BCG Economy รวมถึงเครื่องมือทางการเงินต่าง ๆ อย่างเงินฝาก สลากออมทรัพย์ ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยเกษตรกรและคนรุ่นใหม่ให้เข้าถึงได้ง่ายขึ้น ถือเป็นการ diversify สินค้าและโอกาส ไปอย่างต่อเนื่อง

 

ข่าวล่าสุด

ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯ เปิดงาน 100 ปี วันสวรรคต ร.6 และศตวรรษแห่ง ‘สวนลุมพินี’