posttoday
SME หวังรัฐบาลใหม่ ฟื้นกำลังซื้อคนไทย ชี้ "คนละครึ่ง" พอช่วยได้

SME หวังรัฐบาลใหม่ ฟื้นกำลังซื้อคนไทย ชี้ "คนละครึ่ง" พอช่วยได้

10 กันยายน 2568

ผู้ประกอบการวอนรัฐบาลใหม่ “อนุทิน” เร่งฟื้นเศรษฐกิจ กระตุ้นกำลังซื้อ ช่วยให้ SME ทำธุรกิจง่ายขึ้น ชี้โครงการ “คนละครึ่ง” ยังพอช่วยประคองได้

นายพรศักดิ์ เตชะสมบูรณากิจ กรรมการบริหาร บริษัท ฟุต คลีนิค จำกัด เจ้าของแบรนด์ TALON (ทาลอน) และผู้จัดจำหน่ายรองเท้า Rebecca Lim's by Talon เปิดเผยกับ โพสต์ทูเดย์ ว่า ภาวะเศรษฐกิจและสถานการณ์ระหว่างประเทศในปัจจุบันส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการอย่างหนัก หลายธุรกิจต้องพยายามประคองตัวให้อยู่รอด

 

“สิ่งที่อยากให้รัฐบาลเข้ามาช่วยเหลือคือการสนับสนุนธุรกิจ SME ให้สามารถค้าขายได้ง่ายขึ้น รวมถึงการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยรวม เพราะปัญหาหลักตอนนี้คือกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ลดลง และนักท่องเที่ยวที่เคยเป็นกลุ่มลูกค้าสำคัญโดยเฉพาะชาวจีนและตะวันออกกลางกลับหายไปอย่างเห็นได้ชัด”

 

คนละครึ่ง พอกระตุ้นเศรษฐกิจได้ 

 

ส่วน โครงการคนละครึ่ง ถือเป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ช่วยให้ประชาชนรู้สึกว่ามีภาระค่าใช้จ่ายลดลง โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุที่ได้รับประโยชน์ชัดเจน เวลาซื้อของก็เหมือนได้ส่วนลดครึ่งหนึ่ง เป็นสิ่งที่ทุกคนชื่นชอบ แม้ผลเชิงเศรษฐกิจอาจไม่รุนแรงมาก แต่ก็ช่วยหมุนเงินในระบบได้พอสมควร

 

ที่ผ่านมาโครงการนี้ได้รับเสียงตอบรับดีจนรัฐบาลมีแนวคิดจะนำกลับมาใช้อีกครั้ง ซึ่งโดยรวมถือว่าเป็นมาตรการที่โอเคและสร้างความพอใจให้ประชาชนได้จริง อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกธุรกิจที่จะเข้าร่วมได้ เช่น ธุรกิจของเราที่ไม่ได้อยู่ในโครงการโดยตรง 

 

อุตสาหกรรมรองเท้า เผชิญความยากทำธุรกิจ 

 

นายพรศักดิ์กล่าวเพิ่มเติมว่า อย่างเช่นอุตสาหกรรมรองเท้าในไทยกำลังเผชิญความยากลำบาก โรงงานหลายแห่งทยอยปิดตัว เนื่องจากต้นทุนค่าแรงที่สูงจนทำให้การผลิตไม่คุ้มค่า ส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยในตลาดโลก

 

ปัจจุบันโรงงานผลิตรองเท้าในประเทศไทยปิดกิจการไปหลายราย สาเหตุหลักมาจากสองปัจจัยสำคัญ คือ ต้นทุนค่าแรงที่สูงจนไม่คุ้มต่อการผลิต และบางโรงงานที่รับ OEM ส่งต่างประเทศขาดสิทธิพิเศษทางการค้า (GSP) เมื่อส่งออกไปยังตลาดยุโรปต้องเสียภาษีในอัตราสูง ต่างจากประเทศคู่แข่งใกล้ไทย ที่ยังได้รับสิทธิพิเศษทางภาษี ทำให้ผู้สั่งซื้อต่างชาติเลือกหันไปหาประเทศเหล่านั้นแทน ส่งออกจากไทยจึงแทบไม่เหลือโอกาสแข่งขัน ดังนั้น ทิศทางของธุรกิจรองเท้าไทยในวันนี้จึงไม่ใช่การพึ่งพาการผลิตเพื่อส่งออกอีกต่อไป แต่ควรหันมาเน้นการค้าหรือการสร้างแบรนด์แทน

 

ฝากรัฐบาลหนุน SME สร้างแบรนด์สู่เวทีโลก

 

อย่างไรก็ตาม นายพรศักดิ์ กล่าวว่า ฝากถึงรัฐบาลถึงการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้สามารถพัฒนาสินค้าและเข้าถึงองค์ความรู้ด้านการตลาดสมัยใหม่ เช่น การทำตลาดออนไลน์และการสร้างแบรนด์ (Branding) แม้จะมีหลักสูตรและโครงการสนับสนุนจากภาครัฐอยู่แล้ว แต่ยังไม่เพียงพอและไม่เข้าถึงผู้ประกอบการอย่างทั่วถึง หลายคนมีฝีมือด้านการออกแบบและผลิตสินค้า แต่ขาดทักษะการตลาด การสร้างแบรนด์ หรือการต่อยอดสู่ตลาดต่างประเทศ หากสามารถยกระดับตรงนี้ได้จะช่วยให้แบรนด์ไทยแข็งแรงขึ้นและมีศักยภาพในการขยายไปสู่ตลาดโลกในอนาคต

 

"สิ่งสำคัญคือจะทำอย่างไรให้ประเทศไทยมี แบรนด์ที่สามารถแข่งขันกับต่างชาติได้ ไม่ใช่แค่การผลิตสินค้าอย่างเดียว แต่ต้องมีการสร้างมูลค่าเพิ่มและภาพลักษณ์ที่แข็งแรงในตลาด" นายพรศักดิ์ กล่าวทิ้งท้าย 

 

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ