
SBO ธุรกิจเครื่องครัวในมือทายาทรุ่น 2 ฝ่าความท้าทายวันที่แบรนด์จีนตีตลาด
SBO ธุรกิจเครื่องครัวในมือทายาทรุ่น 2 “กฤตนัน สนธิจิรวงศ์” ฝ่าความท้าทายบริหารธุรกิจตั้งแต่อายุ 25 พิสูจน์ตนเองกับทีมงานเก่า ตลอดจนความยากในการแข่งแบรนด์จีน
KEY
POINTS
- SBO ธุรกิจเครื่องครัวนำเข้า ภายใต้การบริหารของทายาทรุ่นที่ 2 “กฤตนัน สนธิจิรวงศ์” ฝ่าความท้าทายบริหารธุรกิจตั้งแต่อายุ 25 ปี
- พิสูจน์ตัวเองด้วยการทำงานให้หนักขึ้น
- วางกลยุทธ์รับมือโดยเน้นจุดแข็งด้านคุณภาพ ดีไซน์จากอิตาลี และความปลอดภัย แทนการแข่งขันด้านราคา
กว่า 35 ปีที่ บริษัท เดอะ ซิกเนเจอร์ แบรนด์ จำกัด (SBO) ยืนหยัดในตลาดผู้นำเข้าผลิตภัณฑ์ชุดเครื่องครัวและเครื่องประปาระบบไฟฟ้าและแก๊สจากอิตาลี โดยมีแบรนด์ระดับโลกในพอร์ตโฟลิโอ ไม่ว่าจะเป็น Tecnogas, Tecnoplus+, Tecnostar, Cucina Galleria, Elica, Barazza, Chambord และ Fabita จนกลายเป็นชื่อที่ผู้บริโภคชาวไทยคุ้นเคยในตลาด
ปัจจุบัน SBO กำลังก้าวสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ ภายใต้การนำของ กฤตนัน สนธิจิรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารรุ่นใหม่ที่เข้ามาสานต่อธุรกิจครอบครัวพร้อมบทพิสูจน์ครั้งใหญ่ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจในปี 2568
ก้าวแรกของซีอีโอหนุ่ม
กฤตนัน เข้ามามีบทบาทในฐานะผู้นำบริษัทเมื่อ 8 ปีก่อน ด้วยวัยเพียง 25 ปีในขณะนั้น บนเส้นทางการทำงานในธุรกิจของครอบครัว กฤตนันเริ่มต้นสั่งสมความรู้และประสบการณ์ด้วยการจัดตั้งทีม Management Trainee รุ่นแรกในบริษัทโดยศึกษาการทำงานจากทั้งฝั่งซื้อและฝั่งขาย ไม่ว่าจะเป็นด้านการจัดซื้อสินค้าต่างประเทศ ซึ่งต้องใช้ทักษะการเจรจาต่อรองและเรียนรู้หลักการพิจารณาคัดเลือกสินค้า
รวมถึงงานในแผนกขายทั้งช่องทางเดิมและเพิ่มช่องทางการขายใหม่ โดยเฉพาะช่องทางออนไลน์และมาร์เก็ตเพลส เช่น Shopee, Lazada พร้อมทำงานพิสูจน์ความสามารถรับไม้ต่อเก้าอี้บริหารในปี 2560
หลังจากดูแลช่องทางออนไลน์ไม่นาน คุณพ่อมีภารกิจทางการเมืองต้องทำ ซึ่งลูก 3 คน เขากลับมานานที่สุดและมีโอกาสสัมผัสกับงานส่วนต่างๆ มากกว่า อย่างพี่ชายและพี่สาวจะถนัดงานด้านการตลาดเพราะเรียนมาโดยตรง จนสุดท้ายเขาได้รับตำแหน่งซีอีโอ
“ช่วงแรกยากที่สุดคือการทำงานกับทีมงานระดับผู้บริหาร ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนที่ทำงานกับพ่อแม่ผมมานาน ทุกคนมีประสบการณ์มากกว่า โจทย์เดียวที่ทำให้เขายอมรับได้คือผมต้องทำงานหนักและจริงจังที่สุด ฟังมากกว่าพูด และพยายามเป็นตัวกลางระหว่างทีมงานกับครอบครัว” กฤตนันเล่าย้อนถึงวันแรก ๆ ของการบริหารให้กับโพสต์ทูเดย์ฟัง
เฟสแห่งการเรียนรู้และการพิสูจน์
กฤตนันยอมรับว่า ปีแรกเป็นเหมือน “ห้องเรียนจริง” ของชีวิตการทำงาน เพราะเขาไม่เคยผ่านงานจากที่อื่นมาก่อน ต้องเรียนรู้ทั้งภาพรวมธุรกิจและหน้าที่ของผู้บริหารระดับ C อย่างแท้จริง
จากนั้นธุรกิจยังต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในช่วงโควิด-19 แต่กลับเป็นจังหวะที่ SBO ได้แรงส่งอย่างไม่คาดคิด เมื่อผู้คนหันมาใช้เวลาอยู่บ้านมากขึ้น “ห้องครัว” ไม่ใช่แค่พื้นที่ประกอบอาหาร แต่กลายเป็นศูนย์กลางของบ้านที่ต้องทั้ง ใช้งานได้ดีและมีดีไซน์สวยงาม ส่งผลให้ยอดขายในช่วงนั้นเติบโตเกินคาด แม้ร้านค้าหน้าห้างจะต้องปิดชั่วคราวก็ตาม
แรงกดดันเศรษฐกิจ แบรนด์จีนตีตลาด
แม้จะผ่านวิกฤตโควิดมาได้ แต่กฤตนันยอมรับว่า ปีนี้เป็นอีกปีที่หนักหน่วง ความกังวลหลักคือ กำลังซื้อที่อ่อนแรง ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกและไทยที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ผู้บริโภคใช้เวลาตัดสินใจซื้อนานขึ้น และมองหาความคุ้มค่ามากกว่าเดิม
เขายังต้องเผชิญแรงกดดันจาก สินค้าครัวราคาถูกจากจีน ที่ทะลักเข้าสู่ตลาด โดยเฉพาะช่องทางออนไลน์ แม้ราคาจะดึงดูดใจ แต่กลับขาดมาตรฐานด้านความปลอดภัย ซึ่งอาจสร้างความเสี่ยงกับผู้บริโภค “นี่คือจุดที่แบรนด์เครื่องครัวภายใต้ SBO” ยังคงยืนหยัดในเรื่องคุณภาพ ฟังก์ชัน และความปลอดภัย ไม่ลดทอนมาตรฐานเพื่อแข่งด้านราคา แต่เลือกพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์ทั้งกลุ่มแมสและไฮเอนด์ในเวลาเดียวกัน”
วิสัยทัศน์และเป้าหมาย
ปี 2567 SBO สามารถปิดยอดขายได้ตามเป้าที่ 1,000 ล้านบาท และในปี 2568 บริษัทคาดว่าภาพรวมจะทรงตัวจากแรงกดดันทางเศรษฐกิจ แต่กฤตนันยังเดินหน้าต่อยอดด้วยกลยุทธ์ที่ชัดเจน ครอบคลุมทุกเซกเมนต์ ตั้งแต่ตลาดแมสที่ต้องการฟังก์ชันครบในราคาที่จับต้องได้ ไปจนถึงตลาดบนที่ให้ความสำคัญกับดีไซน์และความพรีเมียม
เขายังเล่าว่า SBO กำลังต่อยอดธุรกิจผ่าน Gallery Fusion Gallery โชว์รูมแห่งใหม่ที่สาทร ซอย 12 ซึ่งรวบรวมแบรนด์เครื่องครัวนำเข้าจากยุโรป เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าระดับไฮเอนด์ และสร้างประสบการณ์ที่มากกว่าการซื้อสินค้า รวมถึงเปิด “Design Center” ที่ประเทศอิตาลีในปีที่ผ่านมา เพื่อยืนยันว่าจริงจังกับการสร้างสรรค์ดีไซน์ที่สวยงามไม่แพ้ประสิทธิภาพการใช้งาน
ถามว่า ทำไมต้องอิตาลี?
กฤตนัน บอกว่า เพราะคนอิตาลีมี “DNA แห่งความสร้างสรรค์” อยู่ในวัฒนธรรม ทั้งในเรื่องอาหาร สถาปัตยกรรม และศิลปะ เราทำงานกับแบรนด์อิตาลีมานานจึงเข้าใจดีว่าดีไซน์จากอิตาลีมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ลุ่มลึก มีอารมณ์ และไม่แข็งทื่อ
“บริษัททำงานกับคนอิตาลีมาหลายโปรเจกต์ และเห็นชัดว่าความคิดสร้างสรรค์ด้านดีไซน์เหมือนเป็น DNA ของเขาเลยจริง ๆ ถ้าเปรียบเทียบง่าย ๆ รถเยอรมันกับรถอิตาลี เราจะเห็นว่ารถอิตาลีมีความเฉียบคมเฉพาะตัว ต่างจากรถเยอรมันที่เน้นมาตรฐานและสมรรถนะ เพราะฉะนั้นในโจทย์ของเราที่อยากเติม ความสวย ให้กับฟังก์ชันในครัวไทย อิตาลีจึงเป็นพาร์ตเนอร์ที่เหมาะสมที่สุด”
ธุรกิจครอบครัวบนรากฐานแห่งความเชื่อใจ
กฤตนันเติบโตมากับธุรกิจตั้งแต่เด็ก ภาพการทำงานของพ่อแม่กลายเป็น “บทเรียนเงียบ” ที่สอนให้เขาเห็นว่า ความจริงจังและความรับผิดชอบคือสิ่งสำคัญที่สุด ปัจจุบันเขาทำงานร่วมกับพี่น้องทั้งสามคน โดยแบ่งหน้าที่อย่างชัดเจน
“แน่นอนว่ามีปัญหาแบบครอบครัวทั่วไป แต่สิ่งที่ทำให้เราผ่านไปได้คือการเชื่อใจกัน ไม่ก้าวก่าย และให้แต่ละคนทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด เป้าหมายของผมในอีก 3–5 ปีข้างหน้า คือทำให้ SBO ครอบคลุมทุกเซกเมนต์ และเติบโตไปพร้อมกันทั้งตลาดบนและตลาดกลาง เพราะสุดท้ายแล้ว สิ่งสำคัญไม่ใช่การแข่งว่าใครจะมาถึงก่อน แต่คือการสร้างธุรกิจให้ยั่งยืนและเป็นที่ไว้วางใจของลูกค้า” กฤตนัน ทิ้งท้าย
หมายเหตุ : สัมภาษณ์ในงานเปิดตัวแบรนด์ Tecnoplus+







