posttoday
ส่งออกไทยไปยุโรป เช็กด่วน CBAM เริ่มแล้ว ธุรกิจไทยเตรียมรับมือ

ส่งออกไทยไปยุโรป เช็กด่วน CBAM เริ่มแล้ว ธุรกิจไทยเตรียมรับมือ

29 สิงหาคม 2568

ส่งออกสินค้าไทยไปยุโรป เช็กด่วน CBAM เริ่มแล้ว แบ่งเป็น 3 ช่วง ปี 2569 บังคับใช้จริง ธุรกิจไทยต้องเตรียมพร้อมรับมืออย่างไร?

สหภาพยุโรปเดินหน้ามาตรการ CBAM (Carbon Border Adjustment Mechanism) หรือ “มาตรการปรับระดับคาร์บอนตามพรมแดน” เพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อมและยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมยุโรปตามนโยบาย European Green Deal  โดยกำหนดให้ผู้นำเข้าสินค้า 6 ประเภท ได้แก่ 

  1. หล็กและเหล็กกล้า 
  2. อะลูมิเนียม 
  3. ปุ๋ย 
  4. ซีเมนต์ 
  5. พลังงาน 
  6. ไฮโดรเจน 

 

รวมถึงสินค้าปลายน้ำอย่างน็อตและสกรูที่ทำจากเหล็ก และสายเคเบิลที่ทำจากอะลูมิเนียม ต้องซื้อใบรับรองคาร์บอน (CBAM certificates) จากหน่วยงานที่กำกับดูแลในประเทศนั้นๆ 

 

ทั้งนี้สหภาพยุโรปได้กำหนดการเข้าสู่ระบบ CBAM ไว้ 3 ช่วงเวลา ดังนี้

 

ช่วงที่ 1 ช่วงการเปลี่ยนผ่าน (Transitional Period) ระหว่าง 1 ตุลาคม 2566 ถึง 31 ธันวาคม 2568 ผู้นำเข้าต้องเปิดเผยปริมาณคาร์บอนที่ฝังอยู่ในสินค้า แต่ยังไม่จำเป็นต้องมีการซื้อใบรับรองคาร์บอน

 

ช่วงที่ 2 ช่วงการบังคับใช้จริงบางส่วน (Definitive Period) ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 ถึง 31 ธันวาคม 2576 ในช่วงเวลานี้เฉพาะผู้ที่ยื่นแบบแสดงรายการ CBAM ที่ได้รับอนุญาตเท่านั้นจึงจะสามารถนำเข้าสินค้าเข้าสู่สหภาพยุโรปได้

 

อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลานี้สหภาพยุโรปยังแจกสิทธิการปล่อยคาร์บอนฟรี (Free Allocation) ให้แก่ โรงงานหรือกิจการบางประเภทโดยไม่ต้องซื้อสิทธิเองเพื่อลดผลกระทบต้นทุนและป้องกันการย้ายฐานการผลิตออกนอกสหภาพยุโรป แต่สิทธินี้จะถูกยกเลิกทั้งหมดเมื่อเข้าสู่ช่วงการใช้ CBAM เต็มรูปแบบ (Fully Effective Period) 

 

ช่วงที่ 3 ช่วงการบังคับใช้ CBAM อย่างเต็มรูปแบบ (Fully Effective Period) ซึ่งจะเริ่ม ตั้งแต่ 1 มกราคม 2577 เป็นต้นไป โดยผู้ผลิตภายในสหภาพยุโรปและผู้นำเข้าสินค้าดังกล่าวข้างต้นจะต้องจ่ายค่าคาร์บอนตามปริมาณการปล่อยจริงทั้งหมด

 

 

ออสเตรียขานรับ CBAM

 

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงเวียนนา ระบุว่า สำหรับประเทศออสเตรีย หน่วยงานที่ทำหน้าที่ออกใบรับรองคาร์บอนคือกระทรวงการคลังออสเตรีย (Bundesministerium für Finanzen: BMF) ซึ่งจะเป็นผู้รับผิดชอบโดยตรงเรื่องการตรวจสอบ การอนุมัติการลงทะเบียน การกำกับดูแลและจัดเก็บค่าธรรมเนียมคาร์บอนผ่านระบบศุลกากร โดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2566 ที่ผ่านมา 

 

ทั้งนี้ ข้อมูลจากสภาอุตสาหกรรมออสเตรียคาดว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (Gross Domestic Product: GDP) ของออสเตรียมีความเสี่ยงที่จะลดลงหรือมีอัตราการเติบโตที่ชะลอตัวลงได้

 

ไทยรับภาระต้นทุนส่งออก และค่าใบรับรองคาร์บอนเพิ่ม

 

สำหรับผู้ประกอบการไทย มาตรการ CBAM จะส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนการส่งออก เนื่องจากสินค้าดังกล่าวต้องรับภาระค่าใบรับรองคาร์บอนเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันโครงสร้างการแข่งขันในตลาดยุโรปจะมีการปรับตัวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ อีกทั้งห่วงโซ่อุปทานจะเผชิญความเข้มงวดมากขึ้นจากการกำหนดให้ต้องปรับกระบวนการผลิตให้เป็นไปตามมาตรฐานสิ่งแวดล้อมของสหภาพยุโรปเพิ่มเติมด้วย ดังนั้นการใช้เทคโนโลยีสะอาดที่มีการปล่อยคาร์บอนต่ำจะได้เปรียบในการรักษาความสามารถในการแข่งขันทางราคา  

 

ผู้ประกอบการไทยที่ทำการค้าระหว่างประเทศจำเป็นต้องปรับตัวเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง 

 

ทั้งนี้ CBAM อาจถูกมองว่าเป็นอุปสรรคทางการค้า แต่ในขณะเดียวกันก็ถือเป็นโอกาสสำคัญที่ผู้ประกอบการไทยใช้ยกระดับมาตรฐานการผลิตให้สอดคล้องกับเทรนด์ความต้องการของตลาดโลกได้ หากดำเนินการเชิงรุก และวางแผนระยะยาวได้ทันเวลา จะช่วยให้ไทยยังคงรักษาตลาดส่งออกที่มีศักยภาพนี้ได้อย่างยั่งยืน

 

องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (Thailand Greenhouse Gas Management Organization: TGO) เป็นหน่วยงานภายใต้การกำกับของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) และเป็นหน่วยงานหลักด้านการออกใบรับรองปริมาณคาร์บอนของสินค้าและองค์กรตามมาตรฐานสากล

 

อีกทั้งยังสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้ปรับตัวสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำผ่านการอบรมและให้คำปรึกษาเพื่อพัฒนากรอบการลดคาร์บอนที่เหมาะสมสำหรับอุตสาหกรรมส่งออกต่างๆ ผู้ส่งออกควรพิจารณาติดตามความเคลื่อนไหวและโอกาสในการปรับตัวจาก TGO เพื่อการปรับตัวให้เท่าทันและสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างยั่งยืน

 

 

Source : กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท