เทรนด์อีคอมเมิร์ซครึ่งหลังปี 68 คนคาดหวังส่งของในวันเดียว
ใครไวกว่า ไปได้ไกลกว่า! จับกระแสเทรนด์อีคอมเมิร์ซ ครึ่งปีหลัง 2568 พฤติกรรมผู้บริโภคยุคนี้ชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ “ไม่อยากรอนาน" สั่งของต้องได้ทันที
โลกอีคอมเมิร์ซไทยกำลังเข้าสู่การแข่งขันกันที่ “ความเร็ว” ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญของความอยู่รอดและการเติบโต อย่างที่ผ่านมา TikTok Shop ออกกฎใหม่บังคับส่งสินค้า เริ่ม 1 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป โดยกำหนดให้ร้านค้าต้องส่งสินค้าเร็วขึ้นตามเวลาที่ลูกค้าสั่งซื้อ
รายละเอียดกฎใหม่ คือออเดอร์ก่อนเที่ยง (12:00 น.) ของวันทำการ
ร้านค้าต้องจัดส่งภายในวันเดียวกัน ก่อนเวลา 23:59 น.หากร้านค้าส่งล่าช้ากว่ากำหนด จะถูกหักคะแนนในระบบฐานส่งช้า
ในงาน Thailand Ecommerce Expo 2025 ธนาวัฒน์ มาลาบุปผา ผู้ร่วมก่อตั้ง Priceza กล่าวถึงกระแสเทรนด์อีคอมเมิร์ซไทยครึ่งในอีก 6 เดือนครั้งหน้าปี 2568 ใน Session “ใครไวกว่า…ไปได้ไกลกว่า เทรนด์อีคอมเมิร์ซมาแรงครึ่งปีหลัง 2025” ว่า ครึ่งปีหลังคือช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของธุรกิจออนไลน์ในไทย ที่ทุกแบรนด์ต้องเร่งปรับตัว โดยคาดการณ์ว่ามูลค่าตลาดอีคอมเมิร์ซไทยจะเติบโตเรื่อย ๆ จากสถิติปี 2567 มีมูลค่าอยู่ที่ 1 ล้านล้านบาท ปี 2568 มูลค่าแตะ 1.07 ล้านล้านบาท และคาดว่าในปี 2573 จะแตะ 2 ล้านล้านบาท
ทั้งนี้การตลาดอีคอมเมิร์ซไทยแบ่งเป็น 5 รูปแบบ ได้แก่
- Marketplace ครองสัดส่วนใหญ่สุดที่ 50%
- Video-commerce จาก Tiktok, Youtube, Facebook, Instagram กำลังแรงขึ้น คิดเป็น 20%
- Social Commerce จาก Tiktok, Youtube, Facebook, X ฯลฯ ยังคงมีบทบาทต่อการตัดสินใจซื้อ
- Quick commerce grocery อยู่ที่ 8% แต่คาดว่าจะโต 20-30% ต่อปี
- E-Tailer & Brand หรือ การทำร้านค้าออนไลน์ของตัวเอง ไม่ต้องผ่าน Marketplace คนกลาง มีสัดส่วนราว 4%
เข้าสู่ยุคเศรษฐกิจแห่งความใจร้อนในยุคที่คนไม่อยากรอ
ทั้งนี้ ธนาวัฒน์ ยังได้กล่าวถึง เศรษฐกิจแห่งความใจร้อน (Impatience Economy) เนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคในยุคนี้ชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ ว่า “ไม่อยากรอ” และ “ต้องได้ทันที” ตัวอย่างเช่น ผู้บริโภคค้นหาข้อมูลผ่านโซเชียลมีเดียมากกว่า Search engine เพราะต้องการคำตอบสั้น กระชับ เห็นได้จากพฤติกรรมการเสพโซเชียล อย่างการสมัครบริการ YouTube Premium หรือแพลตฟอร์มไร้โฆษณา สะท้อนพฤติกรรมที่ไม่อยากเสียเวลา ซึ่งมีตัวเลขยืนยันชัดเจนว่า กว่า 55% เลือกวิธีแก้ปัญหาที่รวดเร็ว แม้ต้องลงทุนเพิ่มเพื่อสุขภาพหรือการเงิน และพบว่า 63.2% ได้แรงบันดาลใจจากคอนเทนต์บนโซเชียลมีเดีย ขณะที่พบ 68.2% มีแนวโน้มผูกพันกับแบรนด์ที่ให้ความรู้ผ่านบล็อกหรือวิดีโอ
ไม่เพียวเท่านั้น พฤติกรรมการค้นหา “ใกล้ฉัน” โตขึ้นกว่า 100 เท่า ในช่วงระหว่างปี 2560-2568 การส่งแบบ Same Day & Next Day กลายเป็นมาตรฐานใหม่ หรือเรียกว่า Quick Commerce ไทยคาดโตปีละ 20-30%
อย่างไรก็ตาม โดยสรุปแล้ว ความคาดหวังของผู้บริโภคในอนาคต คือ ความเร็ว จากที่เคยรอ 2-3 วัน อีก 3 ปีข้างหน้า คนไทยกว่า 80% จะคาดหวังการส่งแบบ Same day หรือภายในวันเดียว นอกจากนี้ ความถี่ ผู้บริโภคจะซื้อของชิ้นเล็กบ่อยครั้ง แทนการสั่งทีละออเดอร์ใหญ่ และจากเดิมที่แข่งกันด้วยราคา ในอนาคต “ความสะดวกและบริการ” จะเป็นปัจจัยหลัก
ผู้บริโภคจะหันมาใช้แพลตฟอร์มแบบครบวงจรจบในแอปเดียว และสุดท้ายคือความอดทนลดน้อยลง ร้านใดตอบช้าหรือส่งช้า ผู้ซื้อพร้อมเปลี่ยนทันที ไปซื้อร้านอื่นทันที


