
ลุ้นเส้นตาย 1 ส.ค. สหรัฐฯ ลดภาษีให้ไทยหรือไม่ หวัง 15-20%
วิศิษฐ์ ลิ้มลือชา ประเมินท่าทีทรัมป์สั่งกัมพูชา-ไทย หยุดปะทะ เครดิตสร้างสันติภาพ เปิดทางเจรจาภาษี ลุ้นเส้นตาย 1 ส.ค.มีหวังลดเหลือ 15-20% หรือไม่
จากการณีที่ก่อนหน้านี้ บลูมเบิร์ก รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า สหรัฐ จะกลับมาเจรจาการค้ากับไทย และกัมพูชาอีกครั้ง หลังจากที่ทั้งสองประเทศตกลงที่จะยุติการปะทะตามแนวชายแดนที่เป็นข้อพิพาท โดยอ้างเอาเครดิตจากการผลักดันให้เกิดสันติภาพ หลังจากขู่ที่จะขึ้นภาษีนำเข้ากับทั้งสองประเทศ
นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานกรรมการหอการค้าไทย เปิดเผยกับ โพสต์ทูเดย์ ว่า หากวิเคราะห์ท่าทีของทรัมป์แล้ว แสดงว่า เราอยู่ในลูป ที่เขาเริ่มมองเห็น ที่สำคัญจากเหตุการณ์เจรจาระหว่างฝั่งไทย และกัมพูชา เมื่อช่วงคืนที่ผ่านมา ที่ประเทศมาเลเซีย โดยมีจีน-สหรัฐ เข้าร่วมสังเกตุการณ์ เป็นอีกสัญญาณ และทรัมป์ก็ใช้เวทีนี้แสดงศักยภาพของเขา โดยเฉพาะในมุมของการสร้างสันติภาพเพราะเขาพูดบ่อยว่า เขาทำให้เกิดสันติภาพในโลกนี้มา 6 ประเทศแล้ว
ลุ้นเส้นตาย 1 ส.ค.
นายวิศิษฐ์ กล่าวต่อว่า ในมุมการค้าระหว่างประเทศ มองว่ามีวี่แววดีกว่าที่ผ่านมา ซึ่งเงียบ ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย อีกทั้งก่อนหน้านี้ฝั่งสหรัฐ บอกว่าประเทศที่ยังไม่มีการตอบรับเจรจาส่วนใหญ่ภาษีอาจจะอยู่ที่ 15-20% ซึ่งคีย์เวิร์ดนี้สำคัญ เพราะเขาคงชัดเจนระดับหนึ่งแล้วว่า อัตราเท่าไหร่ที่จะเหมาะสมกับการเก็บทั่วโลก เพราะในอีกทางหนึ่ง หากเก็บสูงมากเกินไป จะทำให้สินค้าประเทศเหล่านั้นเข้าไม่ได้ แต่ถ้าเข้ามาในอัตราสูง หรือทางเลือกการนำเข้าสหรัฐลดลง เพราะเขายังไม่สามารถจำกัดการนำเข้าได้
หากอัตราภาษีถูกตั้งไว้สูงเกินไป จะส่งผลกระทบต่อภาวะเงินเฟ้อ และเพิ่มภาระค่าครองชีพของประชาชนในสหรัฐฯ ซึ่งรัฐบาลสหรัฐเองก็ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบเพื่อหาจุดสมดุล ระหว่างรายได้จากการจัดเก็บภาษีกับผลกระทบทางเศรษฐกิจโดยรวม เมื่อเริ่มมีสัญญาณในทิศทางนี้ออกมา ก็พอจะมองเห็นความหวังว่า แต่เป็นไปได้เราก็อยากให้ไทยมีโอกาสเจรจาได้ทันก่อนถึงเส้นตาย
กังวลเงินเฟ้อ-คนไม่ใช้เงิน เศรษฐกิจไม่เดินหน้า
ทั้งนี้ นายวิศิษฐ์ เผยอีกว่า ในส่วนของภาคอุตสาหกรรม กังวลตลอดเวลา เพราะมีปัจจุบันเราเผชิญสถานการณ์มากมาย แน่นอนว่าหนึ่งในความกังวลคือตัวเลขภาษีว่าจะออกมาเท่าไหร่ เราจะแข่งขันได้ไหม อย่างน้อยที่สุดตัวเลขที่ออกมาแล้วไม่แตกต่างจากประเทศคู่แข่ง หรือเพื่อนบ้านมากเกินไปนัก เราก็จะลดความกังวลลงไประดับนึง
ความกังวลที่สอง เชื่อว่าต่อให้ทุกประเทศทั่วโลก ได้อัตราภาษีที่ดีก็ยังกังวล นั่นคือการชะลอตัวของเศรษฐกิจทั่วโลก เพราะว่ากระทบไปหมด เพราะอยู่ในจังหวะที่ข้าวของอะไรก็แพงหมด ค่าใช้จ่ายมากขึ้น คนไม่ค่อยกล้าใช้เงิน
สำหรับประเทศไทย สะท้อนผ่านอัตราเงินเฟ้อที่ต่ำมาก เป็นสัญญาณว่าผู้คนไม่มั่นใจในเศรษฐกิจและเลือกที่จะเก็บเงินมากกว่าจะใช้จ่าย ทั้งที่กลไกของเศรษฐกิจจำเป็นต้องอาศัยการหมุนเวียนจากมือหนึ่งไปสู่มือสองและสาม หากเงินหยุดนิ่งไม่ไหลเวียน ก็อาจกลายเป็นปัญหาใหญ่ระดับโลก โดยเฉพาะเมื่อแนวโน้มตลาดหุ้นทั่วโลกอยู่ในภาวะขาลง มีเพียงบางช่วงที่มีข่าวบวกชั่วคราว แต่ภาพรวมยังน่าเป็นห่วง







