สินเชื่อยั่งยืนโตแต่กระจุกในบริษัทใหญ่ แบงก์เร่งขยายสู่ SMEs รายย่อย
ตลาดสินเชื่อยั่งยืนเติบโตต่อเนื่อง แต่ยังคงกระจุกตัวในบริษัทใหญ่ ขณะที่ธนาคารแข่งกันเพิ่มสินเชื่อและบริการเพื่อเข้าถึง SMEs และรายย่อยมากขึ้น
ธนาคารพาณิชย์ไทยเร่งขยายสินเชื่อยั่งยืน รองรับการเติบโตของ SMEs ที่ต้องการปรับตัวสู่ธุรกิจสีเขียวสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำและบริการครบวงจรช่วยลดต้นทุน เพิ่มโอกาสแข่งขันในตลาดที่เน้นความยั่งยืน
ในยุคที่ความยั่งยืนกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของธุรกิจ ไม่ใช่แค่บริษัทยักษ์ใหญ่เท่านั้นที่ต้องปรับตัว ผู้ประกอบการ SMEs ก็เริ่มเผชิญแรงกดดันจากตลาดและผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ขณะเดียวกัน ธนาคารพาณิชย์ก็เร่งพัฒนาสินเชื่อสีเขียว ทั้งในด้านดอกเบี้ยต่ำ การให้คำปรึกษา และการเข้าถึงแหล่งทุนสำหรับรายเล็ก การแข่งขันระหว่างแบงก์เปิดโอกาสให้ SMEs เข้าถึงแหล่งทุนนี้ได้มากขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจที่ต้องการลดคาร์บอนหรือพัฒนาอย่างยั่งยืน นี่คือจังหวะสำคัญที่ SMEs ควรเร่งปรับตัว เพื่อไม่ตกขบวนเศรษฐกิจสีเขียวในอนาคต
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยรายงานว่า สินเชื่อยั่งยืนและโครงการสีเขียวอาจจะช่วย SMEs และรายย่อยเข้าถึงเม็ดเงินลงทุนถูกได้
สินเชื่อยั่งยืน จะช่วยให้ธุรกิจ SMEs และรายย่อยได้รับอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าสินเชื่อทั่วไป เช่น อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านยั่งยืนต่ำกว่าสินเชื่อบ้านทั่วไปเฉลี่ย 0.7% ในบางธนาคาร อีกทั้งยังได้รับเทคนิคและความรู้ ทำให้ SMEs สามารถลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และช่วยเพิ่มโอกาสในการแข่งขันในตลาดที่เน้นความยั่งยืนมากขึ้น
สินเชื่อยั่งยืนในไทยเติบโตกว่าสินเชื่อทั่วไปตั้งแต่ปี 2021
ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมาธนาคารพาณิชย์ในไทย เร่งออกสินเชื่อยั่งยืนมากขึ้น จนสัดส่วนยอดคงค้างสินเชื่อยั่งยืนต่อสินเชื่อรวมเร่งขึ้นจากเฉลี่ย 1.6% ในปี 2021 เป็น 3.9% ในปี 2024 จากการเร่งบรรลุเป้าหมายการสนับสนุนการเงินยั่งยืน โดย ณ สิ้นปี 2024 ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ของไทย 3 แห่ง บรรลุเป้าหมายการสนับสนุนการเงินยั่งยืนอย่างรวดเร็ว เฉลี่ย 74.1% จากเป้าหมาย 1.5 - 2.5 แสนล้านบาท ภายในปี 2025 – 2030
ทั้งนี้ศูนย์วิจัยกสิกรยังคาดว่าพอร์ตสินเชื่อของธนาคารจะทยอยเพิ่มสัดส่วนไปสู่ Green Portfolio มากขึ้นในระยะยาว จากแนวโน้มการขยายเป้าหมายวงเงินสนับสนุนการเงินยั่งยืน หลังใกล้บรรลุเป้าหมายเดิม
แม้สินเชื่อยั่งยืนยังกระจุกในบริษัทใหญ่ แต่การแข่งขันระหว่างธนาคารพาณิชย์จะเปิดโอกาสเข้าถึงสินเชื่อให้ SMEs และรายย่อย
ณ สิ้นปี 2024 สินเชื่อยั่งยืนกระจุกอยู่ในบริษัทขนาดใหญ่เกือบ 90% โดยเฉพาะภาคพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และพลังงาน จากการเร่งปรับตัวของอุตสาหกรรมที่ปล่อยคาร์บอนสูง ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมมีสัดส่วนน้อยที่สุดเพียง 2% จากข้อจำกัดด้านต้นทุนและความซับซ้อนในการเปลี่ยนผ่านไปสู่กระบวนการผลิตที่ยั่งยืน
แต่ในระยะข้างหน้า ช่องว่างตลาด (1.6 แสนล้านบาท) มีแนวโน้มกระจายมายัง SMEs และรายย่อยมากขึ้น จากการขยายฐานลูกค้าใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มที่ยังไม่ได้รับบริการเพียงพอ (underserved market) เพื่อลดความเสี่ยงจากการกระจุกตัวของสินเชื่อสำหรับธนาคารพาณิชย์
อีกทั้ง การแข่งขันทั้งในแง่ราคาและบริการจะเข้มข้นมากขึ้น จากการจำกัดอุตสาหกรรมที่ผ่านเกณฑ์ Thailand Taxonomy ขณะที่ธนาคารพาณิชย์ต้องการเพิ่มการปล่อยสินเชื่อยั่งยืน ส่งผลให้ผู้ประกอบการ SMEs และรายย่อยมีโอกาสเข้าถึงสินเชื่อยั่งยืนได้มากขึ้น
นอกจากนี้ ธนาคารพาณิชย์ในไทยอาจพิจารณาออกผลิตภัณฑ์ ‘ลดอัตราดอกเบี้ยตามการลดคาร์บอน’(Outcome-Based Rate) ถ้า SME ลดการปล่อย CO₂ ได้ตามแผน หรือเพิ่มบริการวัดคาร์บอนฟรี
อย่างไรก็ตาม การเตรียมตัวเพื่อขอรับสินเชื่อยั่งยืน ต้องแสดงให้เห็นถึงผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม รวมทั้งความโปร่งใสในการดำเนินโครงการ โดย SMEs และรายย่อยอาจเตรียมตัวยื่นขอสินเชื่อยั่งยืนดังนี้


