posttoday
แบงก์ชาติแนะครม. จัดงบช่วย SME สู้ศึกสินค้าต่างชาติทะลัก

แบงก์ชาติแนะครม. จัดงบช่วย SME สู้ศึกสินค้าต่างชาติทะลัก

27 พฤษภาคม 2568

ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ ส่งสัญญาณถึง ครม.! หนุนงบกระตุ้น 1.57 แสนล้าน ชี้เป้าเร่งด่วนช่วย SMEs รับมือ 'Import Flooding' ชี้สินค้าทะลักจากต่างประเทศทำพิษภาคผลิตไทย

 

นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ส่งสัญญาณถึงคณะรัฐมนตรี (ครม.) สำหรับแผนขับเคลื่อนเศรษฐกิจวงเงิน 157,000 ล้านบาท

 

พร้อมเสนอแนะให้รัฐบาลเร่งออกมาตรการบรรเทาผลกระทบและสนับสนุนการปรับตัวของภาคธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ที่กำลังเผชิญกับสถานการณ์ "Import Flooding" หรือสินค้าทะลักจากต่างประเทศ

 

มติ ครม. เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2568 ได้เห็นชอบแผนกระตุ้นเศรษฐกิจดังกล่าว ซึ่งเป็นการโยกงบประมาณจากโครงการเติมเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท เฟส 3 มาใช้ ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ

 

เพื่อการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน การเพิ่มผลิตภาพการผลิต และการรักษาการจ้างงาน โดยเฉพาะในภาคการผลิตและส่งออกที่ได้รับผลกระทบจากสงครามการค้า

 

ธปท. ชี้เป้า: เน้นบรรเทาผลกระทบและปรับตัว

 

ผู้ว่าการ ธปท. ได้แสดงความเห็นต่อ ครม. โดยเห็นด้วยกับการทบทวนแผนการใช้งบประมาณให้สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบัน

 

และไม่ขัดข้องกับหลักการของแผนที่เน้นการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน การเพิ่มผลิตภาพการผลิต และการรักษาระดับการจ้างงาน

 

โดยเฉพาะในภาคการผลิตและส่งออกที่ได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าและนโยบายตอบโต้ทางภาษี (reciprocal tariff) จากประเทศมหาอำนาจ

 

อย่างไรก็ตาม ธปท. มีข้อสังเกตเพิ่มเติมที่สำคัญ โดยเน้นย้ำว่า ควรให้น้ำหนักกับการบรรเทาผลกระทบและสนับสนุนการปรับตัวของภาคธุรกิจมากขึ้น ดังนี้

 

1. จัดสรรงบประมาณสู่กลุ่มเป้าหมาย: ควรให้ความสำคัญกับการบรรเทาความเดือดร้อนของกลุ่มที่ได้รับผลกระทบโดยตรง ได้แก่:
 

  • ผู้ส่งออกสินค้าไปสหรัฐฯ และธุรกิจในห่วงโซ่อุปทานที่เกี่ยวข้อง

 

  • ผู้ผลิตที่ได้รับผลกระทบจากสินค้านำเข้าทะลัก ซึ่งปัญหานี้ได้ซ้ำเติมปัญหาเชิงโครงสร้างในภาคการผลิตของไทย โดยตั้งแต่ปี 2565-2567 การนำเข้าสินค้าขั้นสุดท้ายเพิ่มขึ้นกว่า 1.3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ผู้ผลิตกลุ่มนี้ส่วนใหญ่เป็น SMEs ที่มีข้อจำกัดในการปรับตัว

 

  • นอกจากนี้ ควรมีโครงการที่ช่วยให้ภาคธุรกิจ โดยเฉพาะ SMEs ปรับตัวเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและเปิดตลาดใหม่ๆ

 

2. รับมือ "Import Flooding" อย่างเร่งด่วน: ธปท. เน้นย้ำว่าหากไม่ดำเนินการในเรื่องนี้ก่อน โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจอาจไม่มีประสิทธิผลเท่าที่ควร โดยแนวทางการรับมือที่ต้องเร่งดำเนินการ ได้แก่:
 

  • บังคับใช้กฎหมายและตรวจสอบเข้มงวด: ใน 3 ด้าน คือ การตรวจมาตรฐานสินค้า, การตรวจสินค้าผ่านด่าน และการป้องกันการสวมสิทธิสินค้าเพื่อใช้ไทยเป็นทางผ่านในการส่งออก

 

  • เร่งรัดกระบวนการไต่สวนข้อพิพาท: กรณีสินค้าจากต่างประเทศทุ่มตลาดในไทย

 

  • กำหนดให้แพลตฟอร์มออนไลน์: ที่ขายสินค้าในไทยต้องจัดตั้งสำนักงานในประเทศไทย เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์การตรวจสอบมาตรฐานสินค้าและมีระบบชำระภาษีมูลค่าเพิ่ม

 

  • พิจารณามาตรการภาษีเพิ่มเติม: เช่น การตั้งภาษีหรือกำหนดโควตาการนำเข้าสินค้า หรือการเก็บภาษีสำหรับสินค้าที่มีมูลค่าต่ำกว่า 1,500 บาท

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท