
ศูนย์วิจัยกสิกรฯ หั่น GDP ปี 67 เหลือ 2.6% ห่วง 3 ปัจจัยกระทบ SMEs
ศูนย์วิจัยกสิกรฯ คาดเศรษฐกิจไทยปี 2567 โต 2.6% ชะลอตัวกว่าที่คาดไว้ ตามการบริโภค-การลงทุนภาครัฐต่ำกว่าคาด ขณะที่ส่งออกมีแนวโน้มฟื้นตัวช้า ห่วงเบิกจ่ายภาครัฐ-สินค้านำเข้าทะลักเข้าไทย-ต้นทุนทางการเงินเพิ่มกระทบ SMEs แนะรัฐเร่งเบิกจ่าย เติมสภาพคล่องช่วยคนตัวเล็ก
นางสาวณัฐพร ตรีรัตน์ศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า ว่า ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในปี 2567 อยู่ที่ 2.6% ชะลอตัวจากระดับ 2.8% ที่เคยคาดการณ์ไว้เดิม ตามการลงทุน และการใช้จ่ายภาครัฐที่ต่ำกว่าคาด ประกอบกับการส่งออกไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวช้ากว่าที่คาด โดยในครึ่งปีแรกเติบโต 1.6% มีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการบริโภคภาคเอกชนและการท่องเที่ยว
ส่วนครึ่งปีหลัง มีแนวโน้มเร่งตัวขึ้นตามการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณ และการส่งออกที่ขยายตัวเป็นบวกมากขึ้นจากปัจจัยฐานต่ำในปี 2566 อย่างไรก็ตาม ประเด็นความเสี่ยงจากมาตรการกีดกันทางการค้าที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้นข้างต้น การระบายสินค้าจากกำลังการผลิตส่วนเกินจากจีนมายังตลาดโลกรวมถึงไทย ในขณะที่ปัญหาเชิงโครงสร้างและความสามารถในการแข่งขันที่ลดลงมีผลให้ส่งออกไทยฟื้นตัวได้ช้ากว่าที่คาดการณ์
“ส่วนครึ่งปีหลังมองว่าจะเติบโต 3.6% จากครึ่งปีแรกที่คาดว่าจะขยายตัวได้ 1.6% ซึ่งเป็นการรับปัจจัยขับเคลื่อนจากการท่องเที่ยว และการลงทุน การใช้จ่ายของภาครัฐที่เข้ามาเสริมหลังการเบิกจ่ายงบประมาณ"
นางสาวเกวลิน หวังพิชญสุข รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด ระบุถึงแนวโน้มภาคอุตสาหกรรมไทยว่า ได้ให้น้ำหนักกับ 3 ปัจจัยที่จะกระทบภาคอุตสาหกรรมในช่วงข้างหน้า ได้แก่ 1. ความไม่แน่นอนของการเบิกจ่ายภาครัฐ ที่จะกระทบอุตสาหกรรมก่อสร้าง 2. สินค้านำเข้าที่ไหลเข้าไทยเพิ่มขึ้น จากผลของสงครามการค้า ซึ่งจะกระทบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ รถยนต์ และเหล็ก 3. ต้นทุนทางธุรกิจเพิ่มขึ้น ทั้งราคาน้ำมันดีเซลที่ภาครัฐทยอยลดการอุดหนุน และค่าแรงที่มีทิศทางสูงขึ้น จะกระทบต่อเอสเอ็มอีโดยเฉพาะกลุ่มที่ใช้แรงงานเข้มข้น
ทั้งนี้ เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ภาครัฐควรเร่งเบิกจ่ายงบประมาณ กวดขันสินค้านำเข้าและสนับสนุนการใช้วัตถุดิบในประเทศ (Local Content) รวมถึงเติมสภาพคล่องให้กับ SMEs และเน้นวางแผนการจัดการน้ำ ขณะเดียวกัน ถึงเวลาที่ทุกภาคส่วนจะต้องปรับโครงสร้างเศรษฐกิจขนานใหญ่ ด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพในทุกมิติ ทำให้รายได้เติบโตเร็วกว่าการเพิ่มขึ้นของต้นทุน







