
"ดีพร้อม" สตาร์ท RESHAPE THE FUTURE ดัน 28 ธุรกิจสร้างสรรค์ กระตุ้นเศรษฐกิจ
กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เดินหน้านโยบาย "RESHAPE THE FUTURE" ยกระดับศักยภาพอุตสาหกรรม-ธุรกิจไทย พร้อมรับเมกะเทรนด์ ดึงกูรูด้านนวัตกรรม-ออกแบบชั้นนำร่วมผลักดัน 28 ธุรกิจสร้างสรรค์ ประชันต้นแบบผลงานบนเวที Design Award คาดว่ากระตุ้นเศรษฐกิจกว่า 500 ล้านบาท
นายภาสกร ชัยรัตน์ อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ในปี 2567 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม มีทิศทางการขับเคลื่อนพัฒนาผู้ประกอบการและภาคอุตสาหกรรม ภายใต้นโยบาย RESHAPE THE FUTURE : โลกเปลี่ยน อุตสาหกรรมปรับ พร้อมรับอนาคต ผ่านกลยุทธ์การปรับตัวให้ก้าวทันอุตสาหกรรมยุคใหม่ (RESHAPE THE INDUSTRY) โดยมุ่งเน้นพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการให้ปรับตัวได้เท่าทันต่อความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี การสร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้กับภาคอุตสาหกรรม การสร้างการเปลี่ยนแปลงภาคอุตสาหกรรมสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนตามโมเดลเศรษฐกิจ BCG การพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศให้เป็นเครื่องยนต์ใหม่ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ รวมถึงการสนับสนุนสร้างพลังสร้างสรรค์ในการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการกลุ่มอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ให้มีคุณค่า คุณภาพและความคิดสร้างสรรค์ผ่าน “กิจกรรมยกระดับธุรกิจสร้างสรรค์ให้ดีพร้อมสู่วิถีใหม่” (DIPROM Creative – Next)
นายภาสกร กล่าวว่า กิจกรรมดังกล่าว เป็นการพัฒนาผู้ประกอบการในกลุ่มอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ จำนวน 28 ธุรกิจสร้างสรรค์ ให้สามารถนำองค์ความรู้ด้านนวัตกรรมและการออกแบบผลิตภัณฑ์และบริการไปขยายผลและต่อยอดการดำเนินธุรกิจแนวใหม่ รองรับการเข้าสู่ชีวิตวิถีใหม่ โดยผ่านกระบวนการพัฒนาองค์ความรู้ด้านความคิดสร้างสรรค์ที่ส่งเสริมให้เกิดกระบวนการเรียนรู้แนวใหม่ การบ่มเพาะไอเดียสร้างสรรค์ การศึกษาหน่วยงานต้นแบบผลิตภัณฑ์หรือบริการเชิงสร้างสรรค์ การให้คำปรึกษาแนะนำเชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนานวัตกรรมและ
งานออกแบบหลากหลายสาขา อาทิ Packaging Design, Fashion Design, Service Design, Industrial Design และ Graphic Design จนเกิดผลงานต้นแบบที่เป็นรูปธรรมพร้อมที่จะก้าวเดินบนเส้นทางสู่ตลาดสากล ดีพร้อม ได้ออกแบบกระบวนการให้ผู้ประกอบการได้มีส่วนร่วมในการเรียนรู้ แลกเปลี่ยน และพัฒนาสร้างสรรค์ไอเดียร่วมกับผู้เชี่ยวชาญและผู้มีประสบการณ์ในวงการนวัตกรรมและการออกแบบ การเข้าร่วม Creative Idea Camp เพื่อบ่มเพาะไอเดียสร้างสรรค์ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญที่ประสบความสำเร็จในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการในระดับสากลและได้รับรางวัลด้านการออกแบบจากหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงการให้คำปรึกษาแนะนำเชิงลึกและร่วมกันพัฒนาต้นแบบทั้งในพื้นที่โรงงาน สำนักงานออกแบบ และ Maker Space เพื่อที่จะกล้าเปลี่ยนแปลงกระบวนความคิด กระบวนการทำงาน และมุมมองในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการสู่ระดับสากล (Next To Global) นอกจากนี้ ดีพร้อมยังได้จัดแสดงต้นแบบผลงานนวัตกรรมและงานออกแบบที่มีความโดดเด่น อาทิ 1) ถังย่อยสลายเศษอาหาร ของบริษัท มีเทค โมลด์แอนด์พาร์ท จำกัด ซึ่งจุดเด่นในการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่สวยงาม ทันสมัย โดยได้รับแรงบันดาลใจ
จากการประยุกต์รูปทรงเรขาคณิตมาออกแบบผลิตภัณฑ์ที่มีความสวยงามเหมาะกับการใช้งานในห้องครัว 2) ชุดยูนิฟอร์มบุคลากรทางการแพทย์ในแผนกฉุกเฉิน คอลเลคชั่น “Wellness Warriors” โดยผลิตจากผ้า Recycle Cotton & Polyester ที่ผ่านกระบวนการ ReDeFi ของบริษัท เรดวูดส์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ซึ่งมีความยืดหยุ่นสูง ระบายอากาศได้ดี มีความคล่องตัว รวมถึงสามารถวิเคราะห์พฤติกรรมการทำงานของบุคลากรฯและออกแบบหน้าที่ประโยชน์ใช้สอยได้อย่างมีประสิทธิภาพ และ 3 ) เตาแก๊สพกพา ลัคกี้เฟรม รุ่น Witty ภายใต้แนวคิด “NEW LOOK” To “New LIFESTYLE” การกล้าฉีกตัวตนเดิม เปลี่ยนภาพจำของเตาแก๊สที่คุ้นเคย ของบริษัท ลัคกี้เฟรม จำกัด สู่การสร้างสรรค์ผลงานการออกแบบที่แสดงออกถึงไลฟ์สไตล์ความเป็นตัวตนของผู้ใช้งาน เพื่อให้ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายใหม่ เกิดการยกระดับผลงานผลิตภัณฑ์ที่มีรูปทรงแปลกใหม่ ต่างจากที่มีในท้องตลาด
ทั้งนี้ ดีพร้อม เชื่อมั่นว่าผู้ประกอบการที่เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ สามารถนำความรู้ ทักษะ และประสบการณ์
ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ รวมถึงพัฒนาศักยภาพในการดำเนินธุรกิจ พัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการสู่ระดับสากล (NEXT – To Global) ตลอดจนเกิดการการสร้างเครือข่ายความร่วมมือในกลุ่มผู้ประกอบการอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ให้เกิดการเชื่อมโยงธุรกิจ ก่อให้เกิดพันธมิตรทางธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ
"นอกจากนี้ ยังเป็นการก้าวข้าม Comfort Zone กับการทุ่มเท เพื่อยกระดับงานออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทยและเดินไปสู่เส้นทางสากลได้อย่างมั่นคง อันจะเกิดความได้เปรียบในการแข่งขันได้ในยุคชีวิตวิถีใหม่ (Now Normal) และนำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนของเศรษฐกิจไทย โดยคาดว่าจะสามารถกระตุ้นมูลค่าทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นกว่า 500 ล้านบาท นายภาสกร กล่าว







