
AstraZeneca จับมือ Oracle ใช้ AI คัดเลือกผู้ป่วยเข้าร่วมวิจัยทางคลินิก
AstraZeneca จับมือ Oracle ใช้ AI คัดเลือกผู้ป่วยทดลองยาและติดตามความปลอดภัย เริ่มโครงการแรกในอาบูดาบี ก่อนขยายสู่ตลาดโลก
บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (AstraZeneca) ผู้ผลิตยารายใหญ่จากอังกฤษ ประกาศความร่วมมือกับบริษัทเทคโนโลยี Oracle เพื่อนำ AI มาใช้สนับสนุนการวิจัยและพัฒนายา โดยมุ่งเพิ่มประสิทธิภาพในการค้นหาและคัดเลือกผู้ป่วยที่เหมาะสมสำหรับเข้าร่วมการทดลองทางคลินิก (Clinical Trials)
ความร่วมมือดังกล่าวจะเป็นการนำเทคโนโลยี AI มาช่วยวิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพ เพื่อระบุผู้ป่วยที่มีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์ของโครงการวิจัย รวมถึงติดตามด้านความปลอดภัยของยา โดยการดำเนินงานจะครอบคลุมการวิจัยในหลายกลุ่มโรค ได้แก่ โรคมะเร็ง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคระบบทางเดินหายใจ โรคที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกัน และโรคหายาก
สำหรับโครงการแรกภายใต้ความร่วมมือนี้ จะเริ่มสนับสนุนงานวิจัยด้านโรคความดันโลหิตสูงในกรุงอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยใช้เทคโนโลยีและข้อมูลสุขภาพเพื่อช่วยสนับสนุนกระบวนการวิจัยทางคลินิก
ทั้งนี้ ความร่วมมือดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความพยายามของอุตสาหกรรมยาที่ต้องการลดข้อจำกัดในการพัฒนายา ด้านสำนักข่าวรอยเตอร์ระบุว่า การสรรหาผู้ป่วยเข้าร่วมการทดลองทางคลินิกเป็นหนึ่งในอุปสรรคสำคัญ เนื่องจากความล่าช้าในการรับสมัครผู้เข้าร่วมวิจัยอาจทำให้ระยะเวลาการทดลองยืดออกไป และเพิ่มต้นทุนการพัฒนายา
แอสตร้าเซนเนก้ายังระบุด้วยว่า โครงการนี้จะขยายการดำเนินงานไปยังสหรัฐอเมริกา ตะวันออกกลาง และยุโรป โดยร่วมมือกับหน่วยงานในแต่ละประเทศและดำเนินการภายใต้กฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง
นอกจากนี้ การใช้ข้อมูลสุขภาพจะเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ โดยแอสตร้าเซนเนก้าจะไม่ได้รับข้อมูลที่สามารถระบุตัวตนผู้ป่วย และแต่ละโครงการต้องผ่านการพิจารณาด้านกฎหมาย ความเป็นส่วนตัว จริยธรรม และข้อกำหนดของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนดำเนินการ
ทั้งนี้ ทั้งสองบริษัทได้ลงนามในข้อตกลงเบื้องต้น โดยยังไม่มีการเปิดเผยมูลค่าทางการเงินของความร่วมมือดังกล่าว ขณะที่แอสตร้าเซนเนก้ากำลังขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ยา โดยตั้งเป้ารายได้ต่อปีมากกว่า 80,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2573 ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการพัฒนายา







