posttoday
"พัฒนา" เล็งใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกลงทุนการแพทย์ไทย

"พัฒนา" เล็งใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกลงทุนการแพทย์ไทย

12 ตุลาคม 2569

"พัฒนา พร้อมพัฒน์" เตรียมใช้โอกาสประชุม IMF–World Bank หารือผู้นำสถาบันการเงินและนักลงทุนระดับโลก ผลักดันไทยสู่เศรษฐกิจสุขภาพ (Medical Economy) เผยบริษัทยาและเทคโนโลยีการแพทย์สนใจร่วมงานแล้ว 6–7 ราย

KEY

POINTS

  • นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เตรียมใช้เวทีการประชุม IMF–World Bank ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ เพื่อดึงดูดนักลงทุนและสถาบันการเงินระดับโลกให้มาลงทุนในอุตสาหกรรมการแพทย์ของไทย
  • นโยบายนี้มีเป้าหมายเพื่อผลักดันไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการลงทุนด้านการแพทย์ (Medical Investment Hub) ผ่าน 3 เสาหลักคือ ด้านบริการ, การวิจัยและพัฒนา, และการผลิต เพื่อให้ "สุขภาพ" เป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ของประเทศ
  • กระทรวงฯ ได้เริ่มเจรจากับบริษัทยาระดับโลกแล้วหลายแห่ง เช่น MSD, Roche, และ GSK โดยมีความคืบหน้าในการลงนามความร่วมมือด้านการวิจัยทางคลินิกมูลค่ารวมหลายพันล้านบาท

เปิดฉากแล้วกับงานประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 (2026 IMF-World Bank Group Annual Meetings) ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ระหว่างวันที่ 12-18 ต.ค. 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร

 

สำหรับกระทรวงสาธารณสุข เฉกเช่นทุกครั้งที่จะมีส่วนในการรับผิดชอบเรื่องการดูแลสุขภาพและความเจ็บป่วยของผู้นำของโลก และแขกที่มาร่วมงาน

 

แต่!

 

สำหรับปีนี้ เวทีการประชุมครั้งนี้ บทบาทของกระทรวงสาธารณสุขอาจต่างไปจากเดิม!

 

สืบเนื่องมาจากนโยบาย Medical Investment Hub นำโดย นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ที่ต้องการให้เรื่องของ "สุขภาพ" เป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ของประเทศ ภายใต้การคาดการณ์การลงทุนระดับ 6.8 หมื่นล้านบาท หรือเพิ่ม GDP ไม่น้อยกว่า 0.5% ผ่าน 3 เสาหลักสำคัญ ได้แก่

 

  1. Service Hub  ศูนย์กลางบริการสุขภาพและการแพทย์มูลค่าสูง
  2. Research & Development Hub  ศูนย์กลางวิจัยและพัฒนายา นวัตกรรม และการทดลองทางคลินิก
  3. Product & Health Manufacturing Hub  ศูนย์กลางผลิตยา เครื่องมือแพทย์ และนวัตกรรมสุขภาพ

 

Longevity  เป็นอีกหนึ่งประเด็นสำคัญของงาน IMF-World Bank ที่กำลังจัดขึ้น

 

นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้ให้สัมภาษณ์ไว้เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 ว่า

 

นอกจากภารกิจด้านการดูแลสุขอนามัยและการเตรียมความพร้อมรองรับเหตุฉุกเฉินด้านสุขภาพของผู้นำและผู้เข้าร่วมประชุมแล้ว กระทรวงสาธารณสุขยังมองเห็นโอกาสในการใช้เวทีดังกล่าวผลักดันนโยบายเศรษฐกิจสุขภาพ (Medical Economy) ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญของกระทรวง

 

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า ธนาคารโลกให้ความสนใจประเด็นเศรษฐกิจสุขภาพ และคาดว่าจะมีโอกาสหารือกับผู้นำสถาบันการเงินต่างๆ เพื่อขับเคลื่อนและผลักดันนโยบายดังกล่าว

 

"อย่าลืมว่า บริษัทยา เครื่องมือแพทย์ เวชภัณฑ์ บริษัทยักษ์ใหญ่ล้วนมีผู้ถือหุ้นเป็นสถาบันการเงิน นักลงทุน Private Equity เพราะฉะนั้นการที่เราได้พูดคุยกับผู้ปฏิบัติคือตัวบริษัท และถ้าเรามีโอกาสได้คุยกับคนที่คุมเงินลงทุน หรือขับเคลื่อนนโยบายของบริษัทนั้นๆ สามารถชี้แจงให้เขาเห็นนโยบาย ความมุ่งมั่น ของไทยในการทำ Medical Economy ก็คงจะทำให้การดำเนินการของบริษัทที่จะมาร่วมกับกระทรวงมีความราบรื่นยิ่งขึ้น" 

 

 

"พัฒนา" เล็งใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกลงทุนการแพทย์ไทย

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า กระทรวงสาธารณสุขจะใช้โอกาสการประชุม IMF–World Bank ในสัปดาห์หน้า เพื่อรุกเข้าหารือกับสถาบันการเงินโดยตรงใช่หรือไม่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขตอบว่า

 

“ก็คงจะพยายามทำแบบนั้นครับ”

 

 

เผย Roche–GSK สนใจหารือ สธ. รวมแล้ว 6–7 บริษัท

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ขณะให้สัมภาษณ์มีผู้แทนจากบริษัท Roche ซึ่งเป็นบริษัทด้านยาและการวินิจฉัยโรคระดับโลก รอเข้าพบเพื่อหารือกับกระทรวง ขณะที่บริษัท GSK ได้ติดต่อมาเมื่อวันก่อนหน้า เพื่อแสดงความพร้อมในการทำงานร่วมกัน โดยปัจจุบันมีบริษัทที่อยู่ระหว่างการติดต่อหรือแสดงความสนใจประมาณ 6–7 ราย

 

“จริงๆ ระหว่างที่ให้สัมภาษณ์อยู่ ข้างบนก็มีบริษัท Roche รอพูดคุยกันอยู่ เมื่อวานบริษัท GSK ก็บอกว่าพร้อมทำงานร่วมกับเรา นับรวมๆ เรามี 6–7 รายแล้ว”

 

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดว่าความร่วมมือดังกล่าวจะครอบคลุมการลงทุนด้านใดบ้าง รวมถึงยังไม่มีการระบุมูลค่าการลงทุนหรือโครงการที่เป็นรูปธรรม

 

 

ความร่วมมือ สธ.และ MSD ที่ผ่านมา

 

 

เปิดดีลบริษัทยาโลก MSD–Roche–Sandoz ดันไทยฐานวิจัยและผลิตยา

ก่อนหน้านี้ นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้เดินหน้าเจรจากับบริษัทผู้ผลิตยาระดับโลกอย่างต่อเนื่อง ภายใต้นโยบายผลักดันประเทศไทยสู่ศูนย์กลางการลงทุนด้านการแพทย์ (Medical Investment Hub) โดยตั้งเป้าเปลี่ยนบทบาทของไทยจากประเทศผู้ซื้อยา มาเป็นผู้ร่วมวิจัย พัฒนา และผลิตยา รวมถึงดึงการลงทุนด้านเทคโนโลยีการแพทย์เข้าสู่ประเทศ

 

กระทรวงสาธารณสุขเปิดเผยว่า ได้หารือกับบริษัทยาระดับโลกแล้วอย่างน้อย 10 บริษัท ได้แก่ AstraZeneca, Novartis, MSD, Sandoz, GSK, Bayer, Boehringer Ingelheim, Roche, Takeda และ Pfizer โดยใช้แนวทางเจรจาให้บริษัทต่างชาติเข้ามาลงทุนวิจัย ถ่ายทอดเทคโนโลยี หรือพัฒนาบุคลากรในประเทศไทย ควบคู่กับการพิจารณามาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ 

 

สำหรับความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรม กระทรวงสาธารณสุขได้ลงนามความร่วมมือกับบริษัท MSD มูลค่า 2,500 ล้านบาท เพื่อขยายการวิจัยทางคลินิกในประเทศไทย ขณะที่บริษัท Roche มีแผนลงทุนด้านการวิจัยทางคลินิกประมาณ 1,500 ล้านบาทโดยนายพัฒนาได้ชี้แจงตัวเลขดังกล่าวเพิ่มเติม หลังจากก่อนหน้านี้มีการเปิดเผยตัวเลข 15,000 ล้านบาท

 

นอกจากนี้ Roche ยังอยู่ระหว่างหารือกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เกี่ยวกับโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงจากพันธุกรรมชนิด SMA (Spinal Muscular Atrophy) ซึ่งอาจเชื่อมโยงกับการพัฒนาฐานข้อมูลพันธุกรรมภายใต้โครงการจีโนมิกส์ไทยแลนด์ระยะที่ 2 

 

ส่วนบริษัท Sandoz อยู่ระหว่างการหารือความร่วมมือกับองค์การเภสัชกรรม โดยยังต้องสรุปชนิดยาที่จะดำเนินการร่วมกัน ก่อนกำหนดมูลค่าโครงการ ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขยังมีแผนขยายการเจรจาไปยังผู้ผลิตเครื่องมือแพทย์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ระดับโลก เพื่อดึงการลงทุนด้านการผลิตและใช้ประเทศไทยเป็นฐานกระจายสินค้าในภูมิภาค 

 

ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขตั้งเป้าดึงเงินลงทุนด้านการวิจัยทางคลินิกเข้าสู่ประเทศไทย 10,000 ล้านบาท โดยจากข้อมูลที่รัฐมนตรีเปิดเผยก่อนหน้านี้ ความร่วมมือกับ MSD และแผนลงทุนของ Roche มีมูลค่ารวมประมาณ 4,000 ล้านบาท ขณะที่โครงการอื่นยังอยู่ระหว่างการเจรจา

ข่าวล่าสุด

ธนาคารโลก แนะตลาดเกิดใหม่ใช้ “Small AI” สร้างงาน-เพิ่มผลิตภาพ

ธนาคารโลก แนะตลาดเกิดใหม่ใช้ “Small AI” สร้างงาน-เพิ่มผลิตภาพ